ศป.กฉ.เชื่อการช่วยน้ำท่วมไม่สับสนคำสั่ง ขออย่ามองเป็นการเมือง คาดย้ายผู้ป่วยหมดวันนี้
ศป.กฉ.เชื่อการช่วยน้ำท่วมไม่สับสนคำสั่ง ขออย่ามองเป็นการเมือง
ศป.กฉ.ถกนัดแรกบอก ‘ผบ.ทสส.‘ เตรียมแบ่งโซนวันนี้ เชื่อไม่มีสับสนคำสั่งงาน ขออย่ามองเป็นการเมือง บอกทุกฝ่ายเร่งประสานอพยพผู้ป่วยเร่งด่วน คาดย้ายทั้งหมดวันนี้
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่าขณะนี้เริ่มบริหารจัดการข้อมูลแล้ว
โดยทีมงานหลังบ้านของศูนย์ปฏิบัติการอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนมา และคัดกรองข้อมูล พร้อมประสานไปยังส่วนท้องถิ่นว่าในส่วนที่รับผิดชอบมีผู้ประสบภัยอยู่เท่าใด เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์บัญชาการส่วนหน้าที่มีพลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า

นายภราดรยังระบุอีกว่า ในวันนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะมีการแบ่งโซนที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน จากนั้นจะแจ้งให้ทราบว่าแต่ละโซนใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เราทราบว่าจะต้องประสานงานอะไรกับใคร ขณะเดียวกัน ก็จะมีการประสานกับทางกองทัพในการขอโดรนเพื่อลำเลียงอาหารไปยังจุดที่เรือหรือรถไม่สามารถเข้าถึงได้
นอกจากนี้ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้ประจำการอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ เพื่อรอรับสิ่งของบริจาคจากประชาชน พร้อมประสานไปยังกองทัพอากาศเพื่อนำเครื่องบิน C-130 ส่งสิ่งของจำเป็นไปในพื้นที่ อาทิ เจ็ตสกี และเรือยนต์ เป็นต้น โดยแต่ละวันจะมีทั้งหมด 5 เที่ยวบินด้วยกัน
ขณะที่ศูนย์พักพิงใหญ่ ซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น ปัจจุบันมีประชาชนเข้าพักเป็นจำนวนมาก จึงต้องการข้าวของเครื่องใช้เพิ่มเติม แต่สิ่งที่จำเป็นและขาดแคลนมากที่สุดขณะนี้คือเรือท้องแบน เจ็ตสกี และคนขับ
ฉะนั้น เชื่อว่ายิ่งมีมากเท่าใดก็จะยิ่งสามารถช่วยคนได้มากเท่านั้น รัฐบาลจึงได้ติดต่อไปยังนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาด้วย เพราะมีเรือประมงหางยาวที่สามารถเข้าพื้นที่ได้หลาย 100 ลำ แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยน เพราะทั้งตัวเมืองสงขลาและอำเภอสิงหนครกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยแทน ทำให้เรือที่ประสานไว้อาจจะต้องช่วยเหลือตัวเองอยู่ในพื้นที่ก่อน
ส่วนฝ่ายปฏิบัติต้องฟังคำสั่งจากร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายภราดรกล่าวว่าใครช่วยได้ก็ช่วย เชื่อว่าใครอยู่ส่วนใดก็จะแบ่งโซนกันไป ร้อยเอกธรรมนัสก็อยู่หน้างานมาวันที่ 3 แล้ว ซึ่งก็ได้เข้าไปช่วยเหลือหลายเคส แต่ขออย่าถามเรื่องการเมืองเลย เพราะทุกคนทำงานเพื่อเหลือช่วยประชาชน จึงขออย่าแบ่งว่าร้อยเอกธรรมนัส หรือ ผบ.ทสส. เนื่องจากทุกคนมีบทบาทหน้าที่ ฉะนั้น ยืนยันว่าไม่มีสับสน และทุกคนมีการสั่งการที่ถูกต้อง
เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของรัฐบาลเรื่องแผนอพยพที่เริ่มมีผู้เสียชีวิตรอความช่วยเหลือ นายภราดรระบุว่าผมเข้าใจและกำลังเร่งรัดดำเนินการ ศูนย์นี้เพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวาน หลังจากมีมติของคณะรัฐมนตรีประกาศสภาวะฉุกเฉิน และทางร้อยเอกธรรมนัส และ ผบ.ทสส. รวมถึงทุกภาคส่วนก็ได้ลงไปอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว
ส่วนประชาชนจะมีความหวังในระบบการช่วยเหลือหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ วันนี้เห็นระบบชัดเจน คัดกรองข้อมูลได้รวดเร็ว เพื่อที่ส่งไปส่วนหน้า ระดมทุกสรรพกำลังไปช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ และต้องเร่งอพยพผู้สูงอายุและผู้ป่วย ส่วนคนที่ยังสามารถดูแลตัวเองได้ก็จะส่งเป็นอาหารและเครื่องดื่มให้ประทังชีวิต
ส่วนช่วยเหลือคนจำเป็นต้องกางแผนที่ปูพรมเข้าไปช่วยเหลือเลยหรือไม่ เพราะมีหลายพื้นที่ขาดการติดต่อ นายภราดรกล่าวว่า ในส่วนหน้าได้แบ่งโซนกันแล้ว ซึ่งจะรับข้อมูลจากฐานนี้ แล้วนำของจำเป็นเข้าไปให้ รวมถึงอพยพคนออกมา
ส่วนขณะนี้ที่น้ำเริ่มท่วมศูนย์พักพิงนั้น มีการจัดหาพื้นที่เพิ่มหรือไม่ นายภราดรระบุว่า เชื่อว่าหน้างานเห็น และกำลังเร่งหาศูนย์พักพิงเพิ่มเติมอยู่
สำหรับแผนรับมือในตัวเมืองสงขลาที่น้ำกำลังจะไปถึง มีการเตรียมพร้อมมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยในอำเภอหาดใหญ่ นายภราดรกล่าวว่า จริง ๆ ไม่ใช่แค่จังหวัดสงขลา ที่จังหวัดพัทลุง หรือจังหวัดสตูลเอง ก็เริ่มหนักเหมือนกัน เมื่อวานได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และ สส.หลายคนในจังหวัด พยายามประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอพยพออกมาจากในพื้นที่ การช่วยเหลือจะได้รวมอยู่ที่ศูนย์อพยพ ไม่ต้องเข้าไปตามบ้านเหมือนที่หาดใหญ่ ก็ใช้หาดใหญ่เป็นบทเรียน ซึ่งทางจังหวัดเองก็ได้เตรียมพื้นที่อพยพ
พร้อมยังกล่าวถึงในส่วนของแพทย์และโรงพยาบาลที่ยังมีปัญหาอยู่ นายภราดรระบุว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเคสผู้ป่วยอยู่ ซึ่งเมื่อคืนตอนดึกตนได้สอบถามไปที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว
ขณะเดียวกัน ในส่วนของไฟฟ้าที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ก็ได้ประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเข้าไปจั๊มไฟเรียบร้อยแล้ว ส่วนเคสที่จำเป็นต้องอพยพและเคลื่อนย้าย เมื่อวานเข้าใจว่าเคลื่อนย้ายได้ 80% แล้ว ซึ่งจะเคลื่อนย้ายไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คาดว่าวันนี้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องย้ายจริง ๆ จะย้ายได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวานทางกรมฝนหลวงก็ได้คน ทั้งออกซิเจนไปเพิ่มที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็จะประสานงานขนถังออกซิเจนไปเพิ่มด้วยเช่นกัน