กกต. ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ไม่เกิน 10 ม.ค. 2566

กกต.

เลขาฯ กกต. พร้อมจัดเลือกตั้ง รอจำนวนประชากรสิ้นปี ก่อนเคาะเขตเลือกตั้งใหม่ไม่เกิน 10 ม.ค.

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2565 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวระหว่างการอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการดำเนินงานแก่สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด รุ่นที่ (4) ตอนหนึ่งว่า สำหรับการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ต้องมีกฎหมายและระเบียบ ซึ่งระเบียบออกไม่นานหากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว และต้องมีเขตเลือกตั้ง โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น สำนักงาน กกต.ยืนยันว่าทำตามกฎหมาย เพียงแต่อาจจะไม่ถูกใจในทางการเมืองในบางพื้นที่บ้าง

แสวง บุญมี
แสวง บุญมี

แต่คิดว่าเรามีคำอธิบาย ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเขตเลือกตั้งใดอยู่ที่ส่วนกลาง แต่มีข้อมูลเพื่อเตรียมการแบ่งเขตแต่ละจังหวัดที่เตรียมไว้ อาจจะมีการศึกษาภูมิประเทศแต่ละจังหวัดเตรียม เพราะเรามีเวลาน้อย ดังนั้น เขตเลือกตั้งจึงเป็นข้อมูลในแต่ละจังหวัดที่มีการเตรียมไว้เมื่อมีกฎหมายออกมาบังคับใช้

ทั้งนี้ การแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นจะต้องรอ 2 เงื่อนไขคือ 1.กฎหมายและระเบียบ 2.จำนวนประชากร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีจำนวนประชากรในมือ แต่มีการประสานกระทรวงมหาดไทยให้ประกาศข้อมูลประชากรโดยเร็วภายในต้นปี ไม่เกินวันที่ 10 มกราคม 2566 ซึ่งจุดนี้กระทบกับพรรคการเมือง เพราะทำให้เตรียมคนลงสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเขตเลือกตั้งอยู่ตรงไหน ดังนั้น อย่างไรก็ต้องรอเขตเลือกตั้ง เพราะมีความเปลี่ยนแปลงเป็น 400 เขตเลือกตั้ง

นายแสวงกล่าวว่า ตามกฎหมายใหม่มีความสบายใจคือ ไพรมารีโหวตอ่อนตัว ทั้งเรื่องใช้ 1 สาขา หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ทำให้พรรคสามารถส่งผู้สมัครได้ง่ายกว่าเดิม และเรื่องการประชุมไม่ได้เข้มข้นเหมือนแบบเดิม ซึ่งถ้าเป็นการทำไพรมารีตามกฎหมายเดิม พูดได้เลยว่าไม่มีพรรคไหนส่งผู้สมัครได้ครบ

Advertisment

อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายยังไม่ออก จำนวนประชากรยังไม่ประกาศ เขตเลือกตั้งยังไม่มี ก็จะกลายเป็นการผลักเรื่องพวกนี้ไปที่พรรคการเมือง ดังนั้น อยากให้ศึกษากฎหมายใหม่ และหารือ สำนักงาน กกต. ซึ่งยืนยันว่าสำนักงาน กกต.จะทำงานร่วมกับพรรคการเมืองเหมือนที่เคยทำ และในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะทำงานใกล้ชิดกว่าเดิม นอกจากนั้น อยากฝากเรื่องค่าใช้จ่ายพรรค เพราะเวลาบังคับใช้ในการหาเสียงต่างกัน

หากครบวาระ 180 วันและยังนับต่อไปอีก 45 วัน ซึ่งหมายความว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งหากไม่ยุบสภา ดังนั้น ค่าใช้จ่ายอะไรที่เกิดขึ้นให้เก็บหลักฐานไว้ อีกทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายหาเสียง ผู้สมัครกับพรรคจะแยกกัน เพราะเป็นคนละเบอร์กัน ดังนั้น เวลาหาเสียงก็จะมี 2 เบอร์ จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงต่างไปจากแบบเบอร์เดียวกัน

“จากนี้ไปประมาณ 3 เดือนจะครบวาระ แต่ก่อนครบวาระอาจจะมีเหตุอื่นเกิดขึ้นก็ได้ แต่ยืนยันว่าสำนักงาน กกต.พร้อมให้คำตอบ ทั้งเรื่องความรู้และวิธีปฏิบัติให้กับทุกพรรค ขอให้ความมั่นใจว่าสำนักงาน กกต.จะร่วมกับพรรคการเมืองเพื่อให้ผ่านไปได้จนถึงวันเลือกตั้งด้วยดี” นายแสวงกล่าว