Skip to content

ด่วน ยิ่งลักษณ์ชนะคดี ศาลฎีกายกฟ้อง คดีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนสี

26 ธ.ค. 2566 | 15:14น.
ด่วน ยิ่งลักษณ์ชนะคดี ศาลฎีกายกฟ้อง คดีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนสี

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 28 ชนะคดี โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อม.11/2565 ที่มีอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กรณีโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ในที่สุด ศาลฎีกาฯพิพากษายกฟ้อง และเพิกถอนหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเห็นว่าไม่มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

โดยศาลพิเคราะห์ตอนหนึ่งว่า กรณีดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเจตนาพิเศษ และรับฟังไม่ได้ว่ามีการโอนย้ายนายถวิล เพื่อให้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่างลง

อนึ่ง การตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ในคดีโยกย้ายเลขาธิการ สมช. นายถวิล เปลี่ยนสี หลังจากในปี 2557 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล โดยชี้ว่า “เป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ” เช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 จากกรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่เครือญาติ

ประเด็นที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพียงคุณสมบัติหรือความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ไม่ผูกพันศาลฎีกาเรื่องความรับผิดทางอาญา ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเป็นการวินิจฉัยเพียงคำสั่งโยกย้ายเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ได้วินิจฉัยถึงความผิดในทางอาญาเช่นกัน จึงเป็นคนละประเด็นกับที่ศาลฎีกาจากวินิจฉัยในการกระทำความผิดและเจตนาในการกระทำ รวมถึงเจตนาพิเศษ

2) คำเบิกความของพยานบุคคล นายบัณฑูร สุภัควณิช และนายพงษ์ศักดิ์ ไม่ได้ยืนยันว่ามีมูลเหตุจูงใจ หรือที่มาของการสั่งการตามที่เบิกความ ย่อมเป็นธรรมดาที่นายกรัฐมนตรีจะสั่งการได้ ส่วนเรื่องวันเวลาในการโยกย้ายที่ใช้เวลาเพียง 4 วัน นายบัณฑูรเบิกความว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง

3) ศาลรับฟังพยานบุคคลฝ่ายจำเลยสี่ปาก ประกอบด้วย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายกรัฐมนตรี เข้ามาชี้นำ หรือสั่งการในการแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าว ส่วนความเห็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นการให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นในฐานะส่วนตัวเท่านั้น มิได้มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล หรือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี แต่อย่างใด

4) ไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงถึงความเชื่อมโยงในการโยกย้ายนายถวิล เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติแต่อย่างใด เพราะกระบวนการในการโยกย้ายนายถวิล ระยะเวลาห่างจากการแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร ถึง 22 วัน และไม่ปรากฏพยานว่าการโอนย้ายนั้น เป็นการเตรียมการโดยแบ่งแยกหน้าที่กันทำ เพื่อให้มีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด ศาลจึงเห็นว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาพิเศษในการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี แต่อย่างใด

วิธีถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษ วิษณุ แนะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คดียิ่งลักษณ์ ชินวัตร