เปิดประวัติ ฮาตาริ พัดลมแบรนด์ไทย รายได้พันล้าน แต่งตัวใหม่รอบ 34 ปี

HATARI ฮาตาริ

เปิดประวัติฮาตาริ (HATARI) พัดลมแบรนด์ไทย รายได้หลักพันล้านบาทต่อปี และการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 34 ปี

“พัดลม” อุปกรณ์คลายร้อนประจำบ้านที่มีในทุกครัวเรือนของไทย และ “ฮาตาริ (HATARI)” มักเป็นหนึ่งในแบรนด์พัดลมที่อยู่ประจำบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร และอยู่ในใจของใครหลายคน ด้วยรูปแบบและดีไซน์ที่หลากหลาย

ขณะเดียวกัน “ฮาตาริ” ซึ่งโลดแล่นอยู่ในตลาดพัดลมเมืองไทยมานาน 34 ปีแล้ว ตัดสินใจรีแบรนด์ใหญ่ ทั้งแนวคิดการพัฒนา จนถึงดีไซน์ของสินค้า แม้จะครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดพัดลมแล้วก็ตาม

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักแบรนด์พัดลมสัญชาติไทยแบรนด์นี้ให้มากขึ้น

จุดเริ่มต้น “ฮาตาริ”

จุดเริ่มต้นของ “ฮาตาริ” เริ่มต้นจาก นายจุน วนวิทย์ ซึ่งผ่านการทำงานหลากหลาย ตั้งแต่การเป็นลูกจ้าง ช่างทำทอง ช่างทำแม่พิมพ์สำหรับฉีดพลาสติก และได้ต่อยอดความรู้การฉีดพลาสติก สู่การผลิตโครงพัดลมพลาสติก เสนอขายให้โรงงานผลิตพัดลม ซึ่งในอดีตยังใช้โครงพัดลมแบบอะลูมิเนียม

Advertisment

ต่อมาได้ไปเรียนรู้การพันมอเตอร์ที่ไต้หวัน จึงต่อยอดองค์ความรู้ เป็นผู้ผลิตพัดลมที่ใช้ชิ้นส่วนพลาสติกทั้งหมด และออกจำหน่ายของตัวเอง โดยช่วงแรกใช้ยี่ห้อว่า K และ TORY

ปี 2533 จุน วนวิทย์ และสุนทรี วนวิทย์ เปิดบริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด เพื่อผลิตพัดลมภายใต้แบรนด์ “ฮาตาริ (HATARI)” ที่คนไทยหลายคนคุ้นเคยจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน ฮาตาริอยู่ภายใต้การบริหารหลักของทายาทรุ่นที่ 2 คือ ศิริวรรณ พานิชตระกูล และวิทยา พานิชตระกูล พร้อมด้วยทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งพัฒนาทั้งดีไซน์ สีสัน จนถึงการสื่อสารการตลาด จนทำให้ฮาตาริเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ ครัวเรือน

โดยปัจจุบัน ฮาตาริมีสินค้าพัดลมให้ความเย็นทั้งแบบใช้ภายในอาคาร ที่พักอาศัย และใช้งานในระดับอุตสาหกรรม พัดลมระบายอากาศ เครื่องฟอกอากาศ และพัดลมไอเย็น Air Cooler

Advertisment

ขณะที่ข้อมูลเมื่อปี 2566 ระบุว่า ตลาดพัดลมในไทยเมื่อปี 2566 มีขนาดประมาณ 10 ล้านตัวต่อปี โดยฮาตาริมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70% หรือคิดเป็นยอดขาย 7-7.5 ล้านตัว/ปี

ความต้องการพัดลมเปลี่ยนแปลงไป

ชัญญา พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด เปิดเผยว่า แม้จะครองส่วนแบ่ง 70% แต่ทีม R&D ที่วิจัยและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงเทรนด์ต่าง ๆ ในตลาดพบว่า ความต้องการพัดลมมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตในหลายด้าน ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เช่น ดีไซน์ของพัดลม การใช้งาน คุณภาพ

เมื่อรวมกับการครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 70% ทำให้การเติบโตในรูปแบบเดิม ๆ เริ่มท้าทายมากขึ้น จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะรีแบรนด์ใหม่ ให้สอดคล้องกับดีมานด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมกับเปิดตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

โดยการรีแบรนด์ครั้งนี้ ชัญญาให้รายละเอียดว่า จะพลิกโฉมสินค้าทั้ง 70 SKU ในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ที่แบรนด์ไม่เคยมีมาก่อน ในราคาที่ยังจับต้องง่าย

โดยสินค้าใหม่จากนี้ รวมถึงสินค้าที่จะปรับดีไซน์ใหม่ เน้นจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ทั้งด้านดีไซน์มินิมอล และสีสันที่เน้นความเรียบหรู เช่น ขาว-ดำ และพาสเทล เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านในปัจจุบัน และฟังก์ชั่นซึ่งเน้นความสะดวกในการใช้งาน และสามารถใช้งานได้หลายสถานการณ์

รวมถึงเพิ่มความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ เช่น เปลี่ยนแผ่นปิดใต้ฐานพัดลมจากวัสดุเดิมซึ่งรีไซเคิลไม่ได้เป็นพลาสติก เป็นต้น จนถึงสินค้าอื่น ๆ ซึ่งฮาตาริจะทยอยเปิดตัวต่อเนื่องจนถึงปี 2569

พัฒนาสินค้าภายใต้ Design Value

ชัญญากล่าวว่า การพัฒนาสินค้าจะอยู่ภายใต้ Design Value 4 ส่วน ประกอบด้วย “Form” รูปลักษณ์ภายนอก, “Details” รายละเอียดผลิตภัณฑ์, “CMF” (Colour, Material and Finish) สีและวัสดุ, และ “Interaction” ความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาเข้าถึงทุกครอบครัว

ก่อนหน้านี้ ฮาตาริ ร่วมมือกับ Habits Design Studio สตูดิโอชั้นนำจากอิตาลี ในการพัฒนาดีไซน์พัดลม ให้ตอบโจทย์ Modern Living มาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี โดยสะท้อนผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ รูปร่าง, การออกแบบที่ใส่ใจรายละเอียด, คัดสรรวัสดุ, สี, การประกอบ และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ดังนี้

FORM (พัฒนารูปร่าง)

  • Sturdy Elegance : ปรับเปลี่ยนภาพรวมของพัดลมให้ดูสวยงาม โมเดิร์น และทรงพลังขึ้น
  • Soften Geometry : เพิ่มความโค้งมนให้กับทุกรายละเอียด ทั้งเรื่องตัวพัดลม ใบพัด หรือแม้กระทั่งปุ่ม
  • Sculpted Purpose : ทำมาเพื่อให้เข้ากับทุกสไตล์ของบ้าน และตอบโจทย์ Modern Living

DETAIL (ใส่ใจรายละเอียด)

  • Honest Construction : รวมวิศวกรรมเข้ากับดีไซน์ เพื่อสร้างความสุขทุกการใช้งาน
  • Powerful Potential : เพิ่มศักยภาพแรงลมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เราภูมิใจ

CMF : COLOR MATERIAL FINISH (คัดสรรวัสดุ, สี, การประกอบ)

  • Lively Precision : โดดเด่นไม่ว่าจะวางในตำแหน่งไหนของบ้าน
  • Calm Precision : พรีเมี่ยมด้วยสี รูปทรง และผิวสัมผัส ไม่ต่างจากงานศิลปะชั้นเอก
  • Precise Utility : ทุกเฉดสีคิดมาเพื่อเข้ากับทุกสภาพแวดล้อม

INTERACTION (ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน)

  • Delightful Reassurance : สร้างความสุขทุกครั้งที่ใช้ ผ่านอินเตอร์เฟซการสัมผัส ฟังก์ชั่น และเพอร์ฟอร์แมนซ์ของพัดลม เพื่อตอบโจทย์ Modern Living ของคนรุ่นใหม่ และทุกเจเนอเรชั่น

นอกจากการปรับดีไซน์ใหม่แล้ว ฮาตาริจะยังมีสินค้าในรูปแบบเดิมเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าเดิมด้วยเช่นกัน โดยจะวางจำหน่ายในช่องทางร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม และไฮเปอร์มาร์เก็ต

เปิดรายได้ธุรกิจ “ฮาตาริ”

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ประกอบธุรกิจการขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใช้ในครัวเรือน เช่น พัดลม เครื่องฟอกอากาศ เครื่องซักผ้า จดทะเบียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2533 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 5,000,000 บาท

โดยผลประกอบการในช่วงปี 2562-2566 เป็นดังนี้

ปี 2562

  • รายได้รวม 6,520,769,360.94 บาท
  • รายจ่ายรวม 6,442,780,091.36 บาท
  • กำไรสุทธิ 58,595,485.60 บาท

ปี 2563

  • รายได้รวม 6,240,236,344.24 บาท
  • รายจ่ายรวม 6,145,447,195.90 บาท
  • กำไรสุทธิ 73,837,658.72 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 6,336,193,438.58 บาท
  • รายจ่ายรวม 6,249,441,818.67 บาท
  • กำไรสุทธิ 65,821,884.79 บาท

ปี 2565

  • รายได้รวม 6,008,205,227.02 บาท
  • รายจ่ายรวม 5,945,666,128.51 บาท
  • กำไรสุทธิ 45,859,142.20 บาท

ปี 2566

  • รายได้รวม 7,105,220,195.07 บาท
  • รายจ่ายรวม 7,053,583,342.32 บาท
  • กำไรสุทธิ 37,662,964.57 บาท

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับพัดลมฮาตาริ คือ

บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2528 ประกอบธุรกิจการผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนประเภทผลิตความร้อนด้วยไฟฟ้า ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 400,000,000 บาท

ปี 2562

  • รายได้รวม 4,857,811,530.30 บาท
  • รายจ่ายรวม 4,340,135,166.07 บาท
  • กำไรสุทธิ 402,108,825.18 บาท

ปี 2563

  • รายได้รวม 5,270,406,291.32 บาท
  • รายจ่ายรวม 4,509,173,143.53 บาท
  • กำไรสุทธิ 603,899,494.51 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 5,774,766,880.63 บาท
  • รายจ่ายรวม 4,960,602,582.42 บาท
  • กำไรสุทธิ 645,645,044.65 บาท

ปี 2565

  • รายได้รวม 5,519,250,519.12 บาท
  • รายจ่ายรวม 4,946,072,700.94 บาท
  • กำไรสุทธิ 445,709,268.08 บาท

ปี 2566

  • รายได้รวม 5,641,536,052.69 บาท
  • รายจ่ายรวม 5,134,175,089.89 บาท
  • กำไรสุทธิ 385,647,069.49 บาท

บริษัท ฮาตาริ อีคอมเมิร์ซ จำกัด

จดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ประกอบธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต สินค้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้เเละอุปกรณ์ไฟฟ้า เเละอื่น ๆ ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 2,000,000 บาท

ปี 2562

  • รายได้รวม 746.28 บาท
  • รายจ่ายรวม 192,323.82 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 191,577.54 บาท

ปี 2563

  • รายได้รวม 10,786,251.34 บาท
  • รายจ่ายรวม 9,111,636.96 บาท
  • กำไรสุทธิ 1,496,978.62 บาท

ปี 2564

  • รายได้รวม 7,805,204.84 บาท
  • รายจ่ายรวม 6,051,429.60 บาท
  • กำไรสุทธิ 1,535,561.79 บาท

ปี 2565

  • รายได้รวม 5,946,630.48 บาท
  • รายจ่ายรวม 4,533,810.36 บาท
  • กำไรสุทธิ 1,245,842.74 บาท

ปี 2566

  • รายได้รวม 6,410,372.04 บาท
  • รายจ่ายรวม 5,129,834.29 บาท
  • กำไรสุทธิ 1,132,991.91 บาท

เป้าหมายต่อไป “ฮาตาริ” โกอินเตอร์

นอกจากการรีแบรนด์ใหม่ของฮาตาริ ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้แล้ว ฮาตาริยังเตรียมขยายตลาดส่งออกมากขึ้น ราว 10% โดยโฟกัสประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เป็นต้น

เนื่องจากปัจจัยทางภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าทุกปี และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงกันกับไทย รวมถึงความชื่นชอบและเชื่อถือสินค้าแบรนด์ไทยที่สูง ล้วนส่งผลเชิงบวกต่อการเติบโตทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ฮาตาริจะปรับการทำตลาดให้แอ็กทีฟขึ้น ผ่านแคมเปญสื่อสารองค์กร “Shaped By Wind #พัดไทยให้ไกลกว่าเดิม” ผ่านฮีโร่ของคนไทยในหลากหลายสาขาอาชีพ โดยฮาตาริเชื่อว่าการรีแบรนด์และทัพสินค้าดีไซน์ใหม่ รวมถึงกลยุทธ์การทำตลาดที่แอ็กทีฟขึ้น จะทำให้ปี 2567 มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับยอดขายเมื่อปี 2566