เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ไทย เตรียมพา ICRC – OHCHR ดูความเป็นอยู่ 18 เชลย หลัง กัมพูชา บิดเบือน

04 ส.ค. 2568 | 14:24น.
ไทย เตรียมพา ICRC - OHCHR ดูความเป็นอยู่ 18 เชลย หลัง กัมพูชา บิดเบือน

ศบ.ทก. เผยไทยทำหนังสือประท้วง-ประณามกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง ร้อง OHCHR กล่าวหาไทยละเมิดสิทธิ 18 เชลย ย้ำไทยโปร่งใส เผยสัปดาห์นี้เชิญ ICRC-OHCHR ลงพื้นที่ดูความเป็นอยู่เชลย

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม​ พร้อมด้วยนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.​) ประจำวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม​ 2568

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังในพื้นที่มั่นของตนเอง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ซึ่งมีรายงานว่าทางฝั่งกัมพูชาได้ดัดแปลงที่มั่นและเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่หลัก ประกอบด้วย ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, ช่องโดนเอาว์, ช่องอานม้า, ช่องตาเฒ่า, เขาสัตตะโสม และภูผี โดยเพิ่มกำลังเข้ามาทดแทนกำลังที่สูญเสียในแต่ละพื้นที่ ทำให้บ่งชี้ได้ว่าฝั่งกัมพูชาได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมาก

พล.ร.ต.สุรสันต์ยังกล่าวถึงการปฏิบัติเชลยศึก ว่าอย่างที่ทราบกัน ปัจจุบันเราควบคุมตัวเชลยศึก 20 นาย และส่งกลับไปแล้ว 2 นายที่บาดเจ็บและป่วยทางจิต คงเหลือ 18 นายที่อยู่ในการควบคุมตัวของฝ่ายไทย และปรากฏคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาได้ส่งคำร้องไปยังสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ OHCHR โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชาผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายไทยขอประณามเรื่องบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา

ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่าทหารกัมพูชาที่ถูกคุมตัวทั้งหมดถือว่าเป็นเชลยศึก ซึ่งมีคำจำกัดความว่า เป็นผู้สังกัดในกองทัพภาคีคู่พิพาท ซึ่งไทยและกัมพูชาถือเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาเจนีวา ที่มีผลบังคับใช้ในประเทศที่มีสงคราม หรือในภาวะขัดกันด้วยอาวุธ ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่เราปฏิบัติตัวต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวในฐานะเชลยศึก และไทยได้ปฏิบัติด้วยการเคลื่อนย้ายเชลยศึกออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมจัดแพทย์ตรวจร่างกาย จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า อย่างเหมาะสมและเพียงพอ

ทั้งนี้ เมื่อสภาวะการขัดกันของอาวุธ หรือการรบสิ้นสุดลง ประเทศที่คุมเชลยศึกก็จะปล่อยตัวกลับประเทศ แต่ปัจจุบันสถานะยังไม่สิ้นสุด เพราะแค่การหยุดยิงยังไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสภาวะการขัดกันของอาวุธ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศไทยมีหนังสือแจ้งไปยัง OHCHR เพื่อประท้วงต่อข้อกล่าวหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา ที่กล่าวหาไทยละเมิดต่อการปฏิบัติตัวต่อเชลยศึก และเพื่อแสดงความโปร่งใส รวมถึงเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้กับประชาคมโลกทราบ ในสัปดาห์นี้ฝ่ายไทยได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC และ OHCHR ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวด้วย

ส่วนประเด็นเรื่องศพของทหารกัมพูชา พล.ร.ต.สุรสันต์สังเกตได้ว่ารัฐบาลและกองทัพบกกัมพูชาเพิกเฉยและละเลยต่อศพทหาร ซึ่งประเทศไทยยึดหลักมนุษยธรรมเสมอมา แม้ไทยจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็ยังเคารพชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ว่าผู้นั้นจะสังกัดชาติใด โดยที่ผ่านมาไทยเล็งเห็นการปฏิบัติต่อศพของทางฝ่ายกัมพูชา ละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลขั้นพื้นฐาน ในการทอดทิ้งร่างผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะทหารของตนเอง และละเมิดกฎหมาย มนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และ 4 ว่าด้วยการเก็บรักษาและเคารพร่างผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ

ส่วนการละเมิดเพิกเฉยของกัมพูชาต่อเกียรติยศของทหารกัมพูชาเอง คือการไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อร่างทหารที่เสียชีวิต สะท้อนการละเลยศักดิ์ศรีความเป็นทหารของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และอาจจะสร้างผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหารกัมพูชาที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้ ยังขัดต่อหลักศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชา ที่นับถือเป็นศาสนาพุทธ การที่ไม่จัดการศพของทหารตนเองถือเป็นการละเมิดหลักศาสนา ขนบธรรมเนียมอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศแต่ละฝ่าย

ขณะเดียวกัน ยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะข้ามแดน ซึ่งการปล่อยศพไว้โดยไม่เก็บกู้ ส่งผลต่อสุขลักษณะในพื้นที่ อาจจะเป็นความเดือดร้อนที่ลุกลามข้ามพรมแดน นอกเหนือจากเรื่องของกลิ่น ยังเป็นเรื่องของความสกปรก และมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ ในพื้นที่ มันเป็นอันตรายต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน จึงขอวิงวอนไปยังฝ่ายกัมพูชาเรื่องการเคารพสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะทหารที่เสียสละสู้รบ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดผลิตหรือเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวอีกว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการตรวจพบการบินโดรนที่ผิดกฎหมายอย่างมาก ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยออกประกาศห้ามบินโดรน ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2568 ผู้ฝ่าฝืนจะต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC วันที่ 4-6 สิงหาคมนี้ หรือเป็นการประชุมฝ่ายเลขานุการร่วม ซึ่งจะไม่มีประเทศใด ๆ ร่วม ยกเว้นไทยกับกัมพูชา จากนั้นในการประชุม GBC หลัก วันที่ 7 สิงหาคม จะมีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมคือ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และจีน

ด้านนางมาระตีกล่าวว่า​ ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก​ รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงของไทย ยังคงใช้โอกาสต่าง ๆ ในการชี้แจงข้อเท็จจริง และจุดยืนของไทย ผ่านช่องทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ​ และยังมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ​ เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อสงสัยของมิตรประเทศ​ ตอกย้ำท่าทีของไทย​ที่ยึดมั่นการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ​ โปร่งใส และให้ข้อเท็จจริงโดยไม่บิดเบือน​ ซึ่งการดำเนินการของฝ่ายไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากมิตรประเทศที่แสดงความเห็นใจและสนับสนุนแนวทางของฝ่ายไทย​

นอกจากนี้​ วันนี้​กระทรวงการต่างประเทศ​ได้จัดการบรรยายสรุป​แก่คณะทูตและองค์การระหว่างประเทศอีกครั้ง​ เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีผู้เข้าร่วมกว่า 121 คน จาก 74 ประเทศ 1 องค์กร และอีก 16 องค์การระหว่างประเทศ หลัก ๆ​ คือเพื่อรายงานถึงผลการลงพื้นที่ของคณะทูตและผู้ช่วยทูตทหาร​ต่างประเทศ​ รวมไปถึงสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ​ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา​

รวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน และพัฒนาการล่าสุด​ โดยการบรรยายสรุปจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3​ นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชาสร้างข่าวปลอมขึ้นมา และวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำบรรยายเอง​

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขายแดนไทย-กัมพูชา