ปตท.เติมกระสุนค้าปลีกไม่หยุด 100 ร้านรอเสียบ-ปั้นแบรนด์บุกไทยเทศ

ปตท.โชว์บิ๊กดาต้าเสริมแกร่งธุรกิจค้าปลีก ทราฟฟิก 1.8 ล้านคนต่อวันใน 1,500 สถานีทั่วประเทศ ดูดร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ อยากร่วมทีม ชี้ 100 ร้านค้าจ่อคิว เตรียมส่ง 8 แบรนด์สยายปีกโตไทย-เทศ

ปตท.เพิ่มดีกรีรุกธุรกิจน็อนออยล์ต่อเนื่อง เร่งเจรจาพันธมิตรเติมแม็กเนตร้านใหม่ ๆ เติมเต็มดึงนักช็อป เดินหน้าส่งร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ท้าชิงตลาดค้าปลีกซีแอลเอ็มวี หวังเติมพอร์ตรายได้ธุรกิจน็อนออยล์การเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่ขยายตัวอย่างรอบทิศและต่อเนื่อง ทำให้ยักษ์น้ำมัน “ปตท.” ไม่พลาดที่จะเข้ามาร่วมในสมรภูมินี้ ไม่เพียงทิศทางการเดินหน้าเชิงรุกของแบรนด์ตัวเองที่ปลุกปั้นขึ้นมา แต่ยังรวมถึงการสยายปีกของแบรนด์สินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่รับสิทธิ์ของการเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์

8 แบรนด์ในมือโตรอบทิศ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันแข่งขันกันค่อนข้างสูงจากการเข้ามาของรายใหม่ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โดยแต่ละแบรนด์แข่งขันกันที่การพัฒนาบริการใหม่ ๆ เพื่อดึงคนเข้ามาใช้บริการ ทั้งนี้ เดินหน้าพัฒนากลุ่มธุรกิจน็อนออยล์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าเจรจาหาแบรนด์ใหม่ ทั้งกลุ่มร้านอาหาร บริการ เข้ามาเติมแม็กเนต สร้างความหลากหลายให้แก่ผู้เข้ามาใช้บริการ หวังตอกย้ำภาพลักษณ์ของสถานีบริการน้ำมันที่เป็นไลฟ์สเตชั่น (life station) มากขึ้น

ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการ 1.8 ล้านคนต่อวันใน 1,500 สถานีทั่วประเทศ หรือเฉลี่ย 1,200 คนต่อวันต่อสถานีบริการน้ำมัน ล่าสุดได้เปิดตัวบัตรเครดิต พีทีที บลูการ์ด เครดิตการ์ด ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย คาดว่าปีแรกจะมีฐานสมาชิก 12,000 ราย จากสมาชิกบัตรพีทีที บลูการ์ด ที่มีฐานอยู่ที่ 2.3 ล้านใบ

ปัจจุบันธุรกินน็อนออยล์มีแบรนด์ที่บริหารเอง 5-6 แบรนด์ เช่น คาเฟ่ อเมซอน (Cafe? Amazon) ฟิตออโต้ ร้านชานมไข่มุก “เพิร์ลลี่ ที” ร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ “จิฟฟี่” และมาสเตอร์แฟรนไชส์ 3 แบรนด์ คือ แด็ดดี้โด ไก่ทอดเท็กซัส และฮั่วเซ่งฮง

“จิฟฟี่” บุกซีแอลเอ็มวี

ในส่วนร้านสะดวกซื้อ จิฟฟี่ วางแนวทางไว้ชัดเจน เน้นการขยายสาขาในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 40 สาขาในลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาตลาดค้าปลีกในเมียนมาถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจด้วย

นายอรรถพลกล่าวว่า ร้านสะดวกซื้อ “จิฟฟี่” ยังไม่มีแผนจะขยายสาขาในประเทศ แต่อาจจะมีเปลี่ยนทำเลบ้างตามสถานีบริการที่หมดสัญญาลง ซึ่งหลัก ๆ ยังคงจำนวนไว้ที่ 150 สาขา ส่วนคาเฟ่ อเมซอน คาดว่าสิ้นปีนี้จะเปิดครบ 2,000 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นในปั๊ม 1,500 สาขา นอกปั๊ม 500 สาขา และปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 300 สาขา แบ่งเป็นในปั๊ม 150 สาขา และนอกปั๊ม 150 สาขา


ร้านค้าจ่อคิวร่วมทีมพรึ่บ

นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรร้านค้า บริการต่าง ๆ อีกกว่า 100 ราย ที่พร้อมขยายไปกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโมเดล แบ่ง 3 โมเดลหลัก ได้แก่ คอมแพ็กต์ ขนาด 1-1.5 ไร่ ลงทุน 10-20 ล้านบาท สแตนดาร์ด 3-4 ไร่ ลงทุน 20-30 ล้านบาท และแพลทินัม 5 ไร่ขึ้นไป ลงทุนประมาณ 40-100 ล้านบาท ซึ่งโมเดลนี้ก็จะมีธุรกิจรีเทลที่หลากหลาย ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้เข้ามาใช้บริการ

“ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่จะขยายด้วยดีลเลอร์เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของจำนวนสาขาทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้โมเดลไหน เพราะเรามีพันธมิตรด้านร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ที่พร้อมไปกับเราอยู่แล้ว แต่โมเดลพื้นฐานจะมีร้านกาแฟอเมซอนและเซเว่นอีเลฟเว่น”


เป้าหมายในอนาคต เตรียมเพิ่มสัดส่วนธุรกิจน็อนออยล์ต่อเนื่อง เพราะสามารถสร้างกำไรได้ดีกว่าธุรกิจน้ำมัน ปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจน้ำมัน 98% และธุรกิจน็อนออยล์ 2% ของรายได้รวม ขณะที่ในแง่กำไรนั้น แบ่งสัดส่วนรายได้เป็น ธุรกิจน้ำมัน 80% และธุรกิจน็อนออยล์ 20%

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ