เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

3 ศึกล้อม ‘แพทองธาร’ รบกัมพูชา สู้สงครามภาษี ลุ้นถอดถอน

30 ก.ค. 2568 | 10:01น.
3 ศึกล้อม ‘แพทองธาร
คอลัมน์ : Politics policy people forum

อาจกล่าวได้ว่าห้วงเวลาสำคัญของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่จะเจอศึก 3 ด้านใหญ่

ด้านหนึ่ง ความบาดหมางของไทย-กัมพูชา รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ประกอบกับปม “คลิปเสียง” ร้อน ระหว่างนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับ สมเด็จฮุน เซน ของกัมพูชา

โยงมาสู่ด้านที่สอง เมื่อโลกทั้งโลกเพ่งเล็งมาที่ความขัดแย้งของ 2 ประเทศ ถึงขั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์ตรงขอให้ยุติการสู้รบ นำไปสู่การเปิดโต๊ะเจรจาที่มาเลเซีย

บีบว่าหากไม่หยุดยิงจะไม่เจรจาภาษี ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาโดนสหรัฐตั้งภาษีนำเข้า 36% เท่ากัน และมีเส้นตายอยู่ที่ 1 สิงหาคม สะเทือนเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซ้ำเติมด้วยเศรษฐกิจการค้าชายแดน หายวับนับหมื่นล้านบาท

ขณะที่ด้านการเมือง วันที่ 31 กรกฎาคม คือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดให้ “แพทองธาร” ส่งคำชี้แจง หลังขอเลื่อนส่งคำชี้แจงจากกำหนดเดิมต่อไปอีก 15 วัน กรณี สว. 36 คนยื่นถอดถอน มีต้นเหตุมาจากปมคลิปเสียง มีการประเมินว่าคดีดังกล่าวอาจจะจบภายในเดือนสิงหาคม
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลประกาศนัดชุมนุม 2 สิงหาคมนี้

เครดิตผู้นำถูกทำลาย

เมื่อทั้ง 3 ปม เศรษฐกิจ การเมือง และสงครามไทย-กัมพูชา รุมล้อมนายกฯ รัฐบาลจะสู้-จะถอยอย่างไร

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วิเคราะห์ว่า เรื่องกัมพูชาเกิดสภาพข้อจำกัดที่นายกฯแพทองธารไม่สามารถขับเคลื่อนอะไรได้เลย

เพราะคลิปได้ทำลายเครดิตของการเป็นผู้นำในกรณีการแก้ปัญหากับกัมพูชาไปแล้ว และถูกสังคมเชื่อไปแล้ว ซึ่งไปลดทอนเกียรติภูมิของความเป็นนายกฯ ถูกไม่ไว้วางใจไปแล้ว เพราะถูกมองว่าอาจถูกครอบงำ หรือแบล็กเมล์จากประเทศเพื่อนบ้านได้ตลอดเวลา

ถ้าในกรณีกัมพูชาเป็นกับดักติดไปแล้ว และท่วงทำนองที่รัฐบาลแก้ปัญหา ถูกบ่งชี้ไปจริง ๆ ว่าถูกครอบงำไหม เพราะการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเมือง การทูต การเมืองระหว่างประเทศ และไล่ลงมาถึงการจัดระเบียบชายแดน แล้วจบลงด้วยมาตรการทางทหาร

ปรากฏว่ามาตรการหลักคือมาตรการทางการเมืองที่จะชี้แจงให้กับประเทศอาเซียน สหประชาชาติ และประเทศอื่น ๆ ยืนยันว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายรุกรานเรา การตอบโต้ของเราไปยังเป้าหมายทางการทหาร และกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าการชี้แจงช้ามาก

แม้กระทั่งกฎบัตรสหประชาชาติข้อ 51 ประเทศที่ถูกรุกรานด้วยอาวุธสามารถตอบโต้ได้ทันที และเมื่อตอบโต้แล้วจะต้องรายงานให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติทันที แต่ปรากฏว่ากลับหัวกลับหาง กัมพูชาเป็นฝ่ายรายงานก่อนแล้วกล่าวหาว่าไทยรุกราน

เป็นท่วงทำนองที่ถูกบ่งชี้ว่า เหตุใดเราถึงดำเนินการล่าช้า ถูกมองว่า 1.ปัญหาประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล หรือ 2.ถูกครอบงำ บังคับแบล็กเมล์ตัวผู้นำ ทำให้ติดกับดัก ทั้งที่เป็นหัวใจการสื่อสารการเมืองระหว่างประเทศ

ทางรอดริบหรี่ ไม่มีทางบวก

พล.ท.ภราดรมองว่า คดี “แพทองธาร” ในศาลรัฐธรรมนูญ ไม่น่ามีช่องทางหลุดรอดเลย โดยเฉพาะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นสิ่งที่เชื่อว่าทั้งสังคมคาดหวังองค์กรอิสระและศาลยุติธรรมที่จะต้องเป็นตัวยุติปัญหา ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเดินต่อไปยากมาก หรือติดกับดัก สุดท้ายก็มีเหตุการณ์เพลี่ยงพล้ำไปเรื่อย ๆ

ขณะที่การชุมนุมของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลถือว่ามีน้ำหนักพอ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่จำเป็นต้องใช้ประเด็นล้มรัฐบาล แต่ใช้ประเด็นเรื่องความรักชาติ การแสดงออกเรื่องชาติเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องพุ่งไปประเด็นล้มรัฐบาล เพราะเขาเชื่อว่าใช้ประเด็นการแสดงออกเรื่องของชาติเป็นหลักก็เข้าทางแล้ว

เพราะม็อบเชื่อว่า จากสภาวะแวดล้อมของคดีที่นายกฯแพทองธารโดนอยู่ รวมถึงคดีของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โดนอยู่ ในเดือนสิงหาคมยังไงก็จบ ทั้ง 2 ก็คงมีแต่ผลลบ ไม่มีทางบวก

เล่าเบื้องหลัง ทรัมป์คนกลาง

ด้าน จักรภพ เพ็ญแข ที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาล เล่าเบื้องหลังที่เบอร์ 1 ของมหาอำนาจสหรัฐต่อสายตรงถึงผู้นำไทยว่า

คืนวันที่ 27 กรกฎาคม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โทร.หารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตอนประมาณ 1 ทุ่มเศษ และบอกให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงกัน เราจึงนัดกันตอน 22.00 น. มีนายภูมิธรรมเป็นคนคุย และมีพวกเราเต็มทีม

เราก็บอกหลักการเรื่องการสงบศึกเรารับได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้รุกรานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ขอให้สหรัฐเข้าใจว่า กัมพูชาที่เป็นผู้รุกรานต้องพิจารณาเองว่าได้ทำอะไรลงไป

ทรัมป์จึง โทร.ไปหานายกฯกัมพูชา หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง ทรัมป์ก็ โทร.กลับมาว่าทั้ง 2 ฝ่ายยินดีคุยกัน แต่ไม่ได้แปลว่าคุยกันแล้วจะยอมสงบทันที เป็นเพียงคุยหารือกันจากนี้จะเดินต่อไปอย่างไร และจัดการคุยกันที่มาเลเซีย

พร้อมปรับตัวตาม

ส่วนที่สหรัฐยกภาษี 36% ของทั้งไทยและกัมพูชามาบีบว่า ถ้าไม่ยอมสงบศึกจะไม่เจรจา “จักรภพ” กล่าวว่า ทรัมป์ผูกเรื่องการเจรจาภาษีเข้ากับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งเราไม่ค่อยสบายใจนัก แต่เราก็พร้อมที่จะปรับตัวตาม

เรื่องการสงบศึก ประเทศไทยซึ่งไม่ใช่ผู้รุกราน เรายินดีอยู่แล้ว

กัมพูชายังมีประโยชน์ต่อไทย

จากนี้ความสัมพันธ์ของไทย-กัมพูชาจะเป็นอย่างไรต่อไป “จักรภพ” กล่าวว่า เราต้องหาผลประโยชน์ร่วมกันต่อไป เพราะผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างชาตินั้นมีหลายเรื่อง

มีทั้งเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะเป็นเพื่อนกัน เจตนารมณ์ทางเศรษฐกิจที่จะมีผลทางเศรษฐกิจร่วมกัน มีการพบปะกัน ผลประโยชน์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม แยกย่อยไปถึงการคบกันได้หลายอย่าง

ในขณะที่เผชิญหน้ากีดกันทางการค้าทั่วโลกอย่างภาษีทรัมป์ เราสามารถร่วมมือกันได้ในประเทศใกล้เคียง เพื่อลดต้นทุนสินค้าและบริการ หาตลาดใหม่ เพราะทั้งในอาเซียน เรามีความสามารถในการผลิตสูง ต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเทียบกับโลก ดังนั้น เรื่องนี้เราสามารถร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ต้องให้แผลในใจเรื่องสงครามผ่านพ้นไปก่อน

เราจะรักเขาหรือเกลียดเขาก็คือตลาด ถ้าเรามองอย่างนักธุรกิจ เราจะไปเกลียดตลาดได้อย่างไร เพียงแต่มีเรื่องกันเราก็ปิดตลาดชั่วคราว แต่อย่าลืมว่าเขามีประโยชน์กับเรา

ถ้าเขา (กัมพูชา) ทำตัวเป็นผู้รุกราน จนกระทั่งเกิดการตอบโต้ ใช้กำลัง นักลงทุนต่างชาติก็ไม่กล้าอยู่ในกัมพูชาต่อ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะไปหาเรื่องใคร รุกรานใครหรือไม่

“ประเทศไทยต่อให้มีปัญหากัมพูชาไปกี่วันก็ตาม สุดท้ายเราก็จะเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ ยังไงก็ต้องกลับมาซื้อสินค้า ใช้ Supply Chain ของเรา”

3 เดือนต้องฟื้นตลาด

เศรษฐกิจกัมพูชาขึ้นกับเศรษฐกิจไทยอยู่หลายเรื่อง กัมพูชาไม่ได้มีความสามารถในการผลิตสินค้าเองในทุกเรื่อง ระดับที่ซับซ้อนก็ต้องร่วมมือกับไทยทุกเรื่อง ขณะเดียวกัน กับเวียดนามก็มีบาดแผล ว่าเวียดนามเคยปกครองกัมพูชา 10 กว่าปี และการทำธุรกิจก็มีข่าวว่าเสียเปรียบเวียดนามอยู่เรื่อย คิดว่านักธุรกิจกัมพูชาประสงค์จะทำธุรกิจกับไทยมากกว่า

ถึงต้องกลับมาคิดว่า พอหลังอารมณ์โกรธ เราจะฟื้นตลาดได้ด้วยวิธีไหน ในความเห็นส่วนตัว 3 เดือนต้องคิดฟื้นตลาดได้แล้ว และไม่เกินนั้นด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะธุรกิจที่ใหญ่กว่าการค้าชายแดน ส่วนการค้าชายแดนถ้าเปิดด่านสถานการณ์ก็คลี่คลายแล้ว

ถาม “จักรภพ” ว่ารัฐบาลต้องเด้งเชือกให้พ้นสถานการณ์นี้อย่างไร

จักรภพตอบว่า “ไม่ต้องเด้ง รอจนหมดยก”