อัพเดต ‘กัมพูชาเปิดศึกไทย’ เกมเดิม ‘สร้างวีรบุรุษ’
ไทย-กัมพูชา
การปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา เริ่มต้นตั้งแต่ 24 ก.ค. ยังไม่ยุติง่าย ๆ
รอบนี้ไทยใช้กำลังทางอากาศ ทั้งเอฟ16 และกริพเพน เข้าถล่มจุดยิงปืนใหญ่ และจรวดบีเอ็ม21 ได้อย่างแม่นยำ
เขมรยิงจากตรงไหน ก็บินถล่มจุดนั้นทันที
ส่วนภาคพื้นดิน ใช้รถถังและปืนใหญ่ 122 เข้าประชิดพื้นที่ต่าง ๆ ที่ทหารเขมรเข้ามายึดไว้
เมื่อสหรัฐ และอาเซียนเสนอให้หยุดยิง ทำให้กัมพูชาต้องเร่งโจมตี เพื่อชิงพื้นที่คืนเอาไว้เป็นไพ่ในมือ
เลยกลายเป็นเงื่อนไขให้ไทยตอบโต้ แบบหนักหน่วงไม่แพ้กัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การถล่มปืนใหญ่ใส่กัน ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ดำเนินต่อเป็นวันที่ห้าในวันจันทร์ที่ 28 ก.ค. อันเป็นวันที่รักษาการนายกฯไทย กับนายกฯกัมพูชา จะพบกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการหยุดยิง
สองประเทศปะทะกันตามแนวชายแดนอย่างดุเดือดโดยเฉพาะในโซนอีสานใต้ เนื่องจากต่างอ้างสิทธิเหนือปราสาทหินและพื้นที่ทับซ้อนตามแนวพรมแดน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย ตั้งแต่ 24 ก.ค.อันเป็นวันเริ่มปะทะ และมีผู้ต้องไปพักที่ศูนย์หลบภัย ประมาณ 270,000 คน
สำหรับการประชุมในตอนบ่ายวันที่ 28 ก.ค. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะมี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ประธานอาเซียนคนปัจจุบัน เป็นประธาน
งานนี้ทางสหรัฐ ซึ่ง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ลงทุนโทร.หาฮุน มาเนต และรักษาการนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย ขอให้หยุดยิง ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาการเจรจาภาษีกับสหรัฐ
ทรัมป์ยังมอบหมาย มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศ ให้ดูแลการประชุม และรูบิโอเองย้ำว่า จะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ประจำอยู่ในมาเลเซีย พร้อมให้ความช่วยเหลือในการเจรจา และย้ำว่า ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และตนเองกำลังติดต่อกับคู่เจรจาทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด เราต้องการให้ความขัดแย้งนี้ยุติโดยเร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความว่า จะปฏิเสธการเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับทั้งสองประเทศ จนกว่าจะหยุดยิง ซึ่งกัมพูชาและไทยกำลังเผชิญกับภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐ ในอัตรา “ตอบโต้” 36% จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้
เห็นชัดว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการหย่าศึกครั้งนี้ ในระดับ “พลาดไม่ได้” อาจจะเป็นเพราะกัมพูชา มีภาพของประเทศทที่ใกล้ชิดกับมหาอำนาจตะวันออกอย่าง “จีน” มาก
ส่วนไทย เป็นมหามิตรเก่าแก่ของมะกัน ที่กอดคอกันต้านคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่อดีต ก่อนจะมาจืดจางในระยะหลัง เมื่อ “ลมตะวันออก” พัดแรง ด้วยปัญหาการเมืองภายใน ทำให้ไทยกับจีนใกล้ชิดกันมากขึ้น การเจรจาปัญหาภาษีตอบโต้รอบนี้ มีข่าวกระเส็นกระสายตลอดเวลาว่า สหรัฐได้ยกเอาประเด็น “ความมั่นคง” ขึ้นมาหารือหลายเรื่อง
ส่วนทางนายกฯอันวาร์นั้น สำนักข่าวเบอร์นามา ของมาเลเซีย ระบุว่า รมว.ต่างประเทศมาเลย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานทั้งคืนเพื่อให้ทุกอย่างชัดเจน เพราะมันไม่ง่าย เมื่อมีการยิงและการสู้รบยังดำเนินอยู่
น่าสังเกตว่า ข่าวการเจรจาที่ปรากฏในสำนักข่าวต่างประเทศ ทางกัมพูชาพยายามสอดแทรกประเด็นความเสียหายของตนเองไว้ในข่าวได้เรื่อย ๆ อย่างได้ผล
อาทิ ซีเอ็นเอ็น จะอ้างข่าวจากทางการพนมเปญว่า ปราสาทหินเสียหายเพราะฝ่ายไทย หรือในนิกเคอิของญี่ปุ่น โฆษกหญิงกระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างว่า การยิงปะทะทวีความรุนแรงในพื้นที่รอบตาเมือนธมและปราสาทตาควาย และทหารไทยยิงถล่มเข้าไปในปราสาททั้งสองแห่ง รวมถึงที่พระวิหารด้วย และอ้างว่ากัมพูชาตั้งค่ายรองรับผู้ลี้ภัยจากการปะทะบริเวณชายแดน
ซึ่งฝ่ายไทยเองระบุตลอดว่า กัมพูชาใช้กลยุทธ์โล่มนุษย์ ใช้พลเรือนเป็นเกราะกำบัง รถยิงจรวดบีเอ็ม21 ของกัมพูชา จอดปักหลักถล่มไทยในชุมชน บางจุดเป็นวัด และบางจุดคือ หลังอาคารกาสิโน ที่ช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
ผ่านไป 5 วัน ไทยเข้ายึดพื้นที่ต่าง ๆ ที่กัมพูชามายึดไว้ คืนได้หลายจุด
อาทิ ภูมะเขือ ใกล้ปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชาเข้ามายึดและสร้างกระเช้าสำหรับลำเลียงยุทธปัจจัยและขนทหารขึ้นมา
เป็นการดัดแปลงภูมิประเทศในพื้นที่ที่ต่างอ้างสิทธิ ทางกองทัพภาคที่ 2 เข้าไปยึดคืนและรื้อสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
หรือที่สระแก้ว กองกำลังบูรพา ของกองทัพภาคที่ 1 เข้าไปยึดคืนพื้นที่ 4 แห่งคืน
เป็น 4 แห่งในเขต อ.ตาพระยา และ อ.โคกสูง ไทยจัดให้เป็นพื้นที่ทำค่ายอพยพ เมื่อคราวเขมรแตก ก็เลยอยู่กันถาวรไม่ยอมย้ายออก
รอบนี้ ยืดคืนมาเรียบร้อยในห้วงวันที่ 26 ก.ค.
กัมพูชาเปิดศึกรอบนี้ หวังจะใช้สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
สุดท้ายจะจบแบบที่หวังหรือไม่ ต้องลุ้นกันอีกพอสมควร