เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นโยบายเศรษฐกิจเฉพาะกิจ กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว

02 ต.ค. 2568 | 06:01น.

รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นับ 1 การทำงานบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ หลังเข้าสู่กระบวนการ “แถลงนโยบายต่อรัฐสภา” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162

“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประกาศเสียงดังฟังชัดหลายรอบในสภาว่า รัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือน นับจากวันที่ 1 ตุลาคม 2568 วันสุดท้ายของรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม คือ 31 มกราคม

ภายใต้ภารกิจ 4 เดือน นอกจากปมแก้รัฐธรรมนูญ ตาม MOA ที่ทำไว้กับพรรคประชาชน ยังต้องเดินหน้าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพื่อเป็นสปริงบอร์ดไปสู่การเลือกตั้งช่วงมีนาคม-เมษายน 2569

ไฮไลต์การอภิปรายคือการฉายภาพแผนการ “กู้” เศรษฐกิจ ผ่าน 3 รัฐมนตรีคนนอก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว”

กู้ 4 เครื่องยนต์ก่อนลงเหว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง กล่าวถึงแนวคิดการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า เศรษฐกิจไทยเหมือนรถยนต์วิ่งกำลังลงเหว เพราะรถยนต์ของเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 4 ลูกสูบ ลูกสูบที่ 1 ใหญ่ที่สุด คือ การส่งออก ก่อนที่จะมีกำแพงภาษีทรัมป์ ทุกคนเร่งการส่งออกก่อนล่วงหน้า ก่อนที่จะโดนเก็บภาษี การส่งออกจึงขยายตัวได้ดี เฉลี่ย 3% ในครึ่งปีแรก แต่พอเร่งส่งออกเพื่อเลี่ยงการเสียภาษี หลังจากนี้เครื่องยนต์เครื่องนี้จะแผ่วลง และจะค่อย ๆ ดับ ลูกสูบที่ 2 ก็ดับ คือ การบริโภคภาคเอกชน วันนี้ตัวเลขดัชนีจากธนาคารแห่งประเทศไทยติดลบครั้งแรกในรอบปี ทั้งจากปัญหาความเชื่อมั่น หนี้ครัวเรือน ลูกสูบที่ 3 คือ การลงทุนภาคเอกชน อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานใช้แค่ 60% เครื่องยนต์นี้ก็เตรียมดับ และลูกสูบสุดท้าย คือ การใช้จ่ายภาครัฐบาล

เครื่องยนต์นี้เป็นน้ำหนักเล็ก แต่เป็นเครื่องยนต์เดียวที่มีอยู่ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 จากการคาดการณ์ของหน่วยงานภาครัฐ โต 1.7% และไตรมาสที่ 4 เหลือแค่ 0.3% เราเห็นอยู่แล้วว่ากำลังจะติดหล่ม ถ้าเราไม่ใช้เครื่องยนต์ตัวนี้จะไม่ใช่แค่ติดหล่ม แต่จะเป็นการดิ่งเหว ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากมาย เราจะแก้ยากขึ้นไปอีก

ครม.เศรษฐกิจ คุยกันเกือบทุกวันเพื่อวางแผนว่าแนวทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร จึงได้ข้อสรุปในการวางแผน 4 เดือน “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ทั้งนี้ “กระตุ้นสั้น” ให้ได้ผล เพราะเรามีเวลา 4 เดือน “ได้ยาว” ถ้าทำได้ อย่าคิดแค่แจกเงิน เราต้องคิดถึงศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว

5 เสา Big Quick Win

แบ่งเป็น 5 เสาหลัก 1 ฐานราก ประกอบด้วย เสาที่ 1 การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มี คนละครึ่งพลัส เรื่องนี้จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า เพื่อให้ Big พอ ประชาชนจ่ายวันละ 200 บาท รัฐบาลจะสมทบวันละ 200 บาท เริ่มใช้ได้แน่นอนสิ้นเดือนตุลาคม พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย แท็กซี่ เข้าได้ด้วย ซึ่งเป็นการกระตุ้นสั้น กระจายตัว ได้ทุกพื้นที่ และจะเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้า เข้าหลักสูตรขายออนไลน์ และจะใช้ระบบดิจิทัลทำบัญชีให้เสร็จ ระบบคนละครึ่งพลัส ทีมงานเริ่มไปคุยกับธนาคาร ถ้าพ่อค้าแม่ค้ามีบัญชีรายรับรายจ่ายชัดเจนจะมีการปล่อยสินเชื่อให้ทันที ซึ่งไม่ได้กู้เพิ่ม แต่ใช้งบประมาณจากกรอบเดิม ซึ่งเป็นงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้าน บวก 1.9 หมื่นล้าน จากงบฯกลาง ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จะมีการให้ลดหย่อนภาษีปรับปรุงตกแต่งโรงแรมเมืองรองน่าอยู่ หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

เสาที่ 2 ลดภาระหนี้ประชาชน แก้หนี้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท วันนี้เรามีงบประมาณที่ธนาคารพาณิชย์ส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูและสถาบันการเงิน ซึ่งไปใช้ในโครงการคุณสู้…เราช่วย เหลืออยู่ 2.6 หมื่นล้าน จะมาตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ซื้อหนี้ประชาชนออกมาแล้วปรับโครงสร้างหนี้ ให้ยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย จากเคยผ่อนเดือนละ 2-3 พันบาท มาผ่อนเดือนละ 500 บาท

คืนภาษี SMEs 1.6 แสนล้าน

เสาที่ 3 เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบมาก เราจะใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาช่วยค้ำประกัน ซึ่งตอนนี้เตรียมวงเงินไว้แล้วขั้นต่ำ 5 หมื่นล้านบาท โดยให้สินเชื่อรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท มีโครงการสินเชื่อลดหย่อนภาษีพี่ช่วยน้อง ให้รายใหญ่ได้ช่วยรายย่อย เพื่อหักลดหย่อนภาษี และโครงการภาครัฐที่ช่วย SMEs ทั้งหลายที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่แล้ว ตนได้คุยกับหลายธนาคารซึ่งพร้อมจะปล่อยสินเชื่อช่วยสภาพคล่อง นอกจากนั้นยังมีนโยบายการคลัง วันนี้เรามีการคืนภาษีของกรมสรรพากร ที่อยู่ในมือ 1.6 แสนล้าน

ซื้อหวยได้เป็นเงินออม

เสาที่ 4 เพิ่มการออมของประชาชน สลากเพื่อการออม พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม วันนี้คนไทยซื้อหวย ซื้อสลากอยู่แล้ว ทุกงวดที่ซื้อ เราจะมีบัญชีทางออนไลน์ ถ้าซื้อทางออนไลน์จะมีการแบ่งสัดส่วนจากค่าการตลาดของสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล มาเป็นเงินออมให้ประชาชนใช้ในระยะยาว จะเป็นตาข่ายรองรับทางสังคม ช่วยให้คนไทยมีเงินออมในระยะยาว ซึ่งโครงการนี้เป็นคนละส่วนกับโครงการหวยเกษียณ

เสาที่ 5 ลงทุนเพื่ออนาคต อนาคตของอุตสาหกรรมใหม่เราไม่เคยคิดถึง อุตสาหกรรมใหม่ที่เราเก่ง คือ เกษตรชีวภาพ Smart Farming AI รถยนต์อีวี เราจะมีการ Reskill เพิ่มทักษะสูง ซึ่งได้คุยกับ BOI ที่มีเงินเพิ่มขีดความสามารถ 1 หมื่นล้านบาท เราจะไปจับมือกับภาคเอกชนที่ได้รับสิทธิการส่งเสริมการลงทุน ให้บอกว่าต้องการแรงงานทักษะไหน จะได้ผลิตทักษะแรงงานตามที่ตลาดต้องการ

ตกลงภาษีทรัมป์ ชัดเจนปี’68

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์ ตอบคำถามถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกาว่า ใน 4 เดือนข้างหน้า 
รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเจรจาทำการตกลงการค้าต่างประเทศ Agreement on Reciprocal Tax (ART) โดยเรามีความตั้งใจว่าจะตกลงให้ได้ความชัดเจนเสร็จสิ้นภายในปี 2568

สำหรับแนวทางการป้องกันการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้าไทยว่า ได้มีการแก้ไขในเรื่องนี้แล้ว โดยมีการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ซึ่งได้รวบยอดจากหลายกระทรวงมาอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ที่เดียว นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงรายการเฝ้าระวังสินค้าที่ส่งไปยังสหรัฐ จาก 49 รายการ เป็น 65 รายการ ยังได้มีการเจรจากับสหรัฐ เกี่ยวกับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า Rule of Origin ที่จะประกาศแนวปฏิบัติอย่างชัดเจน โดยจะดูแลและเจรจาโดยตรงไปยังสหรัฐ ซึ่งรวบรวมอยู่ในระบบเทคโนโลยี ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการดูแลตั้งแต่ต้นทางจากประเทศไทย ไปจนถึงปลายทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ในระบบที่จัดทำไว้แล้ว มั่นใจว่าจะทำได้ใน 4 เดือน

ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาสินค้าทะลัก กระทรวงพาณิชย์ได้มีการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อาทิ การเก็บภาษี สินค้านำเข้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งทำให้ไทยเก็บภาษีได้ 2,175 ล้านบาท และเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานสินค้า รวมถึงมาตรการตรวจสอบและถอดสินค้าออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อไม่ให้สินค้าทะลักเข้ามาทำลายผู้ผลิตในไทย

ในด้านการลดค่าครองชีพ รัฐบาลเตรียมจัด มหกรรมธงฟ้า เพิ่มเติมใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการค้าชายแดน พร้อมทั้งจะเพิ่มมาตรการลดค่าครองชีพในสิ่งจำเป็น เช่น ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ลดความแออัดโรงพยาบาลรัฐ โดยทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเอกชน ให้คนไข้ทราบราคายาก่อนชำระเงิน ไม่จำเป็นต้องยอมรับทันที และเปิดโอกาสให้ซื้อยาจากร้านยาภายนอก สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายประชาชนกว่า 32,400 ล้านบาทต่อปีสามารถเป็น Big Quick Win ได้ด้วย

โซลาร์ภาคประชาชน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า โครงการที่จะทำในช่วง 4 เดือน เป็นนโยบาย Big Quick Win ประกอบด้วย โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1,500 MW เป็นโรงไฟฟ้าชุมชนไม่เกิน 5 MW ต่อชุมชน ครอบคลุมกว่า 300 ชุมชน หรือ 5,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร มีเป้าหมาย 1,200 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 700,000 ไร่ทั่วประเทศ เพื่อลดค่าใช้จ่ายเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำ

เร่งรัดมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์ สำหรับครัวเรือนที่ต้องการติดแผงโซลาร์เซลล์ โดยนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ตั้งเป้าหมาย 90,000 ครัวเรือน เร่งอนุมัติการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใน 3 เขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพล เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ กำลังการผลิตรวมกว่า 1,638 MW

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงนโยบายจบ นายกรัฐมนตรี นัดประชุม ครม.ทันทีเพื่อนุมัติกรอบงบประมาณที่เหลือค้างจ่ายจากปี’68 เป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และพิจารณาต่ออายุโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง-ม่วง 20 บาท ไปอีก 2 เดือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุทิน นโยบายเศรษฐกิจ