เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

เศรษฐา 1 เร่งแก้ปากท้อง พักหนี้-ลดค่าไฟ/น้ำมัน-ดันท่องเที่ยว

09 ก.ย. 2566 | 10:40น.

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เตรียมตัวเข้าสภาครั้งแรก เพื่อเข้าไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นับหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ในวันที่ 11-12 กันยายน โดยใช้เวลา 30 ชั่วโมงในการอภิปราย ตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. โดยแบ่งเป็นประธานรัฐสภา 1 ชั่วโมง, คณะรัฐมนตรี 5 ชั่วโมง, พรรคคร่วมรัฐบาล 5 ชั่วโมง, พรรคร่วมฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง และวุฒิสภา 5 ชั่วโมง

ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ คำแถลงนโยบายรัฐบาล ที่ “เศรษฐา” กล่าวในที่ประชุมรัฐสภา ได้บรรยายปัญหาเศรษฐกิจไทยโดยสรุปได้ตอนหนึ่งว่า ที่ได้รับผลกระทบและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมืองโลก ปัญหาการส่งออกที่หดตัวเนื่องจากปัจจัยภายใน ที่เน้นการรับจ้างผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นต้นถึงชั้นกลางที่ล้าสมัย แต่ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า รวมถึงการแข่งขันในภูมิภาค

ประเทศไทยยังเผชิญกับภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่าร้อยละ 90 ของ GDP ถือเป็นความเปราะบางของภาคประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อ GDP สูงกว่า ร้อยละ 61 ซึ่งมีแนวโน้มที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงจนอาจจะกลายเป็นข้อจำกัดทางด้านการคลังและการบริหารประเทศในอนาคต ขณะที่เกษตรกรไทยมีหนี้สินเฉลี่ย ครัวเรือนละกว่า 3 แสนบาท

เพื่อแก้ปัญหา สร้างความพร้อม และวางรากฐานอนาคตให้กับคนไทยทุกคน รัฐบาลมีกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน ได้แก่

รัฐบาลวางกรอบระยะสั้น รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว

กรอบระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลจะเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน

เงินดิจิทัล 1 หมื่น

สำหรับนโยบาย “เรือธง” ของรัฐบาลเศรษฐา ที่บรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายคือ นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน digital wallet จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวน ที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอย ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจ ที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ

เกิดการผลิตสินค้าที่มากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ และเกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายรอบ รัฐบาลเองก็จะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี

การดำเนินนโยบายนี้จะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประชาชน เปิดประตูให้ภาคธุรกิจได้เข้าถึงแหล่งทุนใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสให้กับกลไกการชำระเงินของระบบเศรษฐกิจและรัฐบาล

นโยบายเร่งด่วน

การกระตุ้นเศรษฐกิจที่กล่าวไปเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ รัฐบาลมีนโยบายอีกหลากหลายประการที่สามารถทำได้โดยเร็ว เพื่อเร่งแก้ปัญหา และช่วยเหลือประชาชนผ่านนโยบายดังต่อไปนี้

1.แก้ปัญหาหนี้สินทั้งในภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน รัฐบาลจะลดภาระพี่น้องเกษตรกรด้วยการพักหนี้เกษตรกรตามเงื่อนไขและคุณสมบัติที่เหมาะสม รวมถึงมาตรการช่วยประคองภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินสำหรับภาคประชาชนที่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้ได้มีโอกาสในการฟื้นตัวและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง

2.ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจ รัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการ ราคาพลังงานทั้งค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในทันที

3.รัฐบาลจะผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจดอกแรกในการสร้างรายได้ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น และสร้างงานให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก

เราตั้งเป้าว่าจะเปิดประตูรับนักท่องเที่ยว ด้วยการอำนวยความสะดวก ปรับปรุงขั้นตอนการขอวีซ่า และการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่า สาหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเป้าหมาย การจัดทำ fast track VISA สำหรับผู้เข้าร่วม งานแสดงสินค้านานาชาติ (MICE) และเพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี

รัฐบาลจะร่วมกับภาคธุรกิจในทุกภาคส่วนเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้า งานเทศกาลระดับโลก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจะผลักดันการพัฒนาการบริหารจัดการทุกขั้นตอนการบริการ ที่เป็นประตูสู่ประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงระบบคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยจะปรับปรุงสนามบินและจัดการเที่ยวบินของสนามบินทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มปริมาณเที่ยวบินให้สามารถนำนักท่องเที่ยวมาสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น

สร้างโอกาส-รายได้เข้ารัฐ

ใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดประตูการค้า สู่ตลาดใหม่ ๆ ให้สินค้าและบริการของประเทศไทย อาทิ กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศ ในตะวันออกกลาง อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้ รวมถึงการให้ความสำคัญกับตลาดเดิมที่รวมถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง โดยการออกไปพบผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อชักชวนให้มาค้าขายสินค้า และบริการของกันและกัน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้กับสินค้าและบริการที่คิดและผลิตจากฝีมือของคนไทยมากขึ้น

เร่งการเจรจากรอบความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ (FTA) และเจรจา เพื่อยกระดับหนังสือเดินทางไทย (passport) ให้สามารถเดินทางได้หลายประเทศมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า

ปรับปรุงกระบวนการพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนผ่านสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อดึงดูดการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มความสามารถทางการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า และวางรากฐานให้เศรษฐกิจในระยะยาว

ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ในประเทศ รัฐบาลจะจัดทำ matching fund ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน เพื่อลงทุนพัฒนา startup ที่มีศักยภาพให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก

รัฐบาลจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ เพื่อเปิดประตูค้าขายและเปิดโอกาสของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้น และเป็นการสร้างประโยชน์จากสินทรัพย์ของประเทศและของประชาชน

รัฐบาลจะสร้างรายได้ในภาคการเกษตร โดยใช้หลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตภาพของภาคการเกษตรควบคู่ไปด้วยกัน ด้วยนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ

เลขานายกฯฉายภาพนโยบาย

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฉายภาพการแถลงนโยบายว่า การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภานั้นจะเป็นกรอบในการทำงานทุกเรื่องของรัฐบาล ซึ่งจะไม่ได้ลงรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ เพราะรายละเอียดจะอยู่ในแผนการทำงานของแต่ละกระทรวงซึ่งจะปรากฏต่อ ๆ ไป การวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำแถลงนโยบายรัฐบาลไม่บรรจุเรื่องที่เคยหาเสียงไว้อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

อีกทั้งได้มีการหารือกับทุกพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้วมีรายละเอียดนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาประกอบกันครบถ้วน โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญ ดังนั้นเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นพ้องร่วมกัน การผลักดันเป้าหมายหลักไปสู่การดำเนินการจึงไม่ต้องเป็นห่วงและน่าจะทำได้ราบรื่น

ส่วนนโยบาย digital wallet 10,000 บาท นั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุกด้าน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะทำให้สำเร็จ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน รวมถึงเรื่องงบประมาณที่จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมที่สุด ขอให้มั่นใจว่าเราบริหารจัดการได้

ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเราดำเนินนโยบายต่าง ๆ เราจะรักษาระเบียบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะรักษาเสถียรภาพในส่วนนี้ ที่จะเชื่อมโยงการสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศและให้ความมั่นใจทางด้านการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เอาไว้ชัดเจนแล้วว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำทันที ในปัจจุบันการคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเสมือนเส้นเลือดเส้นหนึ่งในการขนส่งและดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนโดยเฉพาะในเมือง

ซึ่งกระบวนการคิดของเราเป็นเรื่องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้ประชาชน จึงอยู่ในนโยบายที่ต้องทำทันที เพียงแต่เรื่องนี้มีรายละเอียดเกี่ยวข้องจำนวนมาก มีสัญญาที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนและภาคส่วนต่าง ๆ จึงต้องใช้เวลาในการเจรจาหารือหาทางออก ซึ่งต้องใช้เวลาในการผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ แต่ยืนยันว่าจะเร่งทำทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐา ทวีสิน