เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
Uncategorized คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
Economic เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
Biz Movement แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช.  ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
Tech 6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช. ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ดูทั้งหมด

พิธา กางโรดแมปก้าวไกล ตั้งเป้า เมษายน จัดหนักอภิปรายผลงานรัฐบาล

26 ม.ค. 2567 | 14:05น.
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พิธา แถลงโรดแมปก้าวไกล 6 เป้าหมาย เปิดปฏิทินกิจกรรมยาวถึงสิ้นปี ชี้เมษายนเหมาะสมอภิปรายผลงานรัฐบาล

วันที่ 26 มกราคม 2567 ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงแผนทำงานพรรคก้าวไกล ปี 2567 หรือ MFP’s Strategic Roadmap โดยมีวาระแรก Big Bangs หรือเป้าหมายสำคัญ 6 เป้าหมาย

  1. การทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ : ประกอบด้วยวาระการปฏิรูปกองทัพ การเสนอร่างกฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ รวมถึงการจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่
  2. การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่งมวลชน สวัสดิการ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข
  3.  การ “หยุดแช่แข็งชนบทไทย” : ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการลดต้นทุนภาคการเกษตร การเพิ่มเครื่องจักรในการผลิต การเพิ่มแหล่งน้ำ การแปลงที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน
  4. การปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ : ดังที่พรรคก้าวไกลได้มีการอภิปรายงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ที่ได้อภิปรายปิดเกี่ยวกับระบบราชการในการจัดงบประมาณ การกระจายอำนาจ การปราบโกง ดิจิทัลดิสรัปชั่น (Digital Disruption) การกิโยตินกฎหมาย และการปฏิรูประบบงบประมาณ
  5. การเรียนรู้ทันโลก : การพัฒนาทรัพยากรบุคลากร เพื่อเพิ่มความขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ด้วยการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ การลดภาระครู การรีสกิล-อัพสกิล (Reskill-Upskill) และการยกเลิกอำนาจนิยมในโรงเรียน
  6. การเติบโตแบบมีคุณภาพ : การสร้างงานดี การลงทุนในท้องถิ่น การสนับสนุนเอสเอ็มอี การท่องเที่ยวคุณภาพ การทำอุตสาหกรรมใหม่ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

อาจจะดูไม่เหมือนนโยบายใหม่ เพราะทุกคนได้เห็น 300 นโยบายของพรรคก้าวไกลไปแล้ว อีกทั้งนโยบายต้องเห็นว่ามีเป้าหมายและเรียงลำดับความสำคัญ รวมทั้งมุมมองของพรรคก้าวไกลที่จะทำในปีนี้

นายพิธากล่าวว่า วาระสอง วิธีการทำงานของพรรคก้าวไกล มีปัจจัยความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อให้สัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้วิสัยทัศน์เป็นความจริงจะต้องมีองค์ประกอบในเรื่องของกฎหมาย ในแง่ของแผนปฏิบัติการ งบประมาณ และบุคลากร

วาระสาม คือในส่วนของกฎหมาย พรรคก้าวไกลต้องการผลักดันกฎหมาย 47 ฉบับ แบ่งเป็นสองก้อน ก้อนที่อยู่ในวาระการประชุมสภา 21 ฉบับ และอีก 26 ฉบับยังไม่เข้า

ยืนยันว่า พ.ร.บ.เรือธงของพรรคก้าวไกล คือสมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า อากาศสะอาด นโยบายเปลี่ยนโฉนดที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ส.ป.ก. สำหรับเรื่องงบประมาณ จะต้องมีการปรับเพื่อให้วาระของพรรคไม่มีข้อติดขัดในเรื่องงบประมาณ ปฏิรูปอำนาจเงิน ให้มีความโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วม อนุมัติตามหลักประชาชนได้ประโยชน์

และสุดท้ายคือ การเตรียมทีมงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ รอรับเนื้อหางานที่ตามมา เช่น ทีมก้าวกรีน ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ก้าว Geek ดูแลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ก้าวเมือง ดูแลเรื่องผังเมือง และก้าวเกษตร ดูแลเกี่ยวกับเรื่องเกษตร และอาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับก้าววัฒนธรรมและก้าวการศึกษา โดยไม่ใช่บุคลากรของพรรคก้าวไกลเพียงอย่างเดียว เพราะจะมีทั้งอาสาสมัครข้าราชการ ภาครัฐ เอกชน และองค์การนอกภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมด้วย ที่จะมีการกระจายไปอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายการทำงานของพรรคเกิดขึ้นได้จริง

เมษายน ซักฟอกรัฐบาล

ขณะที่หมุดหมายสำคัญในการทำงานในปีหน้าแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกันคือการทำงานในสภา และทำงานในพรรคก้าวไกล โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ภายในพรรคจะมีการพัฒนาทบทวนตัวชี้วัดของประธานกรรมาธิการและ สส. โดยทุกคนจะต้องมี KPI เพื่อทำการชี้วัดผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเดือนเมษายนจะมีการอภิปรายทั่วไป หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เชื่อว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมของการทำงานของรัฐบาล และจะมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคก้าวไกล ที่ทำงานครบวาระ 4 ปี ที่จะมีการทบทวนแกนนำการทำงานของพรรคใหม่

ส่วนในเดือนพฤษภาคมจะมี Policy Festival และเดือนมิถุนายน-สิงหาคม จะมีการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 และในปลายปี 2567 จะมีการเตรียมการเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งเป็นการกำหนด Mile Stones และจะมีการวัดผลเป็นระยะต่อไป

ส่งทีมเก็บข้อมูลฝ่ายค้าน

นายพิธากล่าวว่า จุดยืนในภาพรวมการทำงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ว่าการจะเป็นสถาบันพรรคการเมือง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทุกองค์กรมีแผนการดำเนินงานประจำปีของตัวเองอยู่แล้ว แต่เราคงต้องเอามารวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น เพื่อดูว่าจะสามารถทำงานอะไรร่วมกัน และแจกจ่ายงานในส่วนไหนให้กันได้บ้าง

ส่วนภาพที่รัฐบาลจะต้องเจอภายหลังจากที่นายพิธากลับมานั้น ในทุกสัปดาห์ เราจะมีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คอยเก็บข้อมูล และลงพื้นที่ไปรับฟังพี่น้องประชาชน มีทีมงานเบื้องหลัง ก็มีการเรียบเรียงข้อมูลให้เห็น ว่าภาพที่รัฐบาลทำมีอะไรบ้าง และมีอะไรบ้างที่รัฐบาลควรจะต้องปรับปรุง ตามกลไกของรัฐสภา ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป น่าจะพอเห็นภาพ

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญที่เราคิดว่ารอไม่ได้ถึงเมษายน ก็จะใช้กลไกสภา อาทิ การตั้งกระทู้ รวมไปถึงการทำงานกับสื่อมวลชนในการแถลงข่าว เพื่อให้ทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินเป็นประโยชน์ และเป็นธรรมต่อประชาชน

ส่วนการเตรียมหัวข้อในการอภิปราย นายพิธากล่าวว่า เน้นไปที่ 3 หัวข้อใหญ่คือ 1.ความล้มเหลวในการบริหาร 2.การประพฤติมิชอบ คอร์รัปชั่น และ 3.การทำงานช้า น้อย หรือสายเกินไป ไม่ตรงกับความท้าทายของศักยภาพประเทศ ตอนนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้พูด แต่ทีมงานหลังบ้านกำลังทำข้อมูลเพิ่มขึ้นทุกอาทิตย์ ในส่วน กมธ.ก็สามารถเรียกข้อมูลเพิ่มเติมได้ “สัญญากับพี่น้องประชาชน ว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง”

เตรียมตัวเป็นรัฐบาล

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกลจะไม่เหมือนกับฝ่ายค้านชุดที่ผ่าน ๆ มา ใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เราอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ การทำกฎหมายที่ก้าวหน้าเป็นหน้าที่ของเรา แน่นอนว่าต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาเต็มที่อยู่แล้ว แต่การตรวจสอบยังไม่พอ ต้องมีการแนะนำ ขณะเดียวกัน ต้องเรียนรู้ในกระบวนการ

”เมื่อเราเป็นรัฐบาลด้วยตัวเอง เราจะได้ไม่มีข้อติดขัดต่าง ๆ ทำงานได้เลย เป็นการเรียนรู้ไปในตัว“ นายพิธากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายที่มีตรงกันกับพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจแค่ไหนว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะผลักดันนโยบายให้ผ่าน นายพิธากล่าวว่า เท่าที่ดูจากสถิติ มี 2 กฎหมายที่เราสามารถผ่านสภาได้ ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สมรสเท่าเทียม และ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ว่าไปกันคนละทาง

แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีกฎหมายที่ดีที่ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชน ตนคิดว่าบางเรื่องก็มีทิศทางไปในทางเดียวกัน ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง อาทิ นโยบายเปลี่ยนโฉนดที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ก็เป็นนโยบายเดียวที่เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในทางปฏิบัติ

ส่วนได้คิดฉากทัศน์ภายหลังศาลธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีนโยบายหาเสียง 112 ไว้แล้วใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า มีการคิดไว้แล้ว ถึงแม้จะเป็นฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด พรรคก้าวไกลก็ยังบริหารจัดการได้ ไม่ได้ทำให้ภาพรวมใหญ่ทั้งปีต้องสะดุดลง ตนคิดว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่ยังลงรายละเอียดไม่ได้