Skip to content

ประยุทธ์ ถกนอกรอบ หาช่องใช้งบฯ ต่ออายุภาษีดีเซล

20 มิ.ย. 2566 | 16:41น.
ประยุทธ์ ถกนอกรอบ หาช่องใช้งบฯ ต่ออายุภาษีดีเซล

ประยุทธ์หารือนอกรอบกับ รมว.คลัง-พลังงาน หาช่องต่ออายุภาษีน้ำมันดีเซล หลังสิ้นสุดมาตรการ 20 ก.ค.

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้หารือนอกรอบกับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ทั้งนี้เป็นการหารือถึงมาตรการทางการเงินการคลังที่จะหมดอายุในช่วงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งการดำเนินการจะคาบเกี่ยวกับรัฐบาลใหม่ และมีมาตรการเกี่ยวกับโครงการใหม่และการใช้จ่ายงบประมาณจะต้องดำเนินการตามมาตรา 169 โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มาตรการลดภาษี 5 บาทต่อลิตร จะสิ้นสุด 20 กรกฎาคมนี้

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือนอกรอบดังกล่าวว่า ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นการทำงาน ไม่ได้คุยกันเล่น ๆ เป็นการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อลดผลกระทบในทุกมิติ ประเทศต้องเดินหน้าต่อไป ประชาชนจะต้องได้รับการดูแลมากขึ้น ซึ่งเรื่องมันเยอะ

สำหรับความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาของรัฐบาลในช่วงรักษาการจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดภาระในรัฐบาลต่อไปข้างหน้าในช่องทางที่ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ไม่ขัดแย้งกับมาตรา 169 ของรัฐธรรมนูญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยดูแลความเดือดร้อนประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเรากำลังดูแลอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งจากการยุบสภา ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี

2.ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

3.ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

4.ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด