ครม.เห็นชอบยกเว้นมติห้ามใช้ป่าชายเลน ตั้ง ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี
อัยรินทร์ พัทธุ์ฤทธิ์
ครม.เห็นชอบยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน เพื่อให้มหาวิทยาลัยบูรพา ใช้เป็นสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 วันที่ 22 สิงหาคม 2543 และวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ในที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งตะเฆ้ตาก สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ จบ 0009 หมู่ที่ 1 ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 450-3-34 ไร่ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ เพื่อให้มหาวิทยาลัยบูรพาใช้เป็นสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี (มหาวิทยาลัย)
นางสาวอัยรินทร์กล่าวว่า มหาวิทยาลัยบูรพาได้ขยายวิทยาเขตการศึกษาไปสู่ภูมิภาค และจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี (มหาวิทยาลัย) ในที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งตะเฆ้ตาก (ทุ่งโขมง) หมู่ที่ 1 ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่จำนวน 450 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา เพื่อจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และรักษาสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนและประชาชนในท้องถิ่น และได้เริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา
ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินของจังหวัดจันทบุรี ที่ให้มหาวิทยาลัยใช้ประโยชน์ตั้งแต่ปี 2539 และเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต มหาวิทยาลัยจึงได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 เพื่อเป็นสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 แจ้งว่า เขตพื้นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าชายเลนทั้งแปลง จะต้องดำเนินการขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน และดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องต้องขอความเห็นชอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 22 สิงหาคม 2543 และ 17 ตุลาคม 2543 ดังนั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (มหาวิทยาลัย)
จึงได้ขอให้ ทส. [สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.)] พิจารณาให้ความเห็นชอบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนของมหาวิทยาลัย ซึ่ง ทส. (สป.ทส) ได้แจ้งผลการพิจารณา สรุปได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าชายเลน โดยเป็นพื้นที่ที่ไม่มีสภาพป่าในปัจจุบัน และได้ใช้ประโยชน์ไปแล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง
จึงไม่ขัดข้องที่จะให้ อว. โดยมหาวิทยาลัยเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวเป็นคำขออนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จึงเข้าข้อยกเว้นกรณีหน่วยงานของรัฐ หรือโครงการบางประเภทที่ไม่ต้องจัดสรรงบประมาณค่าปลูกป่าทดแทนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ในครั้งนี้ อว.จึงประสงค์จะขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน
ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534, 22 สิงหาคม 2543 และ 17 ตุลาคม 2543 ในที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งตะเฆ้ตาก สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ จบ 0009 หมู่ที่ 1 ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เนื้อที่ 450 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องนี้เข้าลักษณะเป็นงานปกติประจำ ไม่มีผลเป็นการอนุมัติงาน หรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย