เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
Politics อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
News นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
Politics ‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
Politics ‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ดูทั้งหมด

ณัฐพงษ์ หนุน อนุทินนั่งนายกฯ เปิดทางแก้ รธน. ไม่อนุญาตใช้อำนาจมิชอบ-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

29 ก.ย. 2568 | 11:38น.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

“ณัฐพงษ์” ย้ำใช้เสียง “พรรคประชาชน” หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เพื่อเปิดประตูแก้ รธน. หวังลูกหลานไทยอยู่ในประชาธิปไตย-ไร้การรัฐประหาร นับหนึ่งหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่อนุญาตให้รัฐบาลใช้อำนาจโดยมิชอบ-แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายว่าวันนี้นอกจากจะเป็นหมุดหมายแรกที่รัฐบาลได้เข้าทำหน้าที่ภายใต้กรอบระยะเวลา 4 เดือนอย่างเป็นทางการแล้ว ยังถือว่าเป็นหมุดหมายแรกของตนและพรรคประชาชนในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพื่อนับถอยหลังสู่การยุบสภา และมุ่งหน้าสู่การทำประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ซึ่งความสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้ทุกคนระลึกถึงวันที่ท่านมีสิทธิเข้าคูหาในการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต ซึ่งสิ่งที่ตนจำความได้คือ 19 ปี นับตั้งแต่ปฏิวัติปี’49 ที่ทำให้ชีวิตของตนต้องผ่านการปฏิวัติรัฐประหารเพิ่มขึ้นอีก 2 ครั้ง นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งไปถึง 5 คน พรรคการเมืองที่สำคัญถูกยุบไปอีก 7 พรรค และการเลือกตั้งก็ต้องถูกล้มไป 2 ครั้ง

และในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พวกเราต้องเปลี่ยนนายกฯ 3 คน และคนไทยทั่วประเทศผู้มีสิทธิเลือกตั้งในยุคนี้ ไม่เคยมีคนรุ่นไหนที่เดินเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วประเทศไทยไม่เคยมีการปฏิวัติ รัฐประหาร และไม่เคยมีคนไทยสักรุ่นที่เกิดและเติบโตในประเทศไทยที่อยู่ในการเมืองประชาธิปไตยเต็มใบ ที่มีเสถียรภาพ และประเทศไทยที่ผ่านมาไม่เคยมีที่ดอกผลของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่เราเติบโตแบบก้าวกระโดดเกิดจากแรงถีบและแรงส่งของรัฐบาลและการเมืองภายในประเทศที่มีประชาธิปไตย และลมที่กำลังเปลี่ยนทิศในการเมืองโลกวันนี้ ไม่ได้กำลังเข้าข้างประเทศไทยอีกต่อไป

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การเมืองแบบที่เป็นอยู่ที่เราต้องมาแถลงนโยบาย 3 ครั้ง ในรอบ 2 ปี เนื่องจากกลไกของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระถูกนำมาใช้ทำลายล้างกันทางการเมือง มากกว่าการจับคนโกง ลงโทษคนผิด ปัญหาความทุจริตในประเทศไม่เคยเบาบางลง มีแต่หนักขึ้นทุกวัน ตราบใดที่เรายังอยู่ในระบบการเมืองแบบนี้ มีใครในประเทศนี้ที่จะต้องเจ็บปวดบ้าง ทั้งพี่น้องชาวเกษตรกร หรือคนไทยทุกคน รวมถึงปัญหาน้ำท่วม ไฟป่า ก็ยังไม่เคยมีรัฐบาลยุคใดที่เข้ามาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ

และประชาชนต่างจังหวัด ที่เคยอยู่กับคำขวัญที่ว่า น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ เป็นคำขวัญที่อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ปี 2504 ลองหันไปดูหลายพื้นที่ตอนนี้ น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่สะดวก จะไปโรงพยาบาลก็ต้องตื่นตี 5 ไปต่อคิว และระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันไม่ได้สร้างทักษะที่จำเป็นเพื่อเตรียมตัวให้เขาแข่งขันกับระดับโลกได้ หลายคนต้องหลุดจากระบบการศึกษาไปทั้งที่พวกเขาคืออนาคตของประเทศนี้

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการที่ต้องต่อสู้กับเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง โดยเศรษฐกิจไทยเดินช้ากว่าเศรษฐกิจโลกและประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศเวียดนาม ซึ่งตั้งแต่ปี’49 โลกเติบโตเฉลี่ย 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แม้จะเจอกับวิกฤต โลกก็ยังฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว แต่ประเทศไทยไม่เคยฟื้นตัวกลับมายืนบนเส้นเดียวกับโลกได้เลย ตัวเลขกำลังสะท้อนว่าโครงสร้างในเศรษฐกิจไทยกำลังอ่อนแอ อุตสาหกรรมของประเทศไทยกำลังล้าหลัง ไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วเหมือนประเทศอื่น และไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นวงจรที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงให้เห็นว่า หากปราศจากปัจจัยเชิงบวกที่ไทยได้รับอานิสงส์จากการเมืองโลกภายนอก เราแทบไม่เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยลำแข้งของเราเอง

ในวันที่โลกมีแต่ปัจจัยเชิงลบซัดเข้าหาประเทศไทย เราก็ดูดซับแรงกระแทกเหล่านั้นเข้ามาเต็ม ๆ ทั้งโควิด สงครามการค้า หรือปัญหาทุนเทา รวมถึงดัชนีการคอร์รัปชั่นของไทยยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่พวกเรามีองค์กรอิสระคอยตรวจสอบมากมาย แต่ดัชนีของเรายังคงตกลงอย่างต่อเนื่อง นั่นเพราะกลไกการตรวจสอบที่มีกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการปกป้องเงินภาษีของประชาชน รัฐธรรมนูญและระบบการเมืองแบบนี้หรือที่จะพาประเทศไทยพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แต่เศรษฐกิจไทยกลับวิ่งช้าตามไม่ทันเหมือนติดหล่มอยู่กับที่ เพราะระบบการเมืองภายในประเทศกำลังฉุดรั้งเอาไว้อยู่   

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถึงเวลาที่ต้องยกเครื่องให้เดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ถ้าพวกเรามีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และต้องให้ความสำคัญต่อการยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เพราะเราต้องการรัฐบาลที่มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมีความชอบธรรม ยึดโยงกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน

บรรดาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถูกแต่งตั้งมาจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่ได้มาจากเพียงแค่การจัดสรรโควตา หรือการต่อรองแบ่งผลประโยชน์กันทางการเมือง เราต้องการรัฐบาลที่มีความชอบธรรม สะท้อนเจตจำนงของประชาชน กล้าที่จะปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ วางยุทธศาสตร์ชาติที่ปรับเปลี่ยนได้ตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้ติดล็อกกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นคนเขียนมา

เราต้องการรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ เลือกลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ถูกจุด มากกว่าการสร้างตึก ตัดถนน และขุดคลอง เราต้องการรัฐบาลที่เข้ามายกระดับรายได้ของประชาชน เราต้องการระบบการถ่วงดุลตรวจสอบที่เป็นอิสระยึดโยงกับประชาชน เป็นระบบที่ไม่ได้ผลัดกันเกาหลัง และไม่ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมือง ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อทำให้สามารถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างเต็มกำลัง นี่เป็นเหตุผลที่พรรคประชาชนเรามุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยอมโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ด้วยข้อตกลงที่ปรากฏใน MOA และการทำหน้าที่ของพวกเรา 4 เดือนต่อจากนี้ ทั้งตน นายกฯ และเพื่อนสมาชิกในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ตัดสินพวกเราในวันหน้า

ผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายต่อว่า สิ่งที่พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ในช่วง 4 เดือน ต่อจากนี้ ในสภาวะรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือฝ่ายค้านเสียงข้างมากคือ

1.การเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใน 4 เดือนนี้เราต้องผลักดันการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ให้แล้วเสร็จก่อนการยุบสภา โดยที่ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

2.เราสามารถผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้มากที่สุดภายในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน สภาสามารถผ่านกฎหมายในวาระ 1 และ 3 ได้ถึง 11 ชุด ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายกระจายอำนาจ หรือการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น

3.แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงปัญหาที่ตกค้างจากรัฐบาลก่อน

4.พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะพรรคประชาชนไม่ได้โหวตให้อนุทินเพื่อให้รัฐบาลใหม่ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือแต่งตั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี หรือเพื่ออนุญาตให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดี ทั้งการฮั้ว สว. หรือเขากระโดง และการตรวจสอบคดีทุจริตของรัฐบาลที่ผ่านมา

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนและพรรคประชาชนใช้เสียงของพวกเรา เพื่อให้ 4 เดือนนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดประตูสู่อนาคตใหม่ของประเทศ เพื่อให้ลูกหลานของเราเป็นลูกหลานไทยรุ่นแรกที่เข้าคูหาเลือกตั้ง โดยตลอดชีวิตของพวกเขาตั้งแต่เกิดจนมีสิทธิเลือกตั้ง เป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ปราศจากการปฏิวัติ รัฐประหาร ประเทศไทยจะได้พุ่งทะยานไปอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่พวกเราอยากเห็นจากนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่ท่านเคารพต่อข้อตกลงกับพรรคประชาชน แต่อยากเห็นท่านเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และเคารพต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ และเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้” นายณัฐพงษ์กล่าว