เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
Tech เปิดยอดใช้ TH-AI Passport ใน 3 วันเฉลี่ยใช้งานคนละ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียน
60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
Politics 60 วัน ‘ชัชชาติ สมัย 2’ แก้สารพันปัญหา ชู ‘ราชดำเนินโมเดล’ จัดระเบียบคนไร้บ้าน
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
Economic ‘คงกระพัน’ เปิดแผน ปตท. รับมือวิกฤตพลังงาน กระจายแหล่งจัดหา
เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Business เซ็นทรัล พาร์ค กางแผนปี’70 มุ่ง Bangkok’s World Stage ชิงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
Finance เปิดจองพันธบัตร ‘ออมพลัส’ 7 ก.ย.นี้ ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8%
จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
Biz Movement จัดเต็มงานแฟร์ “MARRY ME AT MARRIOTT” ชวนคู่รักเนรมิตงานแต่งในฝันทั่วไทย
กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
Finance กรุงศรี จับมือ MUFG เชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ร่วมเป็นคู่ค้า
ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
Politics ปกรณ์ แจง 11 ข้อหลัก กม. ยันคำสั่งทางปกครอง บังคับใช้ทันที
‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
Real Estate ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
ดูทั้งหมด

ด่วน มติศาลรัฐธรรมนูญเอกฉันท์ โหวตนายกฯ พิธา ซ้ำรอบ 2 ไม่ได้

16 ส.ค. 2566 | 12:57น.
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ปัดตกคำร้องวินิจฉัยเสนอชื่อพิธา แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคก้าวไกล เป็นบุคคลสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ โหวตซ้ำรอบ 2 ไม่ได้ และผู้ร้องมิได้ถูกละเมิดสิทธิ

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาเรื่องพิจารณาที่ ต. 24/2566 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ว่า กรณีรัฐสภา (ผู้ถูกร้อง) มีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 เป็นญัตติทั่วไป

ต้องห้ามนำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ทั้ง 3 ได้แก่ นายพรชัย เทพปัญญา ผู้ร้องเรียนที่ 1 นายบุญส่ง ชเลธร ผู้ร้องเรียนที่ 2 และนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล และคณะผู้ร้องที่ 3 โดยผู้ร้องที่ 1-2 กล่าวอ้างว่าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และเขตของพรรคก้าวไกล และผู้ร้องเรียนที่ 3 เป็น สส.พรรคก้าวไกล

ล่าสุดผลการพิจารณาคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย และลงมติเป็นเอกฉันท์ ตีตกคำร้องดังกล่าวโดยเห็นว่าการโหวตเลือกนายกฯ พิธา ซ้ำรอบ 2  ไม่ได้ และผู้ร้องมิได้ถูกละเมิดสิทธิ

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 เป็นบทบัญญัติที่มี เจตนารมณ์ให้ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลจากการกระทําละเมิดโดยใช้อํานาจรัฐ แต่บุคคลที่จะมีสิทธิยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง

สําหรับกระบวนการได้มา ซึ่งนายกรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้รัฐสภาพิจารณาให้ ความเห็นชอบเฉพาะจากบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอและเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม มาตรา 88 เท่านั้น ดังนั้น ผู้มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาต้องเป็นผู้ที่พรรคการเมืองเสนอ ตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง อันเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ก่อตั้งขึ้นเป็นหลักการใหม่ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกเหนือจากสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในหมวด เมื่อผู้ร้องเรียนทุกคนไม่ใช่บุคคลที่ พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อไว้ว่าจะเสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งไม่ได้เป็นบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อต่อรัฐสภา

ผู้ร้องเรียนทุกคนจึงไม่ใช่บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ โดยตรง ไม่อาจใช้สิทธิยื่นคําร้องเรียนได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง ประกอบมีช่องทางในการยื่นคําร้องที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นการเฉพาะแล้ว

ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคําร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อมีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาแล้ว คําขออื่นย่อมเป็นอันตกไป

ความเป็นมา รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ญัตติซ้ำ ได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2 วาระสำคัญคือพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครั้งที่ 2 โดยขณะนั้นยังมีขั้วจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง นำโดยพรรคเพื่อไทย และ พรรคขั้วรัฐบาลเดิม 188 เสียง รวมกับ สว.

โดยขั้วจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค ได้เตรียมเสนอญัตติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ที่ประชุมลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 แต่ปรากฏว่าก่อนเข้าสู่วาระมีการแสดงความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่าย พรรคร่วม 312 เสียง เห็นควรให้โหวตเลือกนายกฯ รอบ 2 ได้  และสามารถกระทำได้ ไม่ใช่ญัตติซ้ำ และไม่ขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41  ขณะที่อีกฝ่าย เห็นว่าการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติซ้ำที่ตกไปแล้ว ไม่สามารถนำมาลงมติใหม่ได้ ตามข้อบังคับที่ 41

สุดท้าย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สภาลงมติตามข้อบังคับที่ 151 เพื่อตีความและวินิจฉัยว่า ข้อบังคับการประชุมที่ 41 ในการเสนอชื่อ นายพิธา ในการโหวตนายกฯ รอบ 2 เป็นญัตติซ้ำ และญัตติต้องตกไป หรือไม่

โดยผลการลงมติ ร่วมกันทั้ง 2 สภา จะต้องได้เสียง สส.-สว. เกินกึ่งหนึ่ง 375 เสียงขึ้นไป จาก จำนวน 748 เสียง มีผู้มาประชุม 716 คน ครบองค์ประชุม ผลการลงมติ ที่ประชุมร่วม 2 สภา เห็นด้วย 395 คะแนน ไม่เห็นด้วย 312 คะแนน งดออกเสียง 8 คะแนน ไม่ลงคะแนน 1 คะแนน กึ่งหนึ่ง 374 เห็นว่า การใช้มติตามข้อ 41 ดำเนินการใช้ได้ ไม่สามารถเสนอชื่อคุณพิธาซ้ำได้

ต่อมา 24 สิงหาคม สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาคำร้องของ นายพรชัย เทพปัญญา นายบุญส่ง ชเลธร และนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล ได้ยื่นต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เข้าชื่อเพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยว่าการที่ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 มีมติว่าการเสนอชื่อนายพิธา ซ้ำไม่ได้เนื่องจากเป็นญัตติซ้ำ ขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อที่ 41 นั้น

เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้หรือไม่ และหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ก็ขอให้มีคำสั่งไปยังที่ประชุมรัฐสภาให้ยุติการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย จากนั้น 27 กรกฎาคม 2566 ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

กระทั่ง วันที่ 3 สิงหาคม 2566 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าวว่ายังไม่รับคำร้องในวันดังกล่าว แต่ให้ผู้ร้องระบุสถานะตนเอง รวมถึงพิจารณาประเด็นเชิงหลักการเรื่องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย มีใจความดังนี้

“ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีประเด็นสำคัญต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีประเด็นเชิงหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้อง และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป”

นัดพิจารณาคำร้องในวันที่ 16 สิงหาคม 2566 เวลา 09.30 น. ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องระบุสถานะของคณะผู้ร้องเรียนที่ 3 ทุกรายว่าเป็นประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภาต่อศาลภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ วันที่ 15 สิงหาคม 2566 มติที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย มีมติเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้ที่ประชุมลงมติเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ