วิเคราะห์ 310 เสียงเพื่อไทย เส้นทาง “อุ๊งอิ๊ง” ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

“จุลพันธ์ ” วิเคราะห์ 310 เสียงเพื่อไทย เส้นทางการเมือง “อุ๊งอิ๊ง” ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

อาจกล่าวได้ว่าสนามเลือกตั้งเชียงใหม่ เป็นเมืองหลวงของพรรคเพื่อไทย เป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของตระกูลชินวัตรมาไม่น้อยกว่า 2 ทศวรรษ

ส่งออกนายกรัฐมนตรีถึง 2 คนคือ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสามารถชนะเลือกตั้งยกจังหวัดแบบแลนด์สไลด์ 3 จาก 5 ครั้งหลังสุด ตั้งแต่ปี 2548-2562

ทว่าการเลือกตั้งปี 2562 ฐานที่มั่นพรรคเพื่อไทยเกือบถูกเจาะ บางเขตถูกพรรคเกิดใหม่ กระแสแรงอย่างพรรคอนาคตใหม่ทำคะแนนห่างกันไม่ถึงหลักพันคะแนน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ บางเขตก็สู้กับคนเพื่อไทยได้อย่างสูสี

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ แห่งบ้านใหญ่ “อมรวิวัฒน์” และยังเป็น “ลูกเขย” บ้านใหญ่ เตชะธีราวัฒน์ แห่งเชียงราย ประเมินศัตรู-คู่แข่งในลู่การเมืองภาคเหนือ รวมถึงนโยบายพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย

Advertisment

ที่เขามั่นใจว่าจะทำให้เชียงใหม่แลนด์สไลด์

ฟันธงเหนือตอนบนแลนด์สไลด์

“จุลพันธ์” อ่านความท้าทายสนามเลือกตั้งเชียงใหม่ 2566 ต่างกับ 2562 ว่า ตะกร้าในฝ่ายประชาธิปไตยมีหลายพรรคการเมือง มีพรรคใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา และพรรคที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านในปัจจุบัน ทุกพรรคทำงานอย่างหนักที่เอาชนะใจประชาชน

แต่การเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่ เชียงราย เราจะประสบชัยชนะได้ และเชื่อว่าจังหวัดเชียงใหม่จะชนะยกจังหวัด

สาเหตุที่เขาคิดว่าภาคเหนือ-เชียงใหม่จะแลนด์สไลด์เพราะ 1.แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ตอบโจทย์ชาวบ้าน เป็นคนที่เข้าถึง รู้ถึงความเดือดร้อนและความจริงใจในการแก้ปัญหา 2.ผู้สมัครเขต พวกผมเป็น ส.ส.เขตมาตลอด ทำงานใกล้ชิดประชาชน

Advertisment

และ 3.นโยบาย ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ประชาชนสามารถเชื่อได้เลยว่า ถ้าเราเป็นรัฐบาล ไม่ว่าบอกอะไรไป เราเอาไปใช้ ไปปฏิบัติจริง เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญ

“พรรคเพื่อไทยเรามองนโยบายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เหมือนบางพรรคที่บอก 425 บาท เป็นค่าแรงขั้นต่ำ แล้วมันไม่เกิดขึ้นจริง ความมั่นใจต่อระบอบประชาธิปไตย ความมั่นใจของพรรคการเมืองก็จะสูญหาย”

“ถ้าวันไหนพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้ว เราแกล้งลืมนโยบายที่เราสัญญากับประชาชนไว้ ผมว่าวันนั้นคือวันล่มสลายของพรรคเพื่อไทย”

“เราไม่ได้ทำนโยบายแบบลวก ๆ นะ เพราะนโยบายทั้งหมดเมื่อถูกกลั่นกรอง ขั้นตอนสำคัญของพรรคเพื่อไทยคือ เอามากองรวมกันแล้ว เราต้องให้คำตอบได้ว่านโยบายเหล่านี้ เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ด้วยงบประมาณ โครงสร้างงบประมาณที่เป็นอยู่จะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้นโยบายเกิดขึ้นจริง เรายืนยันว่าหากเป็นรัฐบาล นโยบายเหล่านี้เราจะทำให้สำเร็จ”

ถามว่าเชียงใหม่มี 11 เขตเลือกตั้ง คิดว่าเพื่อไทยจะได้กี่เขต จุลพันธ์ตอบเสียงดังฟังชัด “11 ครับ เพราะเรามั่นใจในการลงพื้นที่ เราไปเดิน ไปเจอคน โพลทางวิทยาศาสตร์มันตอบได้ เราเห็นโพลหลาย ๆ สำนัก เราก็รู้ว่าอยู่ในสถานะที่ดีอยู่ การลงพื้นที่สำคัญที่สุด ไม่ต้องไปเกณฑ์คนมาจัดฉากรอ เวลาคนไปเดิน เราเห็นสายตา เรารู้เลยว่าคนนี้อยู่กับเรา เลือกเราแน่นอน”

“เมื่อเดินไปแล้ว 10 คนยังมีสายตาแบบนี้ 7-8 คน เราเชื่อได้ในระดับหนึ่งว่าพื้นที่ตรงนี้เราชนะได้”

สำหรับคู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในเชียงใหม่ “จุลพันธ์” ไม่ฟันธงว่าเป็นพรรคไหน ในเชียงใหม่แล้วแต่เขต บางเขตผู้สมัครที่แข็งแรงเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน เช่น พรรคก้าวไกลก็มี บางเขตแข่งตัวแทนจากฝั่งรัฐบาล เพราะเป็นผู้สมัครที่มีความเข้มแข็ง เป็นอดีต ส.ส. ก็มีอยู่ ดังนั้น มีทั้งพรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคภูมิใจไทยในบางเขต แต่ละเขตมีความแตกต่างในเรื่องการแข่งขัน

“แต่จากการสำรวจอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และความมั่นใจจากการที่ลงพื้นที่หลายๆ จุด จังหวัดเชียงใหม่มีความเชื่อมั่นว่าเราอยู่ในสถานะผู้นำทุกเขตเลือกตั้ง และเราสามารถเดินไปถึงจุดชัยชนะทุกเขตได้”

ปรับกลยุทธ์ชิงแต้มคู่แข่ง

ในการเลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทย ถูกพรรคก้าวไกลไล่จี้ตามมาติดๆ ในสนามเชียงใหม่ เช่น เขตเลือกตั้งที่ 1 ที่พรรคเพื่อไทย ไม่กี่ร้อยคะแนน

ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ปรับกลยุทธ์วางผู้สมัครใหม่ จุลพันธ์ อธิบายว่า การย้ายเขต เป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของพรรค มีหลายโจทย์ 1.เราปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เหมาะกับพื้นที่ สถานการณ์ และการทำงาน ผมขยับจากพื้นที่ เชียงดาว เวียงแห ชัยปราการ มาเป็น แม่ริม แม่แตง สะเมิง กัลยานิวัฒนา เรามั่นใจทั้ง 2 เขต

แต่ที่ขยับเพราะเราต้องมองว่าทำอย่างไรให้พรรคชนะทุกเขตเลือกตั้งให้ได้ โจทย์เราไม่ใช่แค่ชนะ แต่ต้องแลนด์สไลด์ ผมขยับเข้ามาใกล้เมืองขึ้น เพราะต้องมีภาระที่ต้องทำงานในส่วนกลาง ในสภา ในพรรคเพิ่มมากขึ้น ส่วน จักรพล ตั้งสุทธิธรรม (ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ย้ายจากเขต 3 เชียงใหม่) ถนัดด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำงานเข้มข้นในเรื่องของฝุ่น ส่วนพี่กุ้ง ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ (ย้ายจากเขต 1 ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่) จะมีความแข็งเรื่องการต่อสู้ด้านประชาธิปไตย

ซึ่งการสลับส่วนหนึ่ง เพราะพื้นที่เมืองเน้นหนักด้านการท่องเที่ยว เราพยายามสลับบุคลากรให้ตอบโจทย์กับประชาชนพื้นที่ให้มากขึ้นด้วย

2.ในเขต 1 ที่มีการแข่งขันสูง ที่พรรคเพื่อไทยชนะไม่มากในการเลือกตั้ง 2562 ครั้งที่แล้ว กระแสช่วงการเลือกตั้งมีคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิมาก แต่วันนี้ 4 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยนตัวเอง disrupt ตัวเอง มีโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคให้มีความเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รวมถึงกรรมการบริหารพรรค มีภาพการเข้าหาประชาชน คนรุ่นใหม่ เด็ก และเยาวชน

“จะเห็นว่ามีกลุ่มแฟนคลับของพรรค เป็นมิติใหม่ของพรรคการเมือง 4 ปีทีแล้วไม่มีใครมองเห็นว่าภาพนี้จะเกิด แต่วันนี้เกิดแล้ว จากการสำรวจล่าสุดแม้แต่กลุ่มที่มีอายุน้อย พรรคเพื่อไทยไปแบ่งสัดส่วนตรงนั้นมาได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ การเป็นพรรคการเมือง ถ้าเราไม่สามารถดึงใจคนรุ่นใหม่ๆ ที่เขากำลังขึ้นมาเป็นประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งในอนาคตได้”

“หมายความว่าเรา ไม่สามารถทำนโยบายที่ตอบโจทย์อนาคตได้ และพรรคเหลือทางเดียวคือทางลง เพราะเราไม่สามารถดึงคะแนนจากประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ๆ เข้ามาได้ แต่วันนี้เมื่อพรรคเพื่อไทยมีการปรับตัวเอง วันนี้เรามีฐานแฟนคลับคนรุ่นใหม่เยอะมาก เชื่อว่าสถานการณ์เราดีขึ้นกว่าปี 2562 ในการเลือกตั้งบางพื้นที่ เขตเมือง รวมถึงนโยบายที่ออกมาแล้วตอบโจทย์ประชาชน”

แพทองธาร นายกฯ เพื่อไทย

เชียงใหม่คือฐานที่มั่นการเมืองของตระกูลชินวัตรและพรรคเพื่อไทย การมีจุดขายคือ “แพทองธาร” เป็นแต้มต่อให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่-อย่างไร “จุลพันธ์” บอกว่า เป็นข้อเท็จจริง คุณแพทองธารเป็นลูกของคุณทักษิณ และคุณทักษิณ กับคุณยิ่งลักษณ์ เคยเป็นนายกฯ ที่มาจากเชียงใหม่ ทำประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่และประเทศจนเป็นที่ยอมรับ คนก็เรียกร้องหา

แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการเข้าสู่การเลือกตั้งมีมากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าเป็นลูกแล้วจะได้รับการยอมรับจนประชาชนเลือก…มันไม่ใช่ ผมมองว่าคุณแพทองธารมีภาระที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองกับประชาชน จากการลงพื้นที่มาสังเกตได้ว่าเวลาลงพื้นที่คนแน่นทุกที่ เชียงใหม่คนล้น เชียงรายคนแน่น เวลาท่านลงรถไปยังจุดใดก็ตาม ประชาชนรุมล้อม อยากเห็นตัวจริง

เมื่อได้ฟังวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหามิติทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ผมเชื่อว่าชนะใจพี่น้องประชาชน เป็นแคนดิเดตของพรรคที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ พรรคเพื่อไทยเราสะท้อนจากประชาชน เมื่อประชาชนเรียกร้อง พรรคก็ต้องมีมติในท้ายที่สุดให้คุณแพทองธารเป็นแคนดิเดตนายกฯ

ถ้าพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ พูดได้เลยหรือไม่ว่า เชียงใหม่ผลิตนายกฯ ชินวัตร คนที่ 3 จุลพันธ์ตอบทันทีว่า “มา 3 (นายกฯ ชินวัตรคนที่ 3) ก็ไม่เห็นเสียหายเลย” (หัวเราะ)

ถามย้ำว่า พูดได้เลยหรือไม่ว่าถ้าแลนด์สไลด์ ได้เสียงเกินครึ่งนายกฯ คือ “แพทองธาร” เขาตอบว่า “ก็พูดได้”

ข้อดี อุ๊งอิ๊ง

“จุลพันธ์” ยกข้อดีของ “แพทองธาร” คือ เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจิตใจพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น สามารถเรียนรู้ได้เร็ว สังเกตไหมท่านเข้าอยู่การเมืองไม่นาน แต่รับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้มาก เวลาไปฟังจะรู้เลยว่านี่คือความคิดของท่าน

เวลาประชาชนมีปัญหาอะไร เรารู้สึกว่านั่นตอบโจทย์กับประชาชน เป็นคนที่มีกึ๋น ตอบได้เร็ว คิดได้เร็ว มีจิตใจที่จะเข้าถึงของประชาชน และเอาปัญหาของเขามาตอบว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

ถ้าจะอยู่บ้านเฉย ๆ กับธุรกิจที่มี เงินที่มีท่านคงไม่เดือดร้อนอะไร แต่ท่านเห็นความเดือดร้อนของประชาชน จึงตัดสินใจเข้าสู่การเมือง ถนนเส้นนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะ คุณพ่อ คุณอา ของคุณอุ๊งอิ๊งเอง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ประสบแต่ขวากหนาม มีแต่คนจ้องแต่จะทำร้ายกัน แต่ท่านตัดสินใจเข้ามาเพราะประชาชน

รอผลเลือกตั้งจับมือ พปชร.

แต่ถ้าเพื่อไทยได้เสียงข้างมากแต่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง พรรคพลังประชารัฐจะอยู่ในสายตาของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ “จุลพันธ์” กล่าวว่า ถ้าตอบจากข้อสมมติฐานก็ถามได้หมดและตอบได้หมด

ดังนั้น ตอบได้แค่ว่าเราเดินหน้าสู่การแลนด์สไลด์ เพราะกลไกที่จะงัดข้อกับองคาพยพที่เขามีคือ ส.ว. เราต้องมีเสียงมากพอที่จะเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภาจริง ๆ

แต่ก็มี ส.ว.บางคนบอกว่าชนะเกินครึ่งก็ไม่ให้ เราจึงยกเพดาน 310 เสียง เพื่อให้ได้ชัยชนะถึงจุดที่ผมชนะแล้ว คุณยังไม่ยึดตามเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง คุณเป็นรัฐบาล ผมอภิปรายทีเดียวคุณพ้นเลยนะ จะดูด จะดึงงูเห่า 60 คน ก็ดูดไม่ง่าย นี่คือเป้าหมายของเรา

ส่วนจะต้องร่วมกับใครอย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวเลขหลังการเลือกตั้ง หลักการง่าย ๆ ที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ ประกาศชัดเจนแล้ว 1.เราดูอุดมการณ์ว่าเป็นพรรคซึ่งยึดมั่นอยู่ในกรอบประชาธิปไตยแบบเราหรือไม่ 2.เรื่องนโยบาย พรรคการเมืองที่จำเป็นและคิดจะมาทำงานร่วมกัน ก็ต้องเอานโยบายมาวางไว้บนโต๊ะว่า พรรคเพื่อไทยสัญญากับประชาชนไว้ คุณรับได้หรือไม่ ถ้ารับข้อไหนไม่ได้ เราจะคุยกันอย่างไร

“ผมลด คุณเพิ่ม คุณลด ผมเพิ่ม เพื่อให้นโยบายสอดคล้องกันและเกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน และปฏิบัติได้จริงตามกรอบนโยบายที่มีอยู่ จะเป็นประเด็นที่คุยกันหลังเลือกตั้ง”

สำรวจนโยบายเชียงใหม่

“จุลพันธ์” กล่าวว่า เรื่องนโยบาย ทางพรรคมีการออกป้ายนโยบาย 8 ข้อ เป็นนโยบายร่มใหญ่ของประเทศ และมีนโยบายรายจังหวัด รายภูมิภาค ซึ่งนโยบายร่มหลัก NBZ new business zone) เรามองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางภาคเหนือ อีสานมีขอนแก่น ภาคใต้มีสงขลา เราปรับความคิด

เราไม่เชื่ออีกต่อไปทฤษฎีเสาเดียว ให้ กทม.เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หิ้วธุรกิจทั้งหมดของประเทศไทย แล้วจะกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำ เราต้องทำเสาหลักเพิ่มอีกหลายๆ เสา ซึ่งเป็นโมเดลนำร่อง เป็นเสาหลักใหม่ทางเศรษฐกิจภูมิภาค ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ส่วนนโยบายจำเพาะของเชียงใหม่ เราต้องมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงขึ้นมาทางเหนือ นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าเชียงใหม่ ถนนมีวงแหวน 2 วง สามารถกระจายความเจริญไปได้ ดังนั้น การขยายวงแหวนรอบ 3 จะเกี่ยวเอาจังหวัดข้างเคียงลำพูน จังหวัดอื่นๆ เข้ามาอยู่ในวง สร้างความเจริญออกไปมากขึ้นไปอีก รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ

“คน กทม.อยากอยู่เชียงใหม่ คนเชียงใหม่จบมาอยากอยู่เชียงใหม่ แต่ทำไมไม่มีงาน ไม่มีเงิน ดังนั้น ต้องสร้างเศรษฐกิจ สร้างเมือง สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเจริญเติบโต เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่เจริญเติบโต ต้องสร้างเศรษฐกิจ สร้างเมือง สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเจริญเติบโต เป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่เจริญเติบโต ดึงนักลงทุนต่างชาติ ดึง digital nomad มาอยู่เชียงใหม่ แต่เราต้องทำตัวเองให้พร้อม”

เราจะพัฒนาสนามบินให้รองรับคนได้มากขึ้นเท่าตัว ด้วยสนามบินแห่งที่ 2 ส่วนนโยบายการท่องเที่ยว เราเป็นจุดหมายที่คนอยากมา เรามีธรรมชาติที่สวยงาม มีคนที่โอบอ้อมอารี ประเพณี วัฒนธรรม เราจึงมีเมกะโปรเจ็กต์ของเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง จะมีการสร้างแหล่งท่องเที่ยว man made เป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวใหม่ ๆ

8 ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินบ่อย ๆ เรื่องการท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรอง เชียงใหม่เมืองหลัก เชียงรายเมืองรอง แต่เมืองอื่น ๆ โดนตัดหางปล่อยวัดหมดเลย เช่น พะเยา ประชาชนเหล่านั้นไม่ได้รับประโยชน์จากรัฐในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเลย

พรรคเพื่อไทยจึงเปลี่ยนแนวคิด เป็นการท่องเที่ยวแบบคลัสเตอร์ เป็นเมืองคู่แฝด เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เป็นเมืองคู่แฝด จังหวัดอื่น ๆ ให้อยู่ในคลัสเตอร์เดียวกัน เพื่อมีการท่องเที่ยวที่เป็นลูป ให้เงินกระจายอยู่ในพื้นที่ แล้วคนจะพัฒนาศักยภาพตัวเอง รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา หาเงินเลี้ยงชีพได้

พิชิตปัญหาฝุ่น

PM 2.5 คนเหนือนอกจากเจอฝุ่นแล้ว ยังถูกตราหน้าเป็นผู้เผา มิติมีมากกว่า ซึ่งฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือทุกปี จนมากเข้ากลายเป็นแบรนดิ้งที่กระทบการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลใช้กลไกกฎหมายที่เข้มงวดไปบีบเอากับประชาชนในพื้นที่ ห้ามเผา ใครเผาติดคุก

เราต้องปรับวิธีการ ถ้าเราคิดว่าจะใช้แต่กระบองไปตีเขา เขาก็จะแข็งขืน ดังนั้น ต้องมีวิธีการทำความเข้าใจ มีกลไกเข้าไปปรับเปลี่ยนประเพณีการทำการเกษตร

พ.ร.บ.อากาศสะอาดต้องเกิด จะต้องเกิดในรัฐบาลหน้าให้ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เพราะมีหลักการเรื่องคนที่เป็นผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนี้การเผาจำนวนมากเกิดจากคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งของประเทศไทย ส่งออกไปยังลาว เมียนมาเป็นแสนไร่ สุดท้ายก็เผาที่นู่นแล้วลอยกลับมาเป็นหมอกควันข้ามแดน ด้วยหลักการนี้ คนที่ไปลงทุนก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย

“และรัฐต้องมีกลไกการเจรจาระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลปัจจุบันไม่มีกลไกในการแก้ไข สุดท้ายฝุ่นก็เป็นปัญหาของประชาชนทุกคน แต่พรรคเพื่อไทยมีทางแก้นี้”