เปิดไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล หลัง กกต.รับรอง สส. จับตาโหวตนายกฯ เม.ย.นี้
เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล หลัง กกต.รับรอง สส. จับตาโหวตนายกฯ เม.ย.นี้
เช็กขั้นตอนการเมืองหลังการเลือกตั้ง 2569 ตั้งแต่การเปิดประชุมรัฐสภา การเลือกประธานสภา ไปจนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนเมษายน
หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเมืองไทยกำลังเข้าสู่อีกช่วงสำคัญ เมื่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มนับถอยหลังอย่างเป็นทางการ ภายหลังการรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญตามรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้กลไกรัฐสภาเดินหน้า
ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว 499 คน จากจำนวนทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขต 399 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยยังเหลือเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา
การรับรอง สส.เกินร้อยละ 95 ของจำนวนทั้งหมด ส่งผลให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด นั่นหมายความว่า ‘ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาล’ กำลังเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล หลัง กกต. รับรอง สส.
8 กุมภาพันธ์ 2569 : วันเลือกตั้ง
ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ โดยผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดสมการการเมืองและการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร
4 มีนาคม 2569 : ประกาศรับรอง สส.
คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรอง สส.รวม 499 คน จากทั้งหมด 500 คน ซึ่งถือว่าครบเกณฑ์เกินร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนดให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้
19 มีนาคม 2569 : เปิดประชุมรัฐสภา
ภายหลังการประกาศรับรอง สส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งตามกรอบเวลาจะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการรัฐสภา
12-19 มีนาคม 2569 : เลือกประธานสภา
สภาผู้แทนราษฎรจะประชุมเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการกำหนดวาระการประชุม
ซึ่งตำแหน่งประธานสภายังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนำวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา
ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน 2569 : โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
รัฐสภาจะประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ก่อนการเลือกตั้ง โดยผู้ที่จะได้รับเลือกต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของรัฐสภา
คาดว่า สส. จำนวน 290 เสียง จาก 15 พรรค จะลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 191 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง พรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง
เมษายน-พฤษภาคม 2569 : ทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม. แถลงนโยบาย
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำรายชื่อหรือโผคณะรัฐมนตรี ส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติ ประสานข้อมูลร่วมกับคณะกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ แล้วจึงนำรายชื่อทั้ง 35 คนขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ และนายกรัฐมนตรีนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยคาดว่าจะ ครม.อนุทิน 2 สามารถทำงานได้ภายในเดือนเมษายน เป็นการเข้าสู่รัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม หลังจากที่ผ่านมากว่า 4 เดือน รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ