เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิรมล เมธีสุวกุล ‘ทุ่งแสงตะวัน’ สื่อคุณภาพอยู่คู่คนไทย‘เพราะเด็กทุกคนคือเพชรเม็ดงาม’
Biz Movement นิรมล เมธีสุวกุล ‘ทุ่งแสงตะวัน’ สื่อคุณภาพอยู่คู่คนไทย‘เพราะเด็กทุกคนคือเพชรเม็ดงาม’
ท่องเที่ยวดัน ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ หนุนเที่ยวในประเทศ
Economic ท่องเที่ยวดัน ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ หนุนเที่ยวในประเทศ
เริ่มแล้ว! ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เช็กขั้นตอนที่นี่
News เริ่มแล้ว! ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เช็กขั้นตอนที่นี่
‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘อาร์เจนตินา’ แข้งต่อแข้งผ่าน 4 มิติสะท้อนชีวิต – สังคม – เศรษฐกิจ
Economic ‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘อาร์เจนตินา’ แข้งต่อแข้งผ่าน 4 มิติสะท้อนชีวิต – สังคม – เศรษฐกิจ
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อนุทิน แถลงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันทำตามข้อเท็จจริง-รวดเร็ว ‘ไม่มีมวยล้มต้มคนดู’
Politics อนุทิน แถลงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันทำตามข้อเท็จจริง-รวดเร็ว ‘ไม่มีมวยล้มต้มคนดู’
สนามบินเชียงใหม่ ลุยลอกท่อ 1.5 กม. สกัดน้ำท่วม
Biz Movement สนามบินเชียงใหม่ ลุยลอกท่อ 1.5 กม. สกัดน้ำท่วม
แกะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาตรการใหม่คุมงานรัฐ หักคะแนน-แบล็กลิสต์ผู้ทิ้งงาน
Economic แกะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาตรการใหม่คุมงานรัฐ หักคะแนน-แบล็กลิสต์ผู้ทิ้งงาน
แสนสิริถอดรหัสดีมานด์ต่างชาติ เน้นอยู่ยาว ซื้อเป็นบ้านหลัง 2 จับตาตลาดใหม่ “เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-อาเซียน”
Real Estate แสนสิริถอดรหัสดีมานด์ต่างชาติ เน้นอยู่ยาว ซื้อเป็นบ้านหลัง 2 จับตาตลาดใหม่ “เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-อาเซียน”
กลุ่มเซ็นทรัลจัดใหญ่ “จริงใจ มาหา…นคร” ปี 13 ชูโมเดลรักษ์โลก
SD กลุ่มเซ็นทรัลจัดใหญ่ “จริงใจ มาหา…นคร” ปี 13 ชูโมเดลรักษ์โลก
ดูทั้งหมด

ราชกิจจาฯประกาศ ห้ามชุมนุม-มั่วสุม ช่วงเปิดประเทศ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนคุก 2 ปี

29 ต.ค. 2564 | 14:37น.
ราชกิจจานุเบกษา-ประกาศราชกิจจาฯ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ ห้ามชุมนุม-มั่วสุมทั่วราชอาณาจักร หลังจากมีการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

วันที่ 29 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 13) ระบุว่า

ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 18/2564 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่อประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชน เห็นควรให้มีการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศได้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในภาพรวมของประเทศ

แม้ว่าที่ผ่านมาภาพรวมของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายสาธารณสุขสามารถควบคุมและจำกัดขอบเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคได้ รวมทั้งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมโดยประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทาง และบูรณาการการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการกำหนดมาตรการรองรับเพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ

ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ให้ประชาชนมีความปลอดภัย รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ อันจะส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำเนินการควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3 (6) และข้อกำหนด คำสั่ง ประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงให้ปฏิบัติ ดังนี้

1.ให้ยกเลิกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 30 กันยายน 2564 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2564

2.ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใด ๆ ทั่วราชอาณาจักร

3.ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น โดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 และข้อกำหนด (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2564

ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง ให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

4.ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง ที่ได้มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น โดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 และข้อกำหนด (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564

ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับใหม่ ให้ประกาศฉบับนี้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฉบับใหม่ดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป