“ภูมิใจไทย” ชู 6 ข้อ แก้หนี้ กยศ. “อนุทิน” ยันเสนอต่อที่ประชุมยกร่างนโยบาย รบ.แล้ว

“ภูมิใจไทย” ชู 6 ข้อ แก้หนี้ กยศ. “อนุทิน” ยันเสนอต่อที่ประชุมยกร่างนโยบาย รบ.แล้ว

จับตา “ภูมิใจไทย” ชู 6 ข้อ “แก้หนี้ กยศ.” ถูกบรรจุนโยบายรัฐบาลครบถ้วนหรือไม่ หลังพบมาตรการช่วยเหลือขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ 15 ปี และดอกเบี้ยปรับ 75% เกาไม่ถูกจุด ลักลั่น หลายมาตรฐาน ด้าน “อนุทิน” ยัน เสนอนโยบายต่อที่ประชุมยกร่างนโยบาย รบ.แล้ว

จากกรณีที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปรับเงื่อนไขสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยมีการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้สูงสุด 15 ปี พร้อมลดเบี้ยปรับ 75% เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ที่ถูกดำเนินคดี และมีภาระหนี้ค้างชำระจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า ตัวแทนของพรรคจะนำนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยกร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะนำเสนอต่อรัฐสภา โดยหนึ่งในนั้นคือนโยบาย “แก้หนี้ กยศ.” ซึ่งพรรคภท.นำเสนอ 6 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปลดภาระผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันอีกต่อไป ทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ 2.ไม่มีดอกเบี้ย เนื่องจาก กยศ.ไม่ใช่องค์กรธุรกิจแสวงหากำไร

3.ไม่ต้องมีเบี้ยปรับ เนื่องจาก กยศ. ต้องช่วยหาทางให้ผู้กู้มีความสามารถชำระหนี้ ไม่ใช่คิดหาประโยชน์สูงสุดจากลูกหนี้ ต้องมองเขาเป็นลูกหลานที่ต้องให้โอกาส 4.ใช้ภาษีเงินได้ประจำปีมาหักลดยอดหนี้เงินกู้ได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนเข้าสู่ระบบภาษี และเงินรายได้จากภาษีมีความคุ้มค่ากว่าเงินกู้หลายเท่า 5.ผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี 6. พักหนี้ 5 ปี สำหรับลูกหลานที่ไม่มีเงินจะชำระจริงๆ เพื่อเป็นการหยุดการดำเนินคดี ไม่ต้องฟ้องร้องบังคับคดี หรือ ฟ้องยึดทรัพย์ไว้ 5 ปี ให้ผู้กู้ได้มีเวลาตั้งสติตั้งตัวกันอีกครั้ง

“ต้องดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบายแก้หนี้ กยศ.หรือไม่ และจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไรต่อไป และในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่ง คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1 ตำแหน่ง จะมีการแบ่งงานอย่างไรด้วย และได้ดู กยศ. หรือไม่ด้วย” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กยศ.ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้จนถึงขั้นถูกบอกเลิกสัญญาและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกองทุนฯให้โอกาสผู้กู้ในการผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความขึ้นกับจำนวนทุนทรัพย์ (เงินต้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ) คงเหลือ ณ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

และหากผู้กู้ยืมผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง จะนำส่วนลดเบี้ยปรับกลับเข้ามาเป็นหนี้ตามคำพิพากษาทันที ดังนี้ ทุนทรัพย์ไม่เกิน 250,000 บาท ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 9 ปี, ทุนทรัพย์ตั้งแต่ 250,000-400,000 บาท ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 12 ปี, ทุนทรัพย์มากกว่า 400,000 บาทขึ้นไป ให้ผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ กยศ.ที่ออกมาในแต่ละปีไม่เหมือนกัน จนมีหลายมาตรฐาน เกิดความลักลั่น และยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงได้

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ