เช็กเสียงโหวต ส.ส.ใต้ หัวหน้าประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ในฝัน 

เช็กเสียงโหวต ส.ส.ใต้ หัวหน้าประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ในฝัน

เช็กเสียง ส.ส.ภาคใต้-คนรุ่นใหม่ ประชาธิปัตย์ สุณัฐชา-ร่มธรรม ทายาทบ้านใหญ่โล่สถาพรพิพิธ-ขำนุรักษ์ เปิดสเป็กหัวหน้าประชาธิปัตย์คนที่ 9 ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง-แข่งขันกับพรรคอื่นได้

วันที่ 9 กรกฎาคม 2566 จะเป็นวันสิ้นสุดการรอคอย ว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 จะเป็นใคร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ มีเพียง “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่ออกตัวคนแรก

กล้าเปลี่ยนแปลง

“สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ” ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ บอกถึงโจทย์ท้าทายที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ต้องเข้ามาแก้คือ การปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง

วันนี้เป็นยุคการเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวในหลายเรื่องให้เข้ากับบริบทต่าง ๆ ในสังคม หลายอย่างเปลี่ยนไป ชาวบ้านเองก็มีนิวโหวตเตอร์เกิดขึ้นมาจำนวนมาก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ที่ควรจะเป็น ไม่จำเป็นต้องดูที่อายุ ว่าต้องเป็นวัยกลางคน แต่ต้องมีความคิดที่เป็นรุ่นใหม่ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ เรื่องในพรรค

พรรคประชาธิปัตย์มีคนรุ่นอาวุโสเยอะ การที่จะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงในสังคมจะยาก ความจริงก็พร้อมปรับ แต่ต้องมีการชักจูง ที่จะเข้ามาเป็นผู้นำพรรคต้องมีแท็กติกในการเชิญชวน หรือจูงใจให้ทุกรุ่นในพรรคทำงานด้วยกันได้

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

สุณัฐชา-หนึ่งในเสียงข้างน้อยในพรรคที่โหวตเห็นด้วยกับ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ฉายภาพให้เห็นว่า เรื่องที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เข้ามาต้อง “กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง” คือเรื่องการทำนโยบายพรรค หรือ นโยบายที่จะใช้นำเสนอเพื่อหาเสียงกับประชาชนในปัจจุบัน รวมถึงนโยบายที่เหมาะกับคนในแต่ละรุ่น อายุ 18+ที่เป็นนิวโหวตเตอร์ต้องการนโยบายอะไร และปัญหาสังคมในปัจจุบันคืออะไร เช่นนโยบาย LGBTQ การปรับปรุงการสื่อสารนโยบายของพรรคที่ทำได้ดี เช่น นโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตร

“หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ที่จะเข้ามา ถ้ามีจุดยืนส่วนตัวแล้วนำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปในทางที่ดีขึ้น เช่น เห็นด้วยกับ LGBTQ ต้องมีหน้าที่เสนอคนในพรรค ให้คนทุกรุ่นส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ชักจูงให้เห็นว่ามีเหตุผลสำคัญที่สมรสเท่าเทียมควรจะเกิด และต้องโหวตไปในทางเดียวกัน ซึ่งสื่อให้เห็นความเป็นเอกภาพด้วยที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องทำ”

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน “กลุ่มคนรุ่นใหม่” นำโดย “ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร” ได้นำเสนอ “โลโก้พรรค” ที่เป็นตราสัญลักษณ์ “พระแม่ธรณีบีบมวยผม” ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อนำมาใช้โปรโมตพรรคในสื่อโซเชียล ทำหมวก-เสื้อ เป็นสื่อกลางเข้าถึงคนรุ่นใหม่

แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนโลโก้พรรคในปัจจุบันที่ต้องยื่นส่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนกลายเป็นประเด็นร้อน เรื่องดรามา-เกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ภายในพรรค

ไม่ยึดติดระบบอาวุโส

“รวมถึงต้องเปลี่ยนโครงสร้างพรรคและ กก.บห.พรรค ต้องเปิดพื้นที่ให้คนที่มีความคิดใหม่ ๆ เข้ามาทำงาน การตัดสินใจในพรรค ในพรรคมีระบบอาวุโสอยู่”

“ทายาทบ้านใหญ่โล่สุนทรพิพิธ” ขยายคำว่า “ระบบอาวุโส” เปรียบเสมือน “เหรียญสองด้าน” มีข้อดี-เสีย โดยเท้าความไปถึงเหตุการณ์จริงก่อนหน้านี้ เรื่องการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ และโควตาประธานกรรมาธิการ

“พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นมากกับระบบอาวุโส คนที่จะเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ที่มีอาวุโส ซึ่งมีข้อดีในเรื่องประสบการณ์ แต่ถ้ายึดระบบอาวุโสโดยไม่ได้มองถึงปัญหา เช่น ปัญหาเศรษฐกิจคืออะไร อาจจะมีคนที่เหมาะสมและมีความสามารถเข้าไปทำงานในบางตำแหน่ง โดยบางทีก็ต้องยกเว้นระบบอาวุโสบ้าง เพราะบางทีคนที่อายุน้อยอาจจะมีประสบการณ์ไม่แพ้คนที่มีอายุมาก” ส.ส.ตรัง 2 สมัยกล่าว

“สุณัฐชา” ออกตัวว่า ถ้าถามว่าเห็นภาพชัดเจนหรือยังว่าใครคือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป “ยังตอบไม่ได้” เพราะมีเพียงชื่อที่ถูกสื่อออกข่าวมา มีแต่ “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่เสนอตัวออกมาอย่างเป็นทางการ

ในมุมมองของ “สุณัฐชา” เห็นว่า “เรื่องใหญ่ที่สุด” ในพรรคประชาธิปัตย์ที่หัวหน้าพรรคคนใหม่เข้ามาแล้วต้องเปลี่ยน ไม่ได้มีเรื่องเดียว แต่ “ต้องปรับเยอะเลย”

“เปลี่ยนระบบทุกอย่างภายในพรรค การทำงานในพรรค ต้องให้ทันสมัย ทันโลกปัจจุบัน ที่ผ่านมาสัมผัสได้คือ เรื่องสื่อโซเชียลมีเดีย ประชาธิปัตย์ไม่ถนัดใช้ชื่อโซเซียล มีใช้อยู่บ้างแต่ไม่เต็มรูปแบบ การทำงานทุกอย่างต้องนำเทคโนโลยีมาใช้มากกว่านี้”

แข่งขันกับพรรคอื่นได้

“ร่มธรรม ขำนุรักษ์” ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดสเป็กหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ในทรรศนะของ “ส.ส.คนรุ่นใหม่” ว่า “ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นชัดแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในจุดที่ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง”

“หัวหน้าพรรคจะต้องเป็นคนที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในพรรคในทางที่ดี ฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมามีบทบาทสำคัญ ผลักดันประเด็นใหม่ ๆ ที่สำคัญในห้วงเวลาของความท้าทายของประเทศและโลกของเรา เช่น เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน เรื่องสิทธิความเท่าเทียม ไปจนถึงการเมืองและด้านสิ่งแวดล้อม เพราะปัญหาของประเทศไทยมีเรื่องที่ท้าทายอยู่มาก”

ร่มธรรม ขำนุรักษ์

“ส.ส.ป้ายแดง” บอกว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพรรคเท่านั้น แต่ควรจะเป็นคนที่มีบทบาท นำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี รวบรวมทุกฝ่ายเข้ามาด้วยกันได้

“ส.ส.สมัยแรก” ไม่ขอเอ่ยชื่อหัวหน้าพรรคคนคนนั้นที่ตรงสเปก เพราะ “มีคนที่เหมาะสมหลายท่าน เป็นคนที่อยู่ในพรรคอยู่แล้ว” แต่ “จุดเด่น” ที่ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ควรจะมีคือ โดดเด่นเรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้อง เชิดฉายบนเวทีการเมือง ที่สำคัญแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นได้ และไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.

“จุดเด่นคือ รอบรู้ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เป็นเรื่องที่โดดเด่น เรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้อง เรื่องการเมือง สามารถไปพูดบนเวทีต่าง ๆ ได้ ทำหน้าที่ชูสิ่งใหม่ ๆ แข่งขันกับพรรคอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่เป็นคนที่สนใจการเมือง และอยู่ในแวดวงการเมือง

ประเด็นสำคัญคือ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำหน้าที่ สนับสนุน ส.ส.ในสภาและเยาวชน เกิดฐานแฟนคลับที่เป็นคนรุ่นใหม่และสามารถดึงคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสนับสนุนพรรคมากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่พรรคต้องปรับเปลี่ยน ฟื้นฟู และพัฒนาพรรคให้ดีกว่าเดิม เพื่อเป็นความหวังของประชาชนอีกครั้ง” ร่มธรรมตั้งเกณฑ์หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในฝัน


ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “นริศ ขำนุรักษ์” อดีต ส.ส.พัทลุงหลายสมัย ไม่ยอมเปิดเผยถึง “หัวหน้าพรรคในใจ” ขอเวลาคิด-ตัดสินใจจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 วันที่ 9 กรกฎาคม 25