ประยุทธ์ ฮื่ม! ชุมนุมผิดกฏหมาย แบะท่ารับ 4 งูเห่า
“ประยุทธ์” ยัน ชุมนุมผิดกฎหมายลูก ขอให้ระวัง ไม่อยากเผชิญหน้า เกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ ชี้โพรง 4 งูเห่า ส.ส.อนาคตใหม่ อยู่พรรคไหนให้ฝ่ายการเมืองพิจารณา เซ็งข่าวเฟคนิวส์ “ผ้าอนามัย – เมียเป็นมุสลิม” ลั่น ต้องดำเนินคดี สั่ง ยุติธรรม ทบทวนการลดหย่อนโทษ หลัง “คิด เดอะริปเปอร์” พ้นคดีแล้วก่อเหตุซ้ำ
วันที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลา 13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในช่วงนี้ว่า ไปดูว่ากฎหมายอยู่ตรงไหน ถ้าดูแง่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวก็ให้ชุมนุมได้ แต่ทั้งนี้ การชุมนุมต้องเป็นไปตามกฎหมายลูก พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง วันนี้มาเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญโดยไม่สนใจกฎหมายลูกเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ทำตามกฎหมายลูก กฎกระทรวงต่างๆ ถ้ารัฐบาลทำตามรัฐธรรมนูญอย่างเดียวก็ไม่รู้จะเอาหลักเกณฑ์อะไรมาปฏิบัติ
“ขอให้สนใจกฎหมายลูกด้วย ถ้าไม่ขัดกฎหมายลูกก็ไม่มีใครขัดข้อง ระมัดระวังหน่อย ไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้ากันอีกต่อไป เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้นอีกจะโทษใคร รัฐบาลก็ทำตามกฎหมาย ประชาชนก็แสดงความคิดเห็นมาว่าสมควรหรือไม่สมควร คนที่เดือดร้อนก็ต้องออกมาพูดบ้างว่าอย่าทำเลย ขอร้องกันเถอะ เป็นมาตรการทางสังคมที่จะช่วยกัน อย่าไปย้อนเรื่องเก่าว่าเคยมีมาแล้ว เพราะวันนี้กับวันเก่ามันคนละวันกัน สถานการณ์คนละสถานการณ์ กฎหมายใหม่มีออกมาแล้วก็ให้ดูตรงนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 4 คนที่ถูกขับออกจากพรรคว่า จะ 4 ส.ส.หรือกี่ ส.ส.ก็ไม่รู้ เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองพิจารณากันเอง จะต้องไปเป็นสมาชิกพรรคใหม่ในเวลาที่กฎหมายกำหนด เขาสมัครใจไปอยู่กับใครก็เรื่องของเขาเถอะ
ส่วนกิจกรรมการวิ่งไล่ลุงที่จะจัดขึ้นในเดือน ม.ค.2563 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ตอบหรอก แต่ส่วนการวิ่งเทรลที่รัฐบาลจัด ก็ได้รับความสนใจ คนมาร่วมงานเป็นหมื่นคน ส่วนนักวิ่ง 3-4 พันคน เราต้องการดึงการท่องเที่ยวแบบใหม่ขึ้นมา คือการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ วิ่งขึ้นเขา ลงเขา และรัฐบาลจะจัดต่อไปเรื่อยๆ เป็นประจำ
@ เสียใจ การเมืองปล่อยข่าวขึ้นภาษีผ้าอนามัย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงข่าวการขึ้นภาษีผ้าอนามัยว่า โฆษกรัฐบาลมีการชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว และเสียใจอยู่อย่างหนึ่งว่าเป็นการปล่อยข่าวจากฝ่ายการเมือง เรื่องนี้จะมีคดีความกันหรือเปล่าก็ต้องไปว่ากัน ตอนนี้กำลังทบทวนอยู่ใครเสนอข่าวเฟคนิวส์ออกมาถ้ามีผลกระทบมากๆ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็จะเป็นไปอย่างนี้เรื่อยๆ วันหนึ่ง 20-30 เฟคนิวส์ ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ชี้แจงไปว่าเป็นข่าวปลอม ขณะเดียวกันโฆษกรัฐบาลก็ไปหาเรื่องจริงมาว่าคืออะไร ก็ไม่พบว่าเป็นอย่างที่นำเสนอเลย อยู่ดีๆ อุปโลกน์ขึ้นมาได้อย่างไร ข่าวพวกนี้
“อยากชี้แจงกรณีเฟคนิวส์ที่ระบุว่าภรรยาตนเป็นมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม เรื่องนี้ก็เห็นกันอยู่ ภรรยาตนไปใส่บาตร กราบพระ ไหว้พระ และตนเองก็เป็นไทยพุทธอยู่แล้ว ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาล นายกฯ ต้องดูแลคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย การไปโพสต์แบบนี้คิดว่าไม่เป็นธรรมกับตนและครอบครัว ขอให้ทำความเข้าใจกันด้วย อย่าไปแพร่กันเรื่อยเปื่อย มันไม่ใช่ข้อเท็จจริง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
@ สั่ง ยธ.ทบทวน ลดหย่อนโทษคดีอุกฉกรรจ์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด พุ่มพวง อดีตฆาตกรต่อเนื่อง ที่เพิ่งพ้นโทษมาแล้วก่อเหตุซ้ำ ว่า ได้ตระหนักและรับทราบว่าจะหามาตรการที่รัดกุมเพื่อไม่ให้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์กระทำผิดซ้ำ ตนได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมหามาตรการให้เหมาะสม ให้พิจารณาใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นกฎกติกาเดิมๆ ที่มีอยู่ จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับปัจจุบัน เช่น การหลดหย่อนโทษ แต่ต้องไปดูเรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายกระบวนการยุติธรรมของโลก จับตาดูตรงนี้อยู่ ดังนั้น การแก้จะต้องไม่ให้เกิดผลกระทบ กำลังไปศึกษาอยู่
@ ย้ำ ข้อมูล S&P เป็นประโยชน์กับประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ได้มีการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive) หลายคนบอกว่าไม่มีประโยชน์กับประชาชน แต่เป็นการสร้างความรับรู้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ให้เกิดความมั่นใจ ทั้งในไทยและต่างประเทศ และจะเกิดห่วงโซ่ไปถึงข้างล่างได้ด้วย ข้อมูลต่างๆ ที่ออกมาเป็นประโยชน์ในการบริหารงานของรัฐบาล ส่วนราชการ แต่ทั้งหมดประชาชนต้องเข้าใจด้วย