สธ.เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นกลุ่มเสี่ยงให้เร็ว หลังพบยอดผู้เสียชีวิตสูงขึ้น
ฉีดวัคซีน
กระทรวงสาธารณสุขเผยอัตราติดโควิดปอดอักเสบ เสียชีวิตมีแนวโน้มสูง คาดสงกรานต์เพิ่มอีกเท่าตัว ต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกลุ่มเสี่ยงให้เร็ว โดยเฉพาะเด็ก แนะผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีน
วันที่ 5 เมษายน 2565 พญ.สุมนี วัชระสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวประเด็นสถานการณ์โควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการตรวจ RT-PCR จำนวน 21,088 ราย ส่วน ATK จำนวน 10,884 ราย รวม 31,972 ราย โดยมีผู้ที่ตรวจด้วยตัวเองแล้วเป็นบวกอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้ตัวเลขติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 5-6 หมื่นราย แต่ยังอยู่ในการคาดการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข
ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสงกรานต์ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก อัตราครองเตียงทั่วประเทศ 28.3% คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนเตียงทั้งหมด แต่เทียบกับ เม.ย. ปี 2564 ถือว่าน้อยกว่ามาก แต่ว่าไม่ประมาท การไม่ติดเชื้อดีที่สุด

ดังนั้น การป้องกันตัวเอง ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่ม 608 การสวมน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง เลี่ยงไปสถานที่เสี่ยง เป็นต้น ไม่รับประทานอาหาร หรือดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน COVID Free Setting เนื่องด้วยเราเปิดประเทศ และไม่มีการล็อกดาวน์ งดการทำงาน ฉะนั้นมาตรการองค์กรจึงสำคัญ และ ATK
พญ.สุมนีกล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. รวม 7 วัน พบรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่มากกว่า 80 รายทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีและมีโรคเรื้อรั้ง สำหรับรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้ 91 ราย พบว่าไม่ได้รับวัคซีนเลย 42 ราย คิดเป็น 46% ได้รับ 1 เข็ม 9 รายคิดเป็น 10% ได้ครบ 2 เข็มนานกว่า 3 เดือน 31 รายคิดเป็น 34% และได้รับครบ 2 เข็มยังไม่เกิน 3 เดือน 3% และรับวัคซีน 3 เข็มแล้วอีก 6 รายคิดเป็น 7%
นอกจากนี้ พบว่ามีทารกเสียชีวิตด้วย 2 ราย รายแรกเป็น เด็กชายอายุ 5 เดือน จ.ตราด ติดจากคนในครอบครัว มีอาการปอดอักเสบ และเด็กหญิง ชาวเมียนมา จ.สมุทรปราการ ติดเชื้อจากครอบครัว โดยมีอาการปอดอักเสบ
อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้ คนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็ม 1 และเข็มกระตุ้น ขอให้ไปรับวัคซีนได้ ก่อนสงกรานต์
ทั้งนี้ จากข้อมูลการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นได้ 70% มี 7 จังหวัด คือ น่าน นนทบุรี สมุทรปราการ ภูเก็ต มหาสารคาม ลำพูน และชัยนาท ส่วนที่ฉีดมากกว่า 60% เช่น เชียงราย แพร่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี และยโสธร
สำหรับวัคซีนอายุ 5-11 ขวบ มีจำนวนกว่า 5 ล้านคน ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 45.7% เข็มที่ 2 ฉีดแล้ว 1.3% ถือว่าน้อย โดยการระบาดโอมิครอนพบว่ามีรายงานติดเชื้อในเด็กอยู่ตลอด ดังนั้น ช่วงปิดเทอมขอให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีนให้มากขึ้น
เมื่อลงลึกไปถึงกลุ่มเด็กที่ติดเชื้อ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ช่วงอายุ 5-12 ปี เป็นวัยที่เข้าโรงเรียนแล้ว และมีกิจกรรมเจอกับเพื่อน จึงมีรายงานติดเชื้อเพิ่มเป็นระยะ กลุ่มนี้ฉีดวัคซีนได้ แต่พบฉีดเข็มแรกไม่ถึง 50% และเข็มสองไม่ถึง 5% ทำให้ภูมิคุ้มกันยังน้อย อีกทั้งเชื้อมีการพัฒนาตลอด ในกลุ่มนี้ที่ติดเชื้อพบ 60% มีโรคประจำตัว จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อยากเน้นย้ำให้พ่อแม่พาไปรับวัคซีน ส่วนเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มที่ยังไม่สามารถรับวัคซีน ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องดูแลและป้องกันอย่างใกล้ชิด
- โควิดวันนี้ (5 เม.ย.) ศบค.รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,088 ราย เสียชีวิต 91 ราย
- รู้จัก โควิด XE และ XJ ลูกผสมจาก 2 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน
- กรมวิทย์ฯ แจง หลังเจอผู้ป่วยโอมิครอนใกล้เคียงสายพันธุ์ XJ รายแรก
- โควิดกลุ่มสีเขียว สิทธิบัตรทอง-ข้าราชการ รักษา รพ.เอกชนกว่า 100 แห่ง
