“สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี จุดประเด็น “ต่อลมหายใจ” ให้กับสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่เปรียบเสมือนเป็นมรกดก คสช. โดยให้ทำงานใหม่ ไม่ยุบ-ไม่โละ
แม้ว่าข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่า ควรต้องปรับเปลี่ยน
นายสมศักดิ์กล่าวว่า “เราต้องยอมรับการประเมินของสภาพัฒน์ (ให้ยุบ ป.ย.ป.) แต่ก็ต้องมาดูว่า ถ้างานหมด หรืองานซ้ำซ้อน ก็ต้องหางานให้ใหม่อยากให้โอกาส ป.ย.ป. ลองแสดงฝีมืออีกหน่อย โดยทำกฎหมายอีก 2-3 ฉบับ ก็น่าจะหาเงินเข้าประเทศได้”
สำนักงาน ป.ย.ป. เปรียบเสมือนเป็นแม่น้ำสายรองในแม่น้ำสายหลัก 5 สาย ของ คสช. เป็นยานพาหนะที่ไว้โดยสารเดินทางไป “ทำงานใหญ่” ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี-หัวหน้า คสช.กุมบังเหียน เป็น “หัวเรือใหญ่” เพราะภารกิจสำคัญขึ้นตรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์
รากเหง้าของ ป.ย.ป. เกิดมาจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2560 เพื่อปฏิบัติภารกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ด้าน คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
ภายใต้ชื่อ “คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง” มี พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ
โดยโครงสร้างของ ป.ย.ป. ประกอบด้วย 4 คณะย่อย ได้แก่ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง
ก่อนจะส่งไม้ต่อมาที่รัฐธรรมนูญปี 60 ฉบับสืบทอดอำนาจ หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65 ที่ระบุว่า
“รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย”
เช่นเดียวกับสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2560 ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ ประเมินผล กำหนดตัวชี้วัด และติดตามมติของ ป.ย.ป.
ต่อมาได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 18/2560 ให้สำนักงานพีเอ็มดียูตั้งขึ้นภายในสำนักเลขาธิการ ครม. โดยมี “ผู้อำนวยการพีเอ็มดียู” ที่แต่งตั้ง-ขึ้นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ คนแรกและคนเดียว คือ “อำพน กิตติอำพน” ซึ่งดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ครม.ในขณะนั้น
พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้ง 11 อรหันต์ ที่เป็นทายาทหัวหน้าส่วนราชการระดับหัวกะทิมานั่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิขับเคลื่อนพีเอ็มดียู ก่อนจะขึ้นมายืนอยู่หัวแถวทำเนียบรัฐบาลในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
ไม่ว่าจะเป็นนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการกฤษฎีกา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. และนางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการ ครม. รวมถึง “เสธ.มิตต์ สุวรรณรัฐ” เสธ.คู่ใจ พล.อ.ประยุทธ์
สำนักงานพีเอ็มดียูได้ถูกยุบ-ยกเลิกไปก่อนหน้านี้ด้วยมือของ พล.อ.ประยุทธ์เอง หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ยกเลิกสำนักงานพีเอ็มดียู
หน่วยงานที่เป็นกองกำลังเฉพาะกิจ-TASK FORCE ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่ปฏิบัติภารกิจลับ-ไม่ลับ บนดิน-ใต้ดิน อย่างศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ที่มี “เสธ.นุ้ย” พล.อ.ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ นายทหารใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์อีกคน เป็นหัวหน้าพีมอค
ปัจจุบัน เพจ PMOC กลายร่าง-เปลี่ยนชื่อเป็น “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งการเปลี่ยนแปลง” สื่อสารความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ภายหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบวาระ 9 ปี และ “วางมือทางการเมือง”