เศรษฐา ปิดประตูประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล แฮปปี้ 314 เสียง ครบ 4 ปี

เศรษฐา ทวีสิน
Photo : www.thaigov.go.th

นายกฯ เศรษฐาขอให้ยึดคำพูด 314 เสียงพอแล้ว หากประชาธิปัตย์เข้ามา ลำบากต้องเกลี่ยกระทรวงใหม่ ตั้งใจอยู่ครบ 4 ปี ส่วน “สแตนด์ชิน” ให้ครอบครัวไหนเข้ามา ให้ประชาชนตัดสินตอนเลือกตั้งครั้งต่อไป

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงฉายานายกรัฐมนตรี ว่า ก็เข้าใจอยู่ ทุก ๆ ปีก็มีฉายาเป็นสีสัน ฉายานายกฯ เซลส์แมน ก็ทราบอยู่แล้ว ตนประกาศตัวเองอยู่แล้ว

จากนั้นนายเศรษฐาย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า ส่วนคำว่าสแตนด์ชิน เป็นควบกล้ำระหว่างไทยกับภาษาอังกฤษหรือเปล่า และให้ผู้สื่อข่าวอธิบายให้ฟัง เพราะเข้าใจหลวม ๆ

เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า มีการมองเป็นเงาของคุณแพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้ตนยังเป็นนายกฯอยู่ และพยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ และพยายามตั้งใจให้ครบ 4 ปีให้ได้ แต่สำคัญมากกว่านั้นคือ ไม่ใช่อยู่แล้วปีแล้วชีวิตไม่ได้ดีขึ้น และถ้า “สแตนด์ชิน” คอยสำหรับให้ครอบครัวไหนเข้ามา ประชาชนเป็นผู้ตัดสินมากกว่า ต้องคอยเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็เข้าใจ ไม่ได้คิดอะไร

ส่วนฉายา “แกงส้ม ‘ผลัก’ รวม” นั้น ตนไม่เข้าใจคำว่า “ผลัก” เท่าไหร่ แต่แกงส้มเป็นแกงซึ่งมีรสชาติดี รวมกันหลายพรรคอยู่แล้ว และรสชาติแกงส้มก็มีทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ตนคิดว่ารัฐมนตรีทุกคนครบเครื่อง
พร้อมที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวอธิบายว่า คำว่า “แกง” คือแกล้ง พรรคก้าวไกล ที่มีสีส้ม นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ทราบนะ แต่พรรคเพื่อไทยก็โหวตให้ตอนเลือกนายกฯ แต่พรรคก้าวไกลไม่สามารถรวมเสียงได้ และเราไม่สามารถคอยได้ 9-10 เดือนตามที่เขาบอก ก็ต้องทำหน้าที่กันไป ประเทศคอยไม่ได้

“ยืนยันไม่ได้แกล้งแน่นอน ผมพูดมาโดยตลอด ก่อนเข้ารับตำแหน่งเองก็บอกอยู่แล้วว่าพร้อมสนับสนุนตรงนั้นถ้าเกิดสามารถทำได้” นายเศรษฐากล่าว

เมื่อถามว่า จะรักษาบรรยากาศพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคิดว่าผลงานมากกว่า ดูที่ความตั้งใจของรัฐมนตรีทุกท่าน ไม่ได้แยกว่าพรรคไหนเป็นพรรคไหน เอาผลงานเป็นที่ตั้ง

เมื่อถามว่า 314 เสียง แปลว่าไม่ปรับใครออกใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่วันนี้เรามีความสุขอยู่แล้ว และเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านจากทุกพรรคได้ทำงานเต็มที่ ตนตระหนักดีว่าสื่อมวลชนให้ข้อคิดตลอดเวลาว่า มีปัญหาตรงไหน ต้องแก้ไขตรงไหน ต้องปรับปรุงอย่างไร เป็นแรงกระตุ้นให้รัฐมนตรีทุกคน ทุกพรรค ช่วยกันทำงานอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ถ้าจะมีพรรคไหนเข้ามาเพิ่มก็พร้อมที่จะพิจารณาหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ได้คิด ตอนนี้ยังไม่ได้คิด 314 เสียงยังทำงานกันได้ดีอยู่ และมีเรื่องอะไร มีปัญหาอะไรก็คุยกันอย่างตรงไปตรงมา เอาผลงานเป็นที่ตั้ง วันนี้เราโอเคอยู่แล้วตอนนี้

เมื่อถามย้ำว่าทำไมถึงมีข่าวปรับ ครม. นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่ทราบ ผมไม่ได้เป็นคนให้ข่าว ผมมีหน้าที่ตอบคำถามอย่างเดียว”

เมื่อถามว่าจะมีเพิ่มก็ไม่ปิดทาง นายเศรษฐาหัวเราะเล็กน้อย พร้อมบอกว่าวันนี้แฮปปี้อยู่แล้ว มีความสุขอยู่แล้ว 314 เสียง จาก 500 เสียง เพียงพอต่อการบริหารจัดการแผ่นดิน รัฐมนตรีทำงานกันอย่างเต็มที่ ก็ต้องปรับกันไป ไม่ได้เห็นด้วยกันหมด แต่เรามีการพูดคุยกันแบบผู้ใหญ่

เมื่อถามว่า วัด KPI กันอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า แต่ละกระทรวงแต่ละคนก็มีเรื่องที่แตกต่างกันไป คงพูดลำบาก เราเน้นเรื่องวัดผลงาน เอาระยะเวลามาเป็นตัวจับ ไม่ได้พูดลอย ๆ


เมื่อถามว่า ถ้าได้ 25 เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้รัฐบาลดีขึ้นหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ในแง่ของตัวเลขก็อาจจะดีขึ้น แต่ในแง่ของต้องมาเกลี่ยกระทรวงกันใหม่ มันก็ลำบากขึ้น ไม่มีอะไรดีหมดหรอกครับ ยึดคำพูดที่ผมพูดไว้แล้วกัน 314 เสียงพอแล้ว และรัฐมนตรีทุกท่านก็ทำงานกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ผลงานก็เริ่มทยอยออกมาแล้ว”