Skip to content

กกต. ส่งหนังสือเตือนพรรคการเมือง-รทสช. ห้ามใช้สถาบันหาเสียงเลือกตั้ง

14 มี.ค. 2566 | 09:25น.
กกต. ส่งหนังสือเตือนพรรคการเมือง-รทสช. ห้ามใช้สถาบันหาเสียงเลือกตั้ง

กกต.ส่งหนังสือเตือนพรรคการเมือง ให้ควบคุมสมาชิกพรรคเรื่องการหาเสียง ห้ามทำผิดกฎหมาย เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมเตือน “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของประยุทธ์ หลังปราศรัยอ้างสถาบันนำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ชี้อาจกระทำผิด ฝ่าฝืนระเบียบ กกต.

วันที่ 14 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง การควบคุมและกำกับดูแลมีให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย แจ้งต่อหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค

หนังสือดังกล่าวระบุว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 22 กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต. และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. หรือให้มีการเลือก ส.ว.

นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่า ขอให้พรรคการเมืองแจ้งให้สมาชิกปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต. โดยเฉพาะระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าสมาชิกพรรคการเมืองกระทำการอันอาจมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติหรือสั่งการให้สมาชิกพรรคการเมืองยุติการกระทำนั้นโดยพลัน และกำหนดมาตรการหรือวิธีการที่จำเป็นเพื่อมิให้สมาชิกพรรคการเมืองผู้ใดกระทำการ อันอาจมีลักษณะดังกล่าวอีก แล้วแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีมติ

ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามมาตรา 22 วรรคสาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จะเสนอให้ กกต.เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ คำสั่งดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 22 วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

นอกจากนี้ เลขาธิการ กกต.ยังได้ลงนามในหนังสือเรื่องการควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ส่งถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยมีรายละเอียดว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้ปราศรัยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง อาจเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ดังนั้นจึงขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติควบคุมและกำกับดูแลมิให้นายไตรรงค์กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับรวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของ กกต.