Skip to content

คอลแลบส์ของเล่นข้ามค่าย Mattel-Hasbro ดีลประวัติศาสตร์

05 พ.ค. 2566 | 06:56น.
คอลแลบส์ของเล่นข้ามค่าย Mattel-Hasbro ดีลประวัติศาสตร์
คอลัมน์ : Market Move

ปี 2566 นี้วงการของเล่นทั่วโลกยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แมทเทล และ ฮาสโบร สองยักษ์แห่งวงการของเล่นสหรัฐที่เป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน ประกาศดีลประวัติศาสตร์ในการคอลลาบอเรชั่นแลกเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาหรือแคแร็กเตอร์ในพอร์ตโฟลิโอของแต่ละค่ายระหว่างกัน เพื่อนำมาต่อยอดผลิตสินค้าใหม่ ๆ ในรูปแบบเดียวกับการคอลลาบอเรชั่นของบรรดาแบรนด์สินค้าอื่น ๆ

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า แมทเทล และฮาสโบร เซ็นสัญญาความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาแบบต่อเนื่องหลายปี ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถนำแบรนด์สินค้าและแคแร็กเตอร์ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นบาร์บี้ ฮอตวีลส์ เพาเวอร์เรนเจอร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ฯลฯ มามิกซ์แอนด์แมตช์กันเพื่อผลิตสินค้า อาทิ ของเล่นหรือเกมได้อย่างอิสระ

โดยสินค้าแรกจากความร่วมมือนี้คือ เกมโมโนโพลี่หรือเกมเศรษฐีเวอร์ชั่นบาร์บี้จากฮาสโบร ซึ่งมีกำหนดวางขายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2566 นี้ ขณะที่แมทเทลจะผลิตเกมไพ่อูโนและรถฮอตวีลส์เวอร์ชั่นทรานส์ฟอร์เมอร์สออกมาในช่วงปี 2566 และ 2567 ที่จะถึงนี้เช่นกัน

“นิค คารามานอส” รองประธานอาวุโสฝ่ายพันธมิตรด้านความบันเทิง บริษัท แมทเทล กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 2 ผู้นำวงการนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับทุกฝ่ายไม่เพียงผู้บริโภคที่จะได้พบกับของเล่นใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ยังรวมถึงพนักงานและผู้บริหารในทั้ง 2 องค์กรด้วย เนื่องจากความร่วมมือนี้เหมือนการฉลองความนิยมแบบเหนือกาลเวลาของทั้ง 2 แบรนด์

ความร่วมมือนี้นับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์วงการของเล่น เนื่องจากที่ผ่านมาทั้ง 2 แบรนด์ต่างเป็นคู่แข่งกันมาตลอด แม้แต่เมื่อปีที่แล้วทั้ง 2 บริษัทเพิ่งแข่งขันชิงลิขสิทธิ์ผลิตของเล่นจากแคแร็กเตอร์เจ้าหญิงดิสนีส์กันอย่างดุเดือด ก่อนที่แมทเทลจะคว้าสิทธิดังกล่าวไปได้ หลังเคยพลาดท่าให้ฮาสโบรได้สิทธิไปเมื่อปี 2559

ขณะเดียวกันนอกจากความร่วมมือนี้แล้ว ทั้งฮาสโบรและแมทเทลยังเดินหน้าต่อยอดแคแร็กเตอร์ของตนเองด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : กำเนิดจักรกลอสูร ที่มีกำหนดฉาย 7 มิถุนายนนี้ หรือภาพยนตร์ บาร์บี้ ซึ่งเตรียมเข้าฉาย 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ รวมถึงไม่นานนี้ แมทเทลประกาศสร้างภาพยนตร์จาก ฮอตวีลส์ แบรนด์รถของเล่นชื่อดังของบริษัท ด้วยการร่วมมือกับแบดโรบอตบริษัทสร้างภาพยนตร์ของผู้กำกับดังอย่าง เจ.เจ. อับรามส์ และสตูดิโอวอร์เนอร์บราเธอส์ ต่อเนื่องจากภาพยนตร์บาบี้ที่กำลังจะเข้าฉาย

“ระหว่างที่สร้างการเติบโตในธุรกิจของเล่น บริษัทเดินหน้าพัฒนาแผนสร้างการเติบโตในธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากของเล่นไปพร้อมกันด้วย”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความร่วมมือนี้ แต่สถานการณ์ของ 2 ยักษ์วงการของเล่นยังต้องจับตาเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาผลประกอบการของทั้ง 2 บริษัทแม้จะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้แต่ยังไม่ดีนัก โดยราคาหุ้นฮาสโบรเพิ่มขึ้นมากกว่า 13% เนื่องจากผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้วยรายได้สุทธิ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หักปากกานักวิเคราะห์ที่ต่างเก็งกันว่าจะมีรายได้ 878 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขนี้ยังลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้ 1.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งช่วงไตรมาสแรกยังขาดทุน 22.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

โดยยักษ์ของเล่นอยู่ระหว่างปรับตัวตามยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะต่อยอดรายได้จากพอร์ตโฟลิโอแคแร็กเตอร์และไลน์ของเล่นที่มีอยู่ โดยเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาบอร์ดบริหารของฮาสโบรลงมติอนุมัติการขายบางส่วนของธุรกิจความบันเทิง eOne TV ที่เกี่ยวกับการทำรายการทีวี และภาพยนตร์ออกไป ด้วยเหตุผลว่าไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์หลังจากนี้

“คริส ค็อก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮาสโบร กล่าวว่า พอใจกับความคืบหน้าดังกล่าวและจะอัพเดตสถานการณ์เพิ่มเติมในไตรมาส 2 ขณะเดียวกันทีมงานระดับโกลบอลยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ใหม่ที่มุ่งปลดล็อกมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาที่บริษัทมีอยู่ โดยจุดที่จะโฟกัสเพื่อสร้างการเติบโต อาทิ ธุรกิจเกม การขายตรงไปยังลูกค้า และการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา อย่าง การอนุญาตให้ธุรกิจอื่นนำแบรนด์และแคแร็กเตอร์ไปใช้หรือการไลเซนซิ่ง

ด้านแมทเทล ช่วงไตรมาสแรกทำยอดขายส่งตุ๊กตาได้ 306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายบาร์บี้ลดลง โดยยอดขายส่งตุ๊กตาบาร์บี้ทั่วโลกลดลง 41% สวนทางกับปีที่แล้วซึ่งยอดขายส่งรวมสูงถึง 396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ผู้บริหารแมทเทลยังระบุว่า ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่กำลังจะออกฉายซึ่งเป็นแบบไลฟ์แอ็กชั่นหรือการใช้คนแสดงนั้นอาจไม่ส่งผลบวกโดยตรงกับยอดขายตุ๊กตาเหมือนอย่างภาพยนตร์แอนิเมชั่น หรือก็คือแม้ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จยอดขายตุ๊กตาอาจไม่พุ่งขึ้นตาม แต่ทั้งนี้บริษัทจะเปิดตัวของเล่นที่สร้างจากภาพยนตร์เพื่อเจาะกลุ่มเด็กและนักสะสม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ของเล่น