เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

5 ประเทศ ให้กำลังใจ สภาไทยถก ร่างกฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

14 ก.ย. 2564 | 14:27น.
5 ประเทศให้กำลังใจไทยเรื่องกฎหมายอุ้มหาย

เปิดรายชื่อ 3 สถานเอกอัครราชทูต และ 2 เอกอัครราชทูต ให้กำลังใจสภาไทย พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….

วันที่ 14 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่งกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. เข้าสู่สภา และต่อมา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวได้มีการบรรจุระเบียบวาระไปแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าจะพิจารณาได้ทันในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะสิ้นสุดลงสมัยประชุมในวันที่ 18 กันยายน 2564

ล่าสุด หลายสถานทูตยุโรปประจำประเทศไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล เพื่อแสดงจุดยืนต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ได้แก่ สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ทวีตข้อความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ระบุว่า สัปดาห์นี้ร่าง พรบ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหายของไทย จะเข้าพิจารณาในสภา สหราชอาณาจักรขอยืนยันว่าเราสนับสนุนประเทศไทยในด้านนี้ และยินดีที่ได้เห็นความคืบหน้าในการผลักดัน พรบ.ไปอีกขั้น

สวีเดน

นายยอน ออสเตริม เกรินดาห์ล เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยได้ว่า สัปดาห์นี้สภาไทยจะพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย สวีเดนยินดีในเรื่องนี้ และสนับสนุนให้ไทยผลักดันร่างกฎหมายที่สำคัญฉบับนี้ตามแนวทางพันธกรณีระหว่างประเทศ

ลักเซมเบิร์ก

อีกแห่งคือ สถานเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทย ที่ทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยได้ว่า สนับสนุนให้รัฐสภาไทยพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับหายสาบสูญ ในสัปดาห์นี้ ลักเซมเบิร์กยินดีต้อนรับการพัฒนาในเชิงบวกในประเด็นที่สำคัญยิ่งเหล่านี้

ฟินแลนด์

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย ทวีตข้อความภาษาอังกฤษ แปลได้ว่า สัปดาห์นี้ รัฐสภาไทยจะพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นกำลังใจที่ได้เห็นการพัฒนาในเชิงบวกนี้

สวิตเซอร์แลนด์

ปิดท้ายที่ นางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทีเอดา เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทยแล้ว ที่ทวีตข้อความแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า สัปดาห์นี้ รัฐสภาไทยจะพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย สวิตเซอร์แลนด์ยินดีต้อนรับการพัฒนาในเชิงบวกที่สำคัญยิ่งเหล่านี้

รู้จัก ร่างกฎหมายป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. นั้น ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ผ่านมา และถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อเกิดคดี “ผู้กำกับโจ้”

เมื่อพลิกร่างกฎหมายฉบับนี้ ระบุเหตุผลว่า

“โดยที่การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ ดังนั้น เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ควรกำหนดฐานความผิด มาตรการป้องกันและปราบปราม และมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย ตลอดจนมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ มีทั้งสิ้น 31 มาตรา มีหมวด 1.บททั่วไป หมวด 2.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หมวด 3.การป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หมวด 4.การดำเนินคดี หมวด 5.บทกำหนดโทษ อาทิ

มาตรา 3 ให้นิยาม “การทรมาน” มีความหมายว่า การกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ

“การกระทำให้บุคคลสูญหาย” หมายความว่า การจับ ขัง ลักพา หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โดยผู้กระทำปฏิเสธว่ามิได้กระทำการดังกล่าว หรือไม่ให้ทราบว่าบุคคลนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร หรืออยู่ที่ใด

“เจ้าหน้าที่ของรัฐ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้อำนาจของรัฐหรือได้รับมอบอำนาจ หรือได้รับแต่งตั้ง อนุยาต การสนับสนุน หรือการยอมรับโดยตรงหรือโดยปริยาย ให้ใช้อำนาจรัฐในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

บททั่วไป มาตรา 5 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคำรับสารภาพจากผู้ถูกกระทำหรือบุคคลที่สาม
(2) ลงโทษผู้ถูกกระทำ โดยมีสาเหตุจากการกระทำซึ่งผู้นั้นหรือบุคคลที่สามได้กระทำหรือถูกสงสัยว่าได้กระทำ หรือ
(3) ข่มขู่หรือขู่เข็นผู้ถูกกระทำหรือบุคคลที่สาม

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำทรมาน

มาตรา 6 ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จับ ขัง ลักพา หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิเสธว่ามิได้กระทำดังกล่าว หรือไม่ให้ทราบว่าบุคคลนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร หรืออยู่ที่ใด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย

มาตรา 7 ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 5 หรือกระทำความผิดให้บุคคลสูญหายตามมาตรา 6 ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 8 การกระทำความผิดฐานกระทำทรมาน และฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย ถือเป็นความผิดทางการเมืองตามกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดน และกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา

บทกำหนดโทษ

ขณะที่บทกำหนดโทษ ในมาตรา 26 ฐานทรมาน แบ่งเป็น 3 ระดับ

ผู้ใดกระทำความผิดฐานกระทำทรมาน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสน-3 แสนบาท

ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี หรือ จำคุกตลาดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2 แสน-แสนบาท

ในมาตรา 27 ฐานความผิดกระทำให้บุคคลสูญหาย แบ่งเป็น 3 ระดับ เช่นกัน

ผู้ใดกระทำความผิดฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท

ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-15 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสน-3 แสนบาท

ถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี หรือจำคุกตลาดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2 แสน-4 แสนบาท

ประโยชน์ของกฎหมายฯ

ในบทความชื่อ อุ้มหาย เรื่องธรรมดาของสังคมไทย? ความหวังในกฎหมายที่ยังไม่เป็นจริง ของมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2560 มีการกล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคในคดีคนหาย โดย นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม อธิบายว่า หากมีกฎหมายมารองรับจะมีระเบียบปฏิบัติว่าคนหายแล้วต้องทำอะไรบ้าง จะมีงบให้ค้นหาและมีแนวทางการปฏิบัติ

“ที่ผ่านมาเมื่อมีคดีคนหายแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ค้นหา ชาวบ้านก็ต้องค้นหากันเอง ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับ แจ้งความได้แค่ว่าคนหาย ความยากลำบากคือเมื่อผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ชาวบ้านจะไปสืบเสาะหาข้อมูลก็ยากลำบาก ถ้ามีกฎหมายจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความชัดเจน”  ณัฐาศิริกล่าว

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร่างกฎหมาย