เทสลา ผุดโชว์รูม ดิ เอ็มสเฟียร์ ปลุกตลาดรถอีวีทะลุ 3 หมื่นคัน

TESLA
(Photo by Patrick T. FALLON / AFP)

“เทสลา” รุกคืบตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ปักหมุดผุดโชว์รูมกลางเมืองในโครงการ “ดิ เอ็มสเฟียร์” สภาอุตฯระบุไทยเข้าใกล้สู่ฮับอีวีเต็มตัว ปลื้ม 3 ยักษ์ค่ายจีน “เอ็มจี-เกรทวอลล์-BYD” จัดทัพถล่มตลาดกันสนุก ดันยอดจดทะเบียนรถอีวีปีนี้ทะลุ 3 หมื่นคัน ขณะที่ “เบนซ์-บีเอ็ม” ส่งอีวีหรูหลายรุ่นยั่วน้ำลายเศรษฐีเพิ่ม

ความเคลื่อนไหวของเทสลา ยักษ์ใหญ่ในวงการผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังของโลกสัญชาติอเมริกัน ที่มีมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ เป็นซีอีโอ หลังเข้ามาจดทะเบียนเปิดบริษัทลูกในไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2565 ด้วยทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท ใช้ชื่อ บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อประกอบกิจการขายรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเก็บพลังงานแบบติดตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบเก็บพลังงานแบบติดตั้ง ระบบผลิตพลังงานและอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบพลังงาน

โดยมีสถานที่ตั้งสำนักงาน ตึกออล ซีซั่นส์ เพลส ถนนวิทยุ และประกาศรับสมัครงานในประเทศไทย 15 ตำแหน่ง แบบ Full-time ประจำสำนักงานในกรุงเทพมหานคร บนเว็บไซต์ อาทิ Office Administrator (Operations & Business Support), Senior Accountant Finance, Service Manager (Vehicle Service), Tesla Advisor (Sales & Customer Support), Home Charging Developer, Delivery Advisor (Sales & Customer Support) ฯลฯ

ล่าสุดยังประกาศผุดโชว์รูมกลางเมืองเพื่อปูพรมรุกตลาดรถอีวีอย่างเต็มรูปแบบ

Advertisment

ปักหมุด “ดิ เอ็มสเฟียร์”

แหล่งข่าวฝ่ายบริหาร บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยว่า บริษัทได้ตัดสินใจลงทุนผุดโชว์รูมเทสลาในโครงการ “ดิ เอ็มสเฟียร์” ของกลุ่มเดอะมอลล์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างสวนเบญจสิริ คาดว่าจะพร้อมให้บริการราวปี 2566

“มูลค่าการลงทุนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทำเลที่เทสลาเลือกถือเป็นที่สุดของแหล่งช็อปปิ้ง มีโครงการใหญ่รวมกันถึง 3 แห่ง ทั้งเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ โดยเฉพาะยังมีออฟฟิศสำนักงาน ซึ่งการตัดสินใจเลือกลงโชว์รูมที่นี่จะสามารถรองรับกลุ่มลูกค้าเทสลาได้อย่างชัดเจน”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันพุธที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน The Pulse of Bangkok ท่ามกลางผู้ร่วมงานกว่า 3 พันคน ในงานมีการพรีเซ็นต์ถึงพื้นที่ภายในโครงการ ซึ่งแบ่งเป็นหลายโซน ทั้งเอ็ม แกลเลอรี่, เอ็ม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ

ในส่วนของเทสลาจะอยู่ในโซน เอ็ม อินโนเวชั่น เน้นไปที่แหล่งรวมนวัตกรรมล้ำสมัยจากทั่วโลก ซึ่งการเข้ามาทำตลาดของเทสลารอบนี้น่าจะช่วยให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบ้านเราคึกคักมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีนักวิเคราะห์ด้านยานยนต์หลายสำนักประเมินว่า การเข้ามาทำตลาดของเทสลาส่งผลต่อตลาดแน่ ๆ คือราคาขายจะต่ำลง เพราะไม่ว่าเทสลาจะมีนโยบายเพียงแค่ขายอย่างเดียวหรือมีแผนเข้ามาตั้งโรงงานผลิต

Advertisment

ทั้งหมดย่อมทำให้ราคาขายต่ำลงอย่างแน่นอน จากปัจจุบันกลุ่มเกรย์มาร์เก็ตต้องนำเข้าจากอังกฤษ หรือฮ่องกง (พวงมาลัยขวา) เสียภาษีศุลกากร (นำเข้า) 80% แต่เมื่อเทสลาเข้ามาทำตลาดเอง โปรดักชั่นสามารถนำเข้ามาจากจีน หรืออินโดนีเซีย ทั้ง 2 ประเทศมีข้อตกลง FTA เขตการค้าเสรีอาเซียนคิดภาษีในอัตรา 0% ตัวอย่าง เทสลา โมเดล Y ที่กำลังเป็นที่นิยม ราคาที่เกรย์มาร์เก็ตขาย 3 ล้านกว่าบาท ก็น่าจะทำให้ถูกลง 7-8 แสนบาท

โครงการ THE EMSPHERE ของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป
โครงการ THE EMSPHERE ของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป

ดันยอดสะสมรถอีวีทะลุ 3 หมื่น

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่หลากหลายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสนใจทำตลาดบ้านเรา โอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นฮับอีวีคงเร็วขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้ยอดจดทะเบียนสะสมยานยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (อีวี) ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 22,391 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 130%

“ปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตมาจากมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล โดยเฉพาะการให้เงินอุดหนุน ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากปัญหาซัพพลายขาดโดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) เริ่มคลี่คลาย ขณะนี้เริ่มเห็นทิศทางดีขึ้นของค่ายรถอีวี ระยะหลังหลายแบรนด์เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ลูกค้า อาทิ เอ็มจี, เกรทวอลล์, เนต้า ฯลฯ ล่าสุด บีวายดีที่เพิ่งเปิดตัว ATTO 3 ก็ประกาศพร้อมส่งรถให้ลูกค้าปีแรกได้ถึง 5 พันคัน ทำให้เชื่อว่ายอดจดทะเบียนสะสมปี 2565 น่าจะทะลุถึง 3 หมื่นคัน

จับตา 3 แบรนด์จีนถล่มเดือด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดรถอีวีที่คึกคักอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะการเข้ามาลงทุนของทัพรถอีวีจากจีน เริ่มตั้งแต่แบรนด์เอ็มจี โดยบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ที่ได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุน 3,656.19 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ประกอบด้วย BEV ปีละประมาณ 6,000 คัน ไฮบริดปีละประมาณ 50,000 คัน และแบตเตอรี่สาหรับรถยนต์ไฟฟ้าปีละประมาณ 65,805 ชิ้น

ซึ่งล่าสุด นายจาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้กล่าวว่า เอ็มจีจะเพิ่มการลงทุนมูลค่า 2,500 ล้านบาท สำหรับโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและรถปิกอัพไฟฟ้า จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะทำให้เอ็มจีสามารถตอบสนองข้อกำหนด การลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐไทย

โดยบริษัทตั้งเป้าเริ่มผลิตแบตเตอรี่พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศให้ได้ภายในปี 2566 จากปัจจุบันโรงงานมีพื้นที่ที่ใช้ผลิตและประกอบแบตเตอรี่เพื่อรองรับเอสยูวี MG HS PHEV อยู่แล้ว บริษัทยังได้ศึกษาถึงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่หมดอายุภายในโรงงานแห่งนี้ด้วย

ขณะที่นายเกร็ก ลี รองประธานบริหาร ฝ่ายการผลิตในโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่าเกรท วอลล์ผลิตรถยนต์ออกจากโรงงานที่ จ.ระยองได้มากกว่า 10,000 คัน เป็นความมุ่งมั่นและแรงผลักดันให้เกรท วอลล์ มอเตอร์ พยายามยกระดับคุณภาพการผลิต เพื่อส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน

นับตั้งแต่การเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยอย่างเป็นทางการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่ง และมีแผนที่จะลงทุนในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 22,600 ล้านบาท เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ โรงงานเกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) เป็นฐานการผลิตอัจฉริยะเต็มรูปแบบแห่งที่สอง นอกประเทศจีน ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่ 412 ไร่ มีศักยภาพการผลิตแบบเต็มกำลังอยู่ที่ 80,000 คันต่อปี และจะเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวา โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ของภูมิภาคอาเซียนซึ่งบริษัทได้วางสัดส่วนของการผลิตและส่งออกอยู่ที่ 60:40

ไม่ต่างจากนายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด (BYD) กล่าวว่า บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BYD ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ด้วยมูลค่าการลงทุน 17,891 ล้านบาท และได้ลงนามซื้อขายที่ดินในนิคม WHA สร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าพวงมาลัยขวาที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบเเบตเตอรี่ (BEV) เป็นหลัก บนพื้นที่จำนวน 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ในปี 2567 กำลังการผลิต 150,000 คัน/ปี เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและยุโรป ดึงซัพพลายเชนทั้งคลัสเตอร์มาลงทุนในไทยเพิ่มเติม

BYD

ทัพอีวีหรูพร้อมยั่วน้ำลายเศรษฐี

ขณะที่ตลาดอีวีจีนกำลังห้ำหั่นกันดุเดือด แบรนด์อีวีหรูฝั่งยุโรปก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะค่ายใบพัดสีฟ้า โดยนายอเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดรถอีวีหลายรุ่น ทั้งเอสยูวี iX และเอสยูวี iX3 ส่วนปีนี้มี i7 ใหม่เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ซีดานพรีเมี่ยมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

ตอกย้ำความเป็นผู้นำของบีเอ็มดับเบิลยูในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู i7 มีราคาขายตั้งแต่ 7.599 ล้านบาท ไปจนถึง 8.599 ล้านบาท มาพร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษา หรือ BSI

เช่นเดียวกับค่ายดาวสามแฉก นายบีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากเบนซ์เปิดตัว EQS รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งไกล 770 กม.และมีแผนใช้โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ขึ้นไลน์ผลิต EQ9 ในเร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเตรียมเปิด The Digital World Premiere of the new EQE SUV ในวันที่ 17 ตุลาคม 2565 ผ่านทางลิงก์ Mercedes me media อีกหนึ่งรุ่นด้วย