เศรษฐา เชื่อ ราชทัณฑ์ให้ ทักษิณ อยู่ รพ.ตำรวจ ตามขั้นตอน-สิทธิผู้ป่วย

เศรษฐา ทักษิณ

นายกฯเชื่อ บอกม็อบนัดชุมนุม รู้รัฐบาลกำลังทำอะไร ไม่อยากให้บรรยากาศไม่สงบ “มั่นใจ” ฝ่ายมั่นคงดูแลได้

วันที่ 11 มกราคม 2566 ที่ จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ความเห็นชอบให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่รักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากยังคงมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่า ตนเชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์ได้รับการเสนอเรื่องมาจากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งสิทธิของผู้ป่วยต้องมีด้วย และตนก็มั่นใจว่ากรมราชทัณฑ์พิจารณาดูดีแล้ว และทางกระทรวงยุติธรรมก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ เนื่องจากจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นัดชุมนุมชุมนุมปักหลักในวันที่นายกฯ นอนค้างทำเนีบบรัฐบาล จะขอผู้ชุมนุมหรือไม่ว่าอย่าเอาการเมืองมาโยงให้เกิดความไม่สงบในช่วงที่กำลังฟื้นตัวเศรษฐกิจ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคิดว่าพวกท่านรู้ ว่าเราทำหน้าที่อะไรในตอนนี้ และก็เเป็นไปตามกระบวนการ ทางกรมราชทัณฑ์ก็ทำเรื่องแล้วโรงพยาบาลตำรวจก็ตอบแล้ว

ขณะที่ทางคณะกรรมาธิการตำรวจก็จะเข้าไปตรวจสอบ ถือว่ามีกระบวนการตามกฎหมายที่ถูกต้อง ตนว่าอยากให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นเลย ซึ่งก็แล้วแต่ เพราะก็ถือเป็นสิทธิของแต่ละคน ย้ำว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ ขอใช้คำว่าไม่อยากให้เกิดบรรยากาศทำนองนี้เกิดขึ้นจะดีกว่า เพราะเราเองก็พยายามจะทำให้มันดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวก็เห็นว่าเราพยายามทำอย่างเต็มที่ทุกรายละเอียด ขณะเดียวกันปลีกย่อยเราก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และต้องเข้าใจว่ามีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำต่อ แล้วตนก็พยายามทำต่อ ก็ไม่ได้หยุดยั้ง หลังจากลงพื้นที่วันนี้ก็ต้องไปประชุมเพื่อสรุปว่าต้องทำอะไรกันต่อ ซึ่งในที่ประชุมที่สื่อเข้าไปด้วยก็เห็นว่าไม่ใช่ว่าหลายเรื่องนั้นราบรื่น บางเรื่องงบประมาณยังขาดดุลต้องใช้งบฯสนับสนุนจากภาครัฐ

เมื่อถามว่า ต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมสถานการณ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนมั่นใจฝ่ายความมั่นคงที่เขาจะดูแลอย่างดี ไม่เป็นไร


ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่จะทำให้การทำงานไม่ราบรื่น นายเศรษฐากล่าวว่า กังวลทุกเรื่อง ทั้ง PM 2.5 การท่องเที่ยว และม็อบกังวลเหมือนกันทุกเรื่องเพราะแบกความคาดหวังของประชาชน 70 ล้านกว่าคน เรามีหน้าที่ที่ต้องทำก็ต้องทำกันไป หน้าที่ของตน ก็พยายามทำให้ดีที่สุด และหน่วยงานต่าง ๆ ก็พยายามทำดีที่สุด ซึ่งต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ตรงไหนให้คำแนะนำได้ ตรงไหนที่ต้องพูดก็ต้องพูด