ธนกร ลั่น แก้ปัญหาเศรษฐกิจถูกทาง จวกฝ่ายค้านอย่าจ้องทำลายรัฐบาล

ธนกร-โฆษกรัฐบาล ฟุ้ง รัฐบาลประยุทธ์แก้ปัญหาเศรษฐกิจถูกทาง รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น จีดีพีขยายตัวมากกว่าเวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ลงทุน FDI ไตรมาสแรกปี 64 กว่า 4,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจมาถูกทางแล้ว โดยเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 และในไตรมาสที่ 2 มีการขยายตัวถึงร้อยละ 7.5  ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ 

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนโดยตรง (FDI) ของไทยยังขยายตัวสูงขึ้น ช่วงไตรมาสแรก ปี 2564 มีมูลค่าทั้งสิ้น 4,012.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 43.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 

สัญญาณการจ้างงานเริ่มมีปรับดีขึ้น อัตราการว่างงานล่าสุดปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 1.9 ของกำลังแรงงาน เทียบกับอัตราการว่างงานที่เคยสูงสุดที่ร้อยละ 2.1 เมื่อปีก่อน  คาดว่ารายได้ต่อหัวของประชาชนจะอยู่ที่ 232,024.0 บาทต่อคนต่อปีซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ อยู่ที่ 225,845.7 บาทต่อคนต่อปี จะเห็นว่ารายได้ของประชาชนมีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นายธนกร กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ส่วนหนึ่งมาจากบทบาทของภาครัฐที่เดินมาถูกทางแล้ว รวมทั้งมาตรการเยียวยา มาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ จากข้อริเริ่มวิสัยทัศน์ของท่านนายกฯ อาทิ เช่น โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา มาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 


รวมถึงมาตรการด้านการเงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และประชาชน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) จาก ธ.ออมสิน และ ธปท. ที่ส่งต่อไปยังสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องสภาพคล่อง มาตรการพักชำระหนี้ ทั้งในส่วนของธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์เอกชน 

ตลอดจน ภาครัฐได้มีการเร่งควบคุมการแพร่ระบาดและมีการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วน เช่น ในพื้นที่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ สมุยพลัสโมเดล และพื้นที่นำร่องอื่น ๆ 

“จากปัจจัยต่าง ๆ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ และคาดว่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565 จึงอยากวิงวอนนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านที่พยายามวิเคราะห์เศรษฐกิจ อย่าหลงประเด็น สร้างความสับสนว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความย่ำแย่ จนทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจประเทศเสียหาย”

นายธนกรทิ้งท้ายว่า ในขณะที่นายกรัฐมนตรีกำลังเดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ให้ประเทศและประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ