เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

เซ็นทรัล รีเทล รุกฆาต ย้ำแชมป์ค้าปลีก “ไทย-เวียดนาม”

09 ก.พ. 2566 | 07:59น.
ญนน์ โภคทรัพย์

ในช่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวนี้ ค้าปลีกเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัวเพื่อให้รับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวในรอบกว่า 3 ปี สภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้ชีวิตช่วงล็อกดาวน์

“ญนน์ โภคทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เจ้าของเชนค้าปลีก อาทิ ห้างโรบินสัน ไทยวัสดุ เพาเวอร์บาย แฟมิลี่มาร์ท ฯลฯ รวมถึงยังนั่งตำแหน่งประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเป็นสมัยที่ 2 ได้เปิดเผยในงานการแถลงแผนการดำเนินงานประจำปี 2566 ถึงแนวโน้มวงการธุรกิจค้าปลีกของไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็น 2 ตลาดหลักของบริษัท รวมถึงยุทธศาสตร์ของเซ็นทรัล รีเทล จากนี้ไป

ค้าปลีกไทย-เวียดนามโตแกร่ง

“ญนน์” ฉายภาพว่า วงการค้าปลีกของไทยและเวียดนามมีแนวโน้มดีกว่าตลาดโลก เป็นผลจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจีดีพีของประเทศซึ่งอยู่ที่ 3.2-3.7% และ 6.2-7.0% ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 2.9% รวมถึงการฟื้นตัวของอุตฯท่องเที่ยวและการสนับสนุนจากภาครัฐของทั้ง 2 ประเทศ

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยพิเศษมาหนุน เช่น การเลือกตั้งในไทย และกระแสการลงทุนตั้งฐานการผลิตในเวียดนาม จึงคาดว่ามูลค่าค้าปลีกของไทยปี 2566 นี้จะเติบโตได้ประมาณ 6-8% หรือ 2 เท่าของจีดีพี โดยจังหวัดท่องเที่ยวจะเป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นตัว

ส่วนในเวียดนาม แม้จะยังไม่มีข้อมูลตัวเลขการเติบโตของอุตฯค้าปลีก แต่สามารถสะท้อนการฟื้นตัวได้จากความคึกคักของการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษญวน เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมซึ่งทำลายสถิติปีก่อนแล้ว รวมถึงมีโอกาสจากช่องว่างขนาดใหญ่ที่สามารถใช้เจาะเข้าไปปักฐานสร้างการเติบโต

นั่นคือ เซ็กเมนต์โมเดิร์นเทรดที่ยังเล็ก โดยมีสัดส่วนเพียง 5% ของเม็ดเงินในอุตฯค้าปลีก สวนทางกับการเติบโตรวดเร็วของเศรษฐกิจและจำนวนชนชั้นกลาง โดยเชื่อว่าโมเดิร์นเทรดของเวียดนามสามารถเติบโตจนมีสัดส่วน 10-20% ของตลาดได้แน่นอน

ทั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตามองอยู่ด้วยเช่นกัน อาทิ สงครามในยุโรป และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ นอกจากราคามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการขาย และบริการหลังการขาย รวมไปถึงการซื้อของสดผ่านออนไลน์ เป็นต้น

“นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจแล้ว อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวคือ ยอดขายของหลายธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทั้งในไทย เวียดนาม และอิตาลี ซึ่งฟื้นกลับมาในระดับเท่ากับ-สูงกว่าช่วงปีก่อนโควิด-19 แล้ว”

ชิงเม็ดเงินไม่พอ ต้องชิงเวลาด้วย

ด้านทิศทางในปีนี้ แม่ทัพใหญ่ เซ็นทรัล รีเทล อธิบายว่า เพื่อชิงความได้เปรียบและรับมือความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ-ผู้บริโภค จากนี้จะไม่เน้นเพียงการขยายสาขาหรือการทำโปรโมชั่นราคา แต่จะเน้นด้านประสบการณ์การช็อปปิ้งของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันค้าปลีกไม่ได้เพียงชิงเม็ดเงินของลูกค้ากับผู้เล่นอื่นเท่านั้น แต่ยังต้องชิงเวลากับกิจกรรมอื่น ๆ ของผู้บริโภคด้วย

ดังนั้นประสบการณ์ช็อปปิ้งที่สะดวก รวดเร็ว ตรงใจลูกค้า ไปจนถึงบริการระหว่างและหลังการขายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบและการเติบโต

ด้วยเหตุนี้จึงพัฒนาแผนระยะ 5 ปี (2566-2570) พร้อมเป้ายอดขายและมาร์เก็ตแคปเพิ่ม 2.5 เท่า ส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3.5 เท่า โดยเริ่มจากการทุ่มเม็ดเงินลงทุน 2.8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ สำหรับขยาย-อัพเกรดธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นการยกเครื่องระบบออมนิแชนเนล ขยายสาขาใหม่ รีโนเวตสาขาเดิม ฯลฯ

ในส่วนของระบบออมนิแชนเนลจะใช้งบฯ 2,000 ล้านบาท ยกเครื่องระบบเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ความเร็ว รวมถึงการเก็บและวิเคราะห์บิ๊กดาต้าผู้บริโภค ด้วยการนำเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง เอไอ มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลหาความต้องการของลูกค้า เพื่อให้สามารถจูงใจแต่ละรายได้อย่างตรงจุด

ด้านการขยายสาขาและรีโนเวตในประเทศไทยนั้น เตรียมเปิดห้างสรรพสินค้าเพิ่ม 2 สาขา รีโนเวต 15 สาขา ด้านท็อปส์จะเปิดเพิ่ม 15 สาขา รีโนเวต 26 สาขา ส่วนไทยวัสดุจะเปิดเพิ่ม 10 สาขา รีโนเวต 16 สาขา และเปิดสาขาโรบินสันไลฟ์สไตล์เพิ่ม 1 สาขา รีโนเวต 1 สาขา

โดยบริษัทวางโพซิชั่นให้ ท็อปส์ จะเป็นแบรนด์หัวหอกสำหรับเจาะพื้นที่ต่าง ๆทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าให้ในระยะยาวต้องมีร้านท็อปส์ในทุกจังหวัด

สำหรับด้านความยั่งยืนจะเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดให้ถึง 30% ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ลดขยะลง 10% ผ่านความร่วมมือกับท้องถิ่น เช่น นำขยะอาหารไปทำปุ๋ย รวมถึงเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ถึง 20%

“การพัฒนาด้านความยั่งยืนนั้นนอกจากผลด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินให้บริษัทด้วย หลังปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟลงได้ถึง 40%”

ยึดเวียดนาม สปีดการเติบโต

ซีอีโอเซ็นทรัล รีเทล ยังเผยถึงแผนยึดตลาดค้าปลีกเวียดนามว่า จะโฟกัสการขยายสาขาร้านค้า และไลน์อัพสินค้าอาหาร มีหัวหอกเป็น Mini Go ร้านค้าปลีกโมเดลใหม่ สำหรับเจาะผู้บริโภคระดับแมส ลักษณ์คล้ายไฮเปอร์มาร์เก็ตที่มีทั้งพื้นที่ขายสินค้า 1.2 หมื่นรายการ และพื้นที่เช่า แต่จะทำหน้าที่เป็นโกดังสินค้าด้วย เพื่อรองรับการต่อยอดธุรกิจ B2B ในอนาคต โดยปีนี้จะลุยเปิด Mini Go เดือนละ 1 สาขา

ส่วนโมเดลอื่น เช่น ห้าง GO! จะเปิดอีก 5-7 สาขาในปี 2567 ส่วนไฮเปอร์มาร์เก็ตจะรีโนเวต 10 สาขา และได้ทำเลสำหรับเปิดเพิ่มอีก 5-8 สาขาแล้ว โดยวางเป้าให้รายได้จากเวียดนามมีสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้ร่วม ส่วนรายได้ในไทยจะมีสัดส่วน 60-65% และมาจากอิตาลีอีก 10-5%

“มั่นใจว่าจากการทุ่มงบฯและการขยายธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนามในปีนี้ จะทำให้สามารถสร้างรายได้รวม 270,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 15% จากปี 2565 เช่นเดียวกับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย เติบโต 20%”

ฟื้นแผนดันภูเก็ตเกาะปลอดภาษี

นอกจากนี้ “ญนน์” ยังเปิดเผยถึงความพยายามสร้างความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้ค้าปลีกไทยกับรัฐบาล ในการผลักดันการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ทวีความสำคัญมากขึ้นในช่วงฟื้นตัวของอุตฯท่องเที่ยว

ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยระบุว่า นอกจากการผลักดันแบบออร์แกนิกของภาคเอกชนแล้ว การผลักดันจากภาครัฐเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะกระตุ้นการเติบโตของทั้งวงการค้าปลีกและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หลังปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้การส่งออกชะลอลงจนการค้าปลีกขยับขึ้นมามีบทบาทในการสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจแทน

ขณะนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย พยายามสานความร่วมมือกับภาครัฐ อาทิ ฟื้นแผนสร้างพื้นที่ปลอดภาษี หรือ tax free zone เพื่อดึงดูดการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยวางให้ภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องในฐานะเกาะปลอดภาษี

รวมถึงพัฒนาโครงการกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคกำลังซื้อสูงชาวไทยต่อเนื่องจากโครงการช้อปดีมีคืน ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงกลางเดือน ก.พ.นี้ โดยจะเน้นสร้างโครงการให้มีเงื่อนไขความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมผู้บริโภคได้กว้างขึ้น

“นักท่องเที่ยวที่สามารถกลับมาเดินทางได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการผ่อนคลายมาตรการเช่นนี้ มักจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่าผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงปกติ จึงต้องหาทางกระตุ้นให้คนเหล่านี้ใช้จ่ายในไทย ซึ่งสินค้าปลอดภาษีเป็นแม็กเนตที่มีประสิทธิภาพ”