สาธิต แจ้งความ พิธา ปราศรัยทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม

สาธิต ปิตุเตชะ
สาธิต ปิตุเตชะ

สาธิต ตั้งโต๊ะแถลง แจ้งความพิธา ปราศรัยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ตั้งคำถามพฤติกรรมทำร้ายร่างกายเพศตรงข้าม

วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 ที่อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยหาเสียงใส่ร้าย ไม่สร้างสรรค์ เพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในการเลือกตั้ง และเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ส.ส.เขตว่า นายพิธาได้ปราศรัยที่หาดแหลมเจริญ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2566 บิดเบือนเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 กรณีทหารอียิปต์ เดือนธันวาคม 2563 กรณีโควิด-แพร่กระจายที่บ่อนที่ระยอง และเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เหตุการณ์น้ำมันรั่ว

“ผมจะไปแจ้งความบันทึกไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นที่ สภ.อ.เมืองระยอง ช่วงเวลาบ่ายสองถึงบ่ายสามของวันนี้ เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้น” นายสาธิตกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว จะร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ขอสงวนสิทธิ์พิจารณาอีกครั้ง

“ถ้าเป็นการเมืองสร้างสรรค์ก็อยากรอดูว่า พรรคก้าวไกลจะทำการเมืองแบบสร้างสรรค์หรือไม่ ก็จะรอดูไว้เขาจะมีฟีดแบ็กอะไรกลับมาหรือไม่” นายสาธิตกล่าว

นายสาธิตกล่าวว่า นายพิธาพูดถึงตระกูล คนเลือกกันที่ตระกูลหรือที่ระยอง ถ้านายพิธาอวดอ้างความเป็นประชาธิปไตย นายพิธาคงเข้าใจผิด ในระบอบประชาธิปไตย ถ้าตนตั้งคนนามสกุลเดียวกันไปเป็นเลขาฯ ไปเป็นที่ปรึกษา หรือเป็นผู้ช่วย ในฐานะที่ตนตั้งได้ อันนั้นนายพิธามาตำหนิตนได้ แต่ตนส่งผู้สมัครเลือกตั้งผ่านการกลั่นกรอง คัดเลือก บังเอิญนามสกุลเดียวกับตน ตนตั้งเขาไม่ได้

ตนแค่เลือกคัดสรรเขามาเป็นผู้สมัคร คนที่จะเลือกเขาคือประชาชน ตนเองกลับเสี่ยงด้วยซ้ำไปที่คัดเลือกแบบนี้ แต่สุดท้ายถ้านายพิธาบอกว่า นายพิธามีหัวใจเป็นประชาธิปไตย นี่คือระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายคือการเลือกตั้งที่ประชาชนตัดสิน มีหลายเรื่องที่นายพิธาไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย


“สังคมกำลังตั้งคำถามถึงพฤติกรรมความไม่น่าเชื่อถือของหัวหน้าพรรคก้าวไกล คนชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผมอาจจะไม่ต้องยกตัวอย่างนะครับ 4-5 ข้อ มีการทำร้ายร่างกายเพศตรงข้าม หรือกรณีกลับมาทันงานศพหรือไม่ หรือกรณียกเลิก หรือ แก้ไข และวันนี้จะเป็นอีกกรณีที่สิ่งที่คำพูดกับความเป็นจริงนั้นมันเป็นยังไง โปรดเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยที่ถ่องแท้และความเป็นลูกผู้ชายในภาวะความเป็นผู้นำที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตต่อไปในฐานะหัวหน้าพรรคและพรรคการเมือง” นายสาธิตกล่าว