เครื่องใช้ไฟฟ้า 2567 คึกคักตั้งแต่ต้นปี “ทีวี-แอร์” ความหวังสร้างยอด

เครื่องใช้ไฟฟ้า

ปี 2567 นี้ เป็นอีกปีที่วงการเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะคึกคักกันตั้งแต่วันแรกของปี ทั้งโปรโมชั่นหลากหลายรูปแบบและสินค้าใหม่หลากหลายรุ่น ด้วยแรงหนุนจากนโยบายช้อปคืนภาษีของรัฐบาล Easy e-Receipt ซึ่งเริ่มสตาร์ตตั้งแต่ 1 ม.ค. ลากยาวเป็นเวลา 45 วัน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับสินค้าระดับบน-ไฮเอนด์ ตามด้วย 2 มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติทั้งการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 และปารีสโอลิมปิกในช่วงกลางปีมาเป็นความหวังของกลุ่มภาพและเสียง

นอกจากนี้ แอร์เป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มจะคึกคัก จากสภาพอากาศซึ่งคาดว่าจะร้อนจัดอีกปีเช่นเดียวกับแนวโน้มการขึ้นค่าไฟฟ้า กระตุ้นการซื้อแอร์ทุกรูปแบบทั้งเครื่องแรก เครื่อง 2-3 และซื้อรุ่นใหม่เพื่อลดค่าไฟลง แต่ขณะเดียวกันบางกลุ่ม เช่น ตู้เย็นและเครื่องซักผ้าอาจมีความต้องการลดลงเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

ลุ้นระทึก 45 วันแรก

สำหรับช่วง 45 วันแรกของปีนี้นับเป็นช่วงเวลาที่ทั้งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าและร้านค้าทั่วประเทศต่างคาดว่าจะเป็นจังหวะสำคัญในการสร้างยอดขายจากแรงหนุนของนโยบายช้อปดีมีคืน 2567 ซึ่งมีการขยับเพดานการลดหย่อนภาษีขึ้นเป็นสูงสุด 5 หมื่นบาท สูงกว่าโครงการปีก่อนที่ลดหย่อนได้สูงสุด 4 หมื่นบาท จึงมีการเตรียมทั้งแคมเปญโปรโมชั่นและสต๊อกสินค้าเอาไว้รองรับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว พร้อมชิงเม็ดเงินในไฮซีซั่นแรกของปี

“อำนาจ สิงหจันทร์” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงโครงการลดหย่อนภาษี Easy e-Receipt ตั้งแต่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ หรือระยะเวลา 45 วันแรกของปี ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะเติบโตสูงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทีวีและเครื่องซักผ้า-อบผ้าระดับบนจนถึงพรีเมี่ยมที่ราคาประมาณ 5 หมื่นบาท หรือใกล้เคียงกับวงเงินลดหย่อนสูงสุด เนื่องจากสถิติโครงการครั้งก่อน ๆ ผู้บริโภคระดับบนที่มีกำลังซื้อและสามารถใช้สิทธิหักภาษีได้เต็มจะตัดสินใจซื้อแบบเต็มวงเงินในครั้งเดียว เพื่อความสะดวกในการคำนวณสิทธิลดหย่อน จัดทำและเก็บรักษาใบกำกับภาษี

โดยบริษัทจะชิงความได้เปรียบและดึงดูดผู้บริโภคด้วยแคมเปญ-โปรโมชั่น โดยเฉพาะในรูปแบบบันเดิลหรือการจับคู่สินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษถูกกว่าซื้อแยกชิ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับดีในปี’66 อาทิ ทีวีคู่กับลำโพงซาวนด์บาร์, เครื่องซักผ้าคู่กับตู้ถนอมผ้า เครื่องซักผ้าคู่กับตู้เย็น หรือเครื่องดูดฝุ่นคู่กับเครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น

ส่วนร้านค้าดีลเลอร์และเชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศต่างเตรียมสต๊อกสินค้ากันตั้งแต่ช่วงปลายปี’66 เพื่อรอรับมหกรรมนี้และอาจมีการทำโปรโมชั่นของตนเองเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจอีกชั้นหนึ่งด้วย ทำให้ตลาดคึกคักยิ่งขึ้นอีก

“ทีวีและเครื่องซักผ้าเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีโอกาสสูงในช่วง 45 วันนี้ เนื่องจากกระแสการอัพเกรดเป็นขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงเป็นจังหวะช่วงหลังจากกลุ่มพนักงานบริษัทได้รับโบนัสปลายปีกันจึงน่าจะตัดสินใจซื้อได้ง่าย ซึ่งที่ผ่านมาบรรดาร้านค้าทั้งในและนอกห้างต่างแสดงความมั่นใจกับความคึกคักในช่วงนี้และสต๊อกสินค้าเตรียมไว้เต็มที่”

“บอลยูโร-โอลิมปิก” หนุนทีวี

นอกจากช่วง 45 วันแรกแล้ว ช่วงกลางปีจะมีปัจจัยบวกใหญ่อีก 2 ปัจจัยต่อเนื่องกันคือ การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ตั้งแต่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม ตามด้วยโอลิมปิก 2024 ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม ซึ่งตามปกติมหกรรมการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตของชาวไทยจะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มภาพและเสียงทั้งทีวี และลำโพงแบบต่าง ๆ เนื่องจากผู้บริโภคมักใช้เป็นจังหวะอัพเกรดจากเครื่องเก่าเพื่อรับชมการแข่งขันของทีมโปรดได้แบบชัดเต็มตา ทำให้เป็นอีกโอกาสสำคัญของวงการ

ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลยูโรและโอลิมปิก 2024 นี้น่าจะส่งผลบวกกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่เนื่องจากนับเป็นมหกรรมกีฬาครั้งแรกที่จัดหลังผลช่วงการระบาดของโควิด-19 ช่วยให้ไม่เพียงผู้บริโภคที่จะอัพเกรดทีวีเป็นไซซ์ใหญ่ยิ่งขึ้นเพื่อชมการแข่งที่บ้าน แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอย่างร้านอาหาร ผับบาร์ ฯลฯ มีความมั่นใจในการลงทุนอัพเกรดทีวีและระบบเสียงในร้านเพื่อใช้เป็นจุดขายดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามารับชมการแข่งขันในร้านไปพร้อมกับการกิน-ดื่มด้วย ความต้องการจากหลากหลายกลุ่มนี้ทำให้โอกาสขายเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

แอร์แห่แข่งประหยัดไฟ

นอกจากทีวีและเครื่องเสียงแล้ว แอร์ยังเป็นอีกกลุ่มที่ถูกจับตาว่าน่าจะเป็นดาวเด่นของวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี’67 นี้ พร้อมกระแสการแข่งขันด้านความประหยัดไฟ เนื่องจากแนวโน้มการขึ้นค่าไฟฟ้า พร้อมกับมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ และสภาพอากาศซึ่งอาจร้อนจัดต่ออีกปี หลังปี’66 สภาพอากาศร้อนจัดหนุนให้ตลาดแอร์เติบโตก้าวกระโดดได้ถึง 35% สวนทางกับเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ

“อำนาจ” อธิบายถึงแนวโน้มนี้ว่า แนวโน้มการปรับขึ้นค่าไฟ และมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ซึ่งเริ่มบังคับใช้ในปีนี้ ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจกับการประหยัดไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะกับแอร์ที่ใช้ไฟค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีเทคโนโลยีประหยัดไฟอย่างอินเวอร์เตอร์ด้วย ขณะเดียวกับแบรนด์สินค้าจะหยิบยกความสามารถประหยัดไฟมาโปรโมตเป็นจุดขายตามฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

ขณะเดียวยังมีโอกาสที่อากาศปีนี้จะร้อนเช่นเดียวกับปีก่อน ตามวงรอบการมีสภาพอากาศร้อนจัดติดต่อกัน 2 ปี จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้บริโภคซึ่งยังใช้แอร์ระบบเดิมจะตัดสินใจอัพเกรดเป็นระบบอินเวอร์เตอร์เพื่อรับมือกับแนวโน้มค่าไฟและอากาศร้อนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มภาพและเสียงรวมถึงแอร์ เพื่อรับโอกาสจาก 2 มหกรรมกีฬาและสภาพอากาศไว้แล้ว โดยจะมีจุดเด่นทั้งเทคโนโลยีใหม่และดีไซน์ใหม่ที่มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น อย่างการประหยัดไฟมากขึ้นในแอร์รุ่นใหม่ พร้อมตั้งเป้าการเติบโตในระดับเลข 2 หลัก

จับตาดีมานด์ตู้เย็น-ซักผ้า

“ธเนศร์ บินอาซัน” รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้กลุ่มแอร์ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคต้องการติดแอร์มากขึ้น เช่น การติดแอร์ 2 ตัวใน 1 ห้อง เป็นต้น ส่งผลให้ปี’67 มูลค่าตลาดเครื่องปรับอากาศจะสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท และแอร์ขนาด 10,000 BTU ขึ้นไปจะได้รับความนิยมมากขึ้น

“สภาพอากาศที่ร้อนมากขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีโอกาสในการขายมากขึ้น รวมถึงช่องทางใหม่ ๆ ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา เป็นต้น”

แต่ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี’67 นี้มีแนวโน้มจะหดตัวลงประมาณ 3% หรือมีมูลค่าเหลือประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก 2 ปัจจัยคือ กำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกซื้อสินค้าเฉพาะที่พอมีกำลังซื้อได้ อีกปัจจัยคือความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้บริโภคอย่างการเพิ่มขึ้นของร้านสะดวกซื้อและร้านสะดวกซัก ทำให้ความต้องการตู้เย็นและเครื่องซักผ้าอาจลดลง เนื่องจากสามารถใช้บริการร้านสะดวกซื้อ และร้านสะดวกซักแทนได้

โดยบริษัทจะเดินหน้าสร้างการเติบโตสวนแนวโน้มตลาดด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ใน 9 หมวด อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี ตู้แช่ไปจนถึงเครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งมาคู่กับจุดเด่นอย่างฟังก์ชั่นสุขภาพ ความสะดวกจากระบบควบคุมแบบใหม่ และมาในหลากหลายขนาด ขณะเดียวกันจะส่งสินค้าระดับกลางจนถึงระดับไฮเอนด์เข้าไปวางจำหน่ายขยายโมเดิร์นเทรดเพิ่มขึ้น

พร้อมทุ่มงบฯกว่า 1 พันล้านบาทโหมกิจกรรมการตลาด เช่น ใช้บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เป็นพรีเซ็นเตอร์ย้ำจุดเด่นฟังก์ชั่นสุขภาพ การใช้ KOL ระดับลักเซอรี่ และกิจกรรม Sport Marketing ระดับภูมิภาค รวมถึงโรดโชว์ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 500 ครั้ง


คาดว่าในปี 2567 จะมียอดขาย 11,000 ล้านบาท เติบโต 20% ก่อนที่ในปี 2569 จะสปีดการเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า โดยตั้งเป้ารายได้ 22,000 ล้านบาท