ม็อบ 14 ตุลา : “คณะราษฎร” ย้ายต้นไม้-ทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ชุมนุม 14 ตุลา
ผู้ชุมนุม “14 ตุลา” ร่วมกันขนย้ายต้นไม้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประกาศทวงคืนเป็นของประชาชน เตรียมเดินหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา เวลา 13.50 น. แกนนำคณะราษฎร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้ประกาศให้ประชาชนทวงคืนอนุสาวรีย์ โดยร่วมกันขนย้ายต้นไม้ออกจากบริเวณฐานอนุสาวรีย์
มวลชนได้เข้าไปลำเลียงนำต้นไม้ที่ปลูกอยู่แถวบริเวณนั้นออกมาเพื่อจะขึ้นไปในพื้นที่นั้น โดยแกนนำได้กล่าวให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังไม่ทำให้ต้นไม้เสียหาย โดยให้เหตุผลว่าต้นไม้ทุกต้นมาจากภาษีของประชาชน ซึ่งต้นไม้ดังกล่าว กทม. ได้นำมาปลูกไว้จากเดิมที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวได้
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.00 เกิดความวุ่นวายบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เมื่อมวลชนฝั่งคณะราษฎร และฝั่งกลุ่มบุคคลสวมใส่เสื้อเหลืองปะทะกัน จนทำให้แกนนำต้องปราศรัยห้ามปราม จนเหตุสงบลง

นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิ้น” นักศึกษาธรรมศาสตร์ได้เดินทางมาถึงบริเวณชุมนุมและขึ้นรถปราศรัย โดยระบุว่า เป็นเวลา 6 ปีที่ประเทศไทยต้องเป็นเงามืดอยู่ใต้เผด็จการ และย้ำว่าความรุนแรงไม่ได้มาจากฝ่ายของผู้ชุมนุมแต่เกิดจากฝ่ายรัฐเผด็จการ และพวกตนมาม็อบด้วยตนเองไม่ได้มีใครจ้างมา พร้อมยืนยันว่าจะเอาประชาธิปไตยกลับคืนมาให้ได้
ขณะที่ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” นักศึกษาจากกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้กล่าวว่าจะมวลชนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถเมล์มาจอดขวางในหลายเส้นทางเพื่อป้องกันการเดินทางของผู้ชุมนุม รวมถึงตรึงกำลังเจ้าหน้าที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศด้วย