พรีเมี่ยมคาร์ 7 แบรนด์เดือด เบนซ์ชูราคาเดียว-BMW ขยายพอร์ต EV

มาร์ทิน เชวงค์
มาร์ทิน เชวงค์

พรีเมี่ยมคาร์ปีมังกรทองแข่งเดือด ผู้ค้าหวั่นตลาดชะงัก หุ้นดิ่งลูกค้าชะลอซื้อ สินเชื่อเข้ม “เบนซ์” ชู “วันไพรซ์โพลิซี” สู้ศึก “บีเอ็มดับเบิลยู-วอลโว่” เล็งเพิ่มพอร์ต EV รับเทรนด์รักษ์โลก ขณะที่ “อาวดี้” พลิกเตรียมนำเข้ารถ EV จากจีนเสริมทัพ

แหล่งข่าวผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์กลุ่มพรีเมี่ยมคาร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2567 ตลาดรถยนต์หรูจะกลับมาร้อนแรงอีกรอบ หลังจากปีที่แล้วสามารถประคองตัวผ่านพ้นภาวะวิกฤตมาได้ สวนทางกับตลาดรวมซึ่งหดตัวลงถึง 8% มียอดขายแค่ 7.6 แสนคัน โดยสถิติการจดทะเบียนรถยนต์กลุ่มพรีเมี่ยมประจำปี 2566 รวม 7 แบรนด์ ประกอบด้วย เมอร์เซเดส-เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู, วอลโว่, ปอร์เช่, ออดี้, มินิ, เลกซัส ทำได้ 35,850 คัน โตขึ้นกว่าปี 2565 ซึ่งทำได้แค่ 34,597 คันอัตราเติบโตราว 5%

“มีเพียง 3 ยี่ห้อ ได้แก่ เมอร์เซเดส-เบนซ์, ออดี้, มินิ ที่ขายน้อยลง ที่เหลือ 4 ยี่ห้อโตขึ้น โดย BMW ทำได้ 14,128 คัน, เบนซ์ 12,884 คัน, วอลโว่ 3,688 คัน, ปอร์เช่ 1,799 คัน, มินิ 1,349 คัน, ออดี้ 1,246 คัน และเลกซัส 756 คัน ดังนั้นเชื่อว่าปี 2567 นี้ ทุกแบรนด์คงต้องออกหมัดเรียกคืนยอดกันอย่างเต็มที่ ประกอบกับปัจจัยลบต่าง ๆ ในตลาดก็ยังไม่คลี่คลาย ทั้งตลาดหุ้นและการปล่อยสินเชื่อ”

นายมาร์ทิน เชวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันไพรซ์โพลิซี หรือนโยบายขายราคาเดียวทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ “Retail of the Future” ที่ประกาศตั้งแต่ปีที่แล้วจะเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปีนี้ น่าจะทำให้การขายราบรื่นขึ้น

“เป้าหมายราคาเดียวทั่วประเทศก็เพื่อนำเสนอลักเซอรี่แบรนด์และสามารถมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า สร้างความชัดเจนโปร่งใส แก้ปัญหาตัดราคาและช่วยดีลเลอร์ลดต้นทุนไม่ต้องสต๊อกสินค้า”

ไม่ต่างจาก นายอเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนในนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยให้แก่ลูกค้าชาวไทย ยังเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ โดยเฉพาะรถ EV ยังเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งปี 2566 มียอดจดทะเบียนรวม 1,399 คัน เติบโตขึ้นมากกว่า 348% จากปี พ.ศ. 2565

ปีนี้ BMW ก็จะให้ความสำคัญกับรถอีวีทั้ง 7 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3, บีเอ็มดับเบิลยู iX, บีเอ็มดับเบิลยู i4, บีเอ็มดับเบิลยู i5, บีเอ็มดับเบิลยู i7, มินิ คูเปอร์ เอสอี และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู CE 04 เชื่อว่าจะเรียกยอดได้ตามเทรนด์ของตลาด

ขณะที่ นายคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วอลโว่กำลังปรับการทำงานหลาย ๆ อย่างเพื่อทำให้ยอดขายโตอีกอย่างน้อย 24% หรือทำยอดขายทั้งปีให้มากกว่า 4,000 คัน และจะขยับสัดส่วนรถ EV ให้มากถึง 80%

“ปีที่แล้วเราทำตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของวอลโว่ ประเทศไทย ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา จำนวน 3,688 คัน แบ่งเป็นรถ EV 56% และรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด 44% ดังนั้นในปี 2567 วอลโว่จะเสริมตลาดด้วยรถ EV ใหม่ EX90 ราว ๆ ครึ่งปีหลัง”

และในปี 2568 วอลโว่ ประเทศไทย จะขายแต่รถยนต์ไฟฟ้า 100% เท่านั้น เป้าหมายนี้เร็วกว่าเป้าหมายของบริษัทแม่ถึง 5 ปี

เช่นเดียวกับนายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรืออาวดี้ ประเทศไทย เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดพรีเมี่ยมคาร์นั้นยังรุนแรง ซึ่งการแข่งขันที่มากขึ้นยิ่งทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ และผู้ผลิตก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง


ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีผู้บริโภคบางกลุ่มชะลอการรับรถและการตัดสินใจซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ประกอบกับตลาดหุ้นไทยซบเซาอย่างมาก ทำให้หลายคนขอเลื่อนระยะเวลาการรับรถออกไป เพื่อดูทิศทางโดยรวม ดังนั้นปีนี้ต้องพยายามปิดการขายให้เร็วขึ้น รวมถึงมีแผนจะนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) จากจีนเข้ามาเสริมตลาดด้วย ซึ่งน่าจะมีราคาที่ต่ำลงเยอะ