จับตา 1 มี.ค.นี้ สินค้าอะไรขึ้นราคาบ้าง

สินค้าขึ้นราคา
ภาพจาก PIXABAY

นอกจากยาคูลท์แล้ว วันที่ 1 มีนาคมนี้ ยังมีของกินของใช้อื่น ๆ ที่เตรียมขึ้นราคาด้วยเช่นกัน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 คลื่นการขึ้นราคาของกินของใช้กลับมาให้คนไทยได้กระเป๋าฉีกกันอีกครั้ง โดยต้นเดือนมีนาคมนี้ สินค้าหลายรายการมีกำหนดขึ้นราคารอบใหม่ ในระดับตั้งแต่ 1 บาทไปจนถึงหลักสิบบาทต่อหน่วย

เริ่มตั้งแต่ของที่ต้องมีกันเกือบทุกบ้านอย่างก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งถังขนาด 15 กิโลกรัม ราคาจะปรับขึ้นจาก 408 บาท เป็น 423 บาทต่อถัง ทั้งนี้เป็นไปตามมติการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่เห็นชอบปรับราคาขายปลีก LPG มีผลตั้งแต่ 1-31 มี.ค. 66 หลังหมดเขตการตรึงราคาที่ใช้อยู่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ขณะเดียวกันวงการเครื่องดื่มชูกำลัง มีทั้งการปรับและกำลังจะปรับขึ้นราคากันอย่างคึกคัก นำโดย กระทิงแดง ที่ประกาศขึ้นราคาขายปลีก “กระทิงแดง สูตรคลาสสิค” จาก 10 บาท เป็น 12 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม อีก 3 สูตร คือ เอ็กซ์ตร้า เอบีซี, เอ็กซ์ตร้า ซิงค์ และทีโอเปล็กซ์-แอล ยังคงตรึงราคาไว้ที่ 10 บาท

“ประไพภักตร์ ไวเกิล” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโกลบอล (F&B) กลุ่มธุรกิจ TCP อธิบายว่า เป็นผลจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนไม่สามารถตรึงราคาต่อไปได้

ไปในทิศทางเดียวกับยาคูลท์ ที่ประกาศขึ้นราคา 1 บาท ในทั้งสูตรคลาสสิคและสูตรไลท์ ซึ่งจะทำให้ราคาขายเพิ่มเป็น 8 บาท และ 9 บาทต่อขวดตามลำดับ ซึ่งทางบริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เป็นเพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

สินค้าจ่อคิวขึ้นราคาอีกหลายราย

ทั้งนี้แหล่งข่าวในวงการเครื่องดื่มชูกำลัง ระบุว่า เร็ว ๆ นี้ อาจได้เห็นการขึ้นราคาของยี่ห้ออื่น ๆ ตามมาอีก เนื่องจากต้นทุนของวัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์ และปัญหาซัพพลายเชน ที่ต่อเนื่องมาจากสงครามในยุโรป


เช่นเดียวกับกลุ่มผ้าอ้อมเด็ก-ผู้ใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ผู้ผลิต-จำหน่ายผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่จำนวน 7 ราย รวมตัวขอปรับขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 เนื่องจากต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะมีการเจรจากับกรมการค้าภายใน จนได้ข้อสรุปว่าจะตรึงราคาต่อไปก่อน