อภิสิทธิ์ ดีใจ ธปท.จับตาถอนเงินผิดปกติ ขอ กกต.ร่วมมือเร่งสกัดก่อนเลือกตั้ง
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ดีใจ ธปท.ออกมาตรการเพดานถอนเงิน หากลไก อำนาจทางกฎหมายมาช่วยตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ ขอ กกต.ร่วมมือเร่งปราบ รอหลังเลือกตั้งอาจหาพยานไม่ได้ เหตุเกรงกลัว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะวางมาตรการเพดานการถอนเงินสดจากธนาคารว่า ดีใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องทุนเทา และการทุจริตการเลือกตั้ง สิ่งที่พูดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยพูด ยืนยันได้ถึงสิ่งที่หลายพรรคการเมืองพูดอยู่ในขณะนี้ ว่าไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยในเรื่องทุนเทาอีกต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่ทำลายเศรษฐกิจ
ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาโดยตลอดว่า การจัดการเรื่องทุนเทาจะต้องเริ่มที่เส้นทางการเดินทางของธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งก็ดีใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามหากลไก หรืออำนาจทางกฎหมายมาช่วย แต่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยก็พูดเองว่า เห็นการใช้ธุรกรรมที่ค่อนข้างผิดปกติ แต่ยังไม่ได้ใช้อำนาจหลายอย่าง อย่างการตรวจสอบเกี่ยวกับการเบิกเงินสด
เมื่อถามว่า มองว่าเงินดังกล่าวจะถูกนำไปซื้อเสียงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เท่าที่ฟังเร็ว ๆ เห็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าเบิกเงินเป็นแบงก์ร้อย แบงก์ 500 แต่กลับไม่ใช้แบงก์พัน ก็แปลกอยู่ ก็น่าจะเป็นทุนเทาอยู่แหละ
ส่วนมองว่าพื้นที่ใดน่าจะเป็นพื้นที่เป้าหมาย นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ผมไม่ทราบ หากธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก็จะเป็นประโยชน์
เมื่อถามว่า แต่บทบาทของ กกต.ในยุคนี้ค่อนข้างน้อยมาก บอกว่าจะเอาจริงเอาจังหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าถามตรง ๆ หลายพรรคการเมืองก็ผิดหวัง อย่างครั้งที่ผ่านมา พูดกันมากว่ามีการใช้เงินในการเลือกตั้งมากที่สุดในประวัติการณ์ ยังไม่รวมในปีนี้ ก็ปรากฏว่าจับได้น้อยมาก
ในขณะที่การพูดจาทางการเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ ก็สะท้อนออกมาว่ามีการเคลื่อนไหวการจดชื่อ แต่กลับแทบไม่ได้ยิน กกต. และผมก็พูดมาหลายครั้งว่า กกต.ต้องทำงานเชิงรุก หรือหากพูดกันตามตรง การไปคาดหวังให้แต่ละพรรคมาคอยจับ หาพยานหลักฐานยาก เพราะหาเสียงกันอยู่ แต่หากไปทำคดีหลังการเลือกตั้ง หลายครั้งเอาจริง ๆ ก็หาพยานไม่ได้ เพราะเขาก็กลัวคนที่ชนะการเลือกตั้ง จึงอยากให้ กกต.เร่งทำเรื่องนี้ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยขยับมาแล้ว ร่วมมือกันได้ก็ยิ่งดี