พลังประชารัฐ จัดประชุมใหญ่สามัญพรรค ครั้งที่ 2/2566 ติวเข้ม 20 นโยบาย ลุยหาเสียงเลือกตั้ง สรุปยอดเงินระดมทุนเข้าพรรค 222.14 ล้านบาท เปิดงบฯรายได้-รายจ่าย ติดลบ 2 ปีติดต่อกัน
วันที่ 28 เมษายน 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ในฐานะประธานในที่ประชุมใหญ่สามัญพรรค พปชร. ประจำปี ครั้งที่ 2/2566 แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. แถลงข่าวผลการประชุมใหญ่สามัญพรรค ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค พปชร. และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. ร่วมประชุม
นายไพบูลย์กล่าวว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พรรคการเมือง มาตรา 43 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดประชุมใหญ่ เพื่อรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 1/2566 และเห็นชอบผลการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองที่ได้ดำเนินการ รวมถึงพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานการเงินของพรรคการเมืองที่ได้ดำเนินการไปในรอบปีที่ผ่านมา ภายในเดือนเมษายนของทุกปี โดยมีสมาชิกพรรค พปชร. ที่เป็นตัวแทนพรรคและสาขาพรรคมาประชุมครบองค์ประชุม 250 คน

นายไพบูลย์กล่าวว่า นอกจากนี้ในระเบียบวาระที่ 4 ที่ประชุมได้รับรองนโยบายพรรค พปชร. ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 57 จำนวน 20 นโยบาย เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบและสนับสนุน ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับ 20 นโยบาย แบ่งออกเป็น 3 นโยบายลดค่าใช้จ่ายประชาชน และ 7 นโยบายเพิ่มเงินในบัญชีโดยตรง ที่เป็นนโยบายของพรรค พปชร. เบอร์ 37 เสนอที่จะทำให้ประชาชน หากพรรค พปชร.ได้เป็นรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 เพราะลุงป้อมเป็นนายกฯ ประเทศร่มเย็น ก้าวข้ามความขัดแย้ง
นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับ 3 นโยบายลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ 1.ลดค่าไฟฟ้าเหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย หรือลดลงเกือบครึ่ง และ 2.70 บาทต่อหน่วยให้กับภาคอุตสาหกรรม 2.ลดค่าน้ำมัน เบนซินลดลง 18.70 บาทต่อลิตร ดีเซลลดลง 6.37 บาทต่อลิตร และ 3.ลดค่าก๊าซ ลดราคาเหลือถังละ 250 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม
นายไพบูลย์กล่าวว่า ขณะที่ 7 นโยบายเพิ่มเงินในบัญชีโดยตรง ได้แก่ 1.บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน และฟรีประกันชีวิต 2.แม่-บุตร-ธิดา ประชารัฐ 3.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รับ 3,000 บาท 70 ปีขึ้นไป รับ 4,000 บาท และ 80 ปีขึ้นไป รับ 5,000 บาท 4.ทุนการเพาะปลูกเกษตรกร 7.5 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 3 หมื่นบาท
5.ฝึกอาชีพผู้ถือบัตรประชารัฐ 1 ล้านคน ให้เงินเป็นทุนรายละ 3 หมื่นบาท 6.ลดต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ และ 7.ปุ๋ยคนละครึ่ง
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงบฯรายได้และค่าใช้จ่าย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 2 ปีติดต่อกัน ปี 2565 จำนวน -9,592,323.76 บาท ปี 2564 จำนวน -13,831,409.95 บาท ดังนี้
รายได้
– รายได้ค่าบำรุงพรรคการเมือง
ปี 2565 จำนวน 2,986,500.00 บาท
ปี 2564 จำนวน 4,654,700.00 บาท
– รายได้จากการอุดหนุนกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง
ปี 2565 จำนวน 5,706,040.41 บาท
ปี 2564 จำนวน 3,934,336.92 บาท
– รายได้จากการรับบริจาค
ปี 2565 จำนวน 50,000,000.00 บาท
ปี 2564 จำนวน 15,844,913.60 บาท
– รายได้จากดอกเบี้ยรับ
ปี 2565 จำนวน 76,216.57 บาท
ปี 2564 จำนวน 129,185.23 บาท
– รวมรายได้
ปี 2565 จำนวน 58,768,756.98 บาท
ปี 2564 จำนวน 24,563,135.75 บาท
ค่าใช้จ่าย
– ค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการของพรรคการเมือง
ปี 2565 จำนวน 16,428,622.77 บาท
ปี 2564 จำนวน 16,800,981.12 บาท
– ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและสมาชิก
ปี 2565 จำนวน 27,400,000 บาท
– ค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคการเมือง
ปี 2565 จำนวน 24,532,457.77 บาท
ปี 2564 จำนวน 21,643,564.58 บาท
– รวมค่าใช้จ่าย
ปี 2565 จำนวน 68,361,080.74 บาท
ปี 2564 จำนวน 38,444,545.70 บาท
ทั้งนี้ ในวันที่ 30 มกราคม 2566 พรรคพลังประชารัฐได้จัดกิจกรรมระดมทุน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและพรรคพลังประชารัฐได้แจ้งวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อ กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พรรคพลังประชารัฐได้รับเงินจากการจัดกิจกรรมระดมทุน จำนวน 222.14 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมระดมทุน จำนวน 5.90 ล้านบาท