ศึกบ้านใหญ่ชลบุรี “ประยุทธ์” ย้ำแค่เรื่องผู้ชายคุยกัน ปัญหาใครก็แก้กันเอง

ประยุทธ์ชี้ศึกบ้านใหญ่ชลบุรี “ตระกูลคุณปลื้ม-ชมกลิ่น” แค่ผู้ชายคุยกัน ลั่นปัญหาใครก็ต้องแก้กันเอง ต้องรู้รักสามัคคี

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 13.05 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศึกบ้านใหญ่ชลบุรี ระหว่างนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ที่มีการโพสต์ตอบโต้กันว่า “ผู้ชายเขาคุยกัน”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นปัญหาในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่มีหรอกจ้ะ ปัญหาของใครก็ต้องแก้กันเอา ต้องรู้รักสามัคคี จะมองทุกอย่างว่าเป็นปัญหา ก็คนล่ะนะ”

ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก (17 ก.พ.) ว่า วันหยุดที่ผ่านมามีใครต่อใครเป็นห่วงเป็นใยโทร.มาถามกันมากเรื่องเลือกตั้งทั่วไป ว่ากลุ่มเรารักชลบุรีจะต้องสลายตัว เพราะพลังประชารัฐจะเลือกผู้สมัครมาลงเอง หลังจากผมไปคุยกับผู้ใหญ่มาแล้ว ก็ได้เวลาที่ผมพอจะมาเล่าสู่กันฟัง

“ผมไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน เพราะหลายปีก่อนก็ได้รับคำร้องขอให้ไปร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐในสถานการณ์พิเศษในขณะนั้นเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ จนจู่ ๆ ก็มีคนของพรรคประกาศว่าจะหาคนมาลง ส.ส.ทุกเขต ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคจึงไม่ยากที่ผมจะสอบถามผู้ใหญ่ ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ต้น ผมได้รับคำตอบสั้น ๆ ว่า มันก็อยากจะสร้างอาณาจักร อย่าไปสนใจ”

นายสนธยาระบุอีกว่า เรื่องน่าจะจบแค่นั้น แต่ไม่ใช่ เพราะยังมีหลายอย่างที่น่าคิดโดยเฉพาะประโยคที่ว่า อย่าไปสนใจ จริง ๆ ผมก็พยายามไม่สนใจมานาน เพราะคอยแต่คิดว่าการที่คน ๆ หนึ่งจะพูดเท็จหลายเรื่องในที่ต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองดูดีนั้นก็เห็นอยู่ดาษดื่น มีเพิ่มมาอีกคนก็ไม่แปลก

“คล้ายกับเวลาหมาเห่า ถ้าไม่สร้างปัญหาร้ายอะไร เราก็ไม่ควรไปดุ เพราะหมาก็ทำตามสัญชาตญาณของหมา แต่คราวนี้ต่างไป เพราะผมเริ่มรู้สึกว่าหมาเริ่มก้าวร้าว ทั้งที่อุ้มชูมายาวนาน คนชลบุรีรักใครรักจริง คบใครคบจริง เราเป็นแบบนี้กันมาตลอด นับญาติกันมาตั้งแต่เกิด แต่กับการทรยศ หักหลัง เราก็จะไม่นิ่งเฉย”



จากนั้นนายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตเด็กปั้น “กลุ่มเรารักชลบุรี” ปัจจุบันเป็น ส.ส.ชลบุรี และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ข้อความตอบโต้ด้วยนิทานพงศาวดาร เรื่อง ขุนศึกคู่กาย กับแม่ทัพอันไซเมอร์

เช้านี้ผมได้เล่านิทานให้ คุณดนัย หมาแก่ ฟัง ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย inside Thailand และนี่คือเนื้อหาข้อมูลทั้งหมด

นานมาแล้ว มีขุนศึกกับแม่ทัพ คู่นึง ขุนศึกรักเคารพ แม่ทัพเหมือนพี่คนนึง สั่งให้ไปรบไปที่ไหน ไม่เคยปฏิเสธ สู้ตายถวายหัวทุกสนามรบ แม้กระทั่งวันที่ไม่เหลือขุนศึกคนอื่นเลย ที่สำคัญส่วนใหญ่ขุนศึกคู่กายคนนี้ รบชนะทุกครั้ง

วันนึงขุนศึกคู่กาย ขอกลับมาดูแลครอบครัว และเรือกสวนไร่นาที่ทิ้งไปนาน เลยบอกแม่ทัพว่า ขอวางมือ… ปรากฏว่า 3 ปีที่แล้ว มีสงครามใหญ่ แม่ทัพเรียกขุนศึกคู่กาบ มาพูดคุยด้วยว่า ขอให้มาช่วยกันถ้าแพ้ศึกครั้งนี้เค้าและครอบครัวจะไม่มีแผ่นดินอยู่

ด้วยความรักและเคารพในตัวแม่ทัพ ขุนศึกคู่กายยอมทิ้งลูกทิ้งเมีย ทิ้งไร่นาสวน มาร่วมรบอีกครั้ง โดยการรบครั้งนี้ แม่ทัพให้ขุนศึกรับผิดชอบ 3 หัวเมืองหลัก ที่เหลือเป็นหน้าที่แม่ทัพรับผิดชอบ

ก่อนออกรบแม่ทัพรับปากว่า ถ้าชนะศึกจะปูนบำเหน็จให้ กระทั่งผลออกมา พอรบเสร็จ ขุนศึกรบชนะทั้ง 3 หัวเมือง ส่วนแม่ทัพแพ้ราบคาบทุกหัวเมืองหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ปรากฏว่าแม่ทัพเป็นอัลไซเมอร์ สิ่งที่รับปากไว้ลืมหมด รวมถึงเมื่อขุนศึกกลับบ้าน ไร่นา ครอบครัวเสียหาย แม่ทัพกลับไม่มีแม้แต่การเหลียวแล

ขุนศึกก็ต้องก้มหน้าดูแลตัวเองไป แต่เชื่อมั้ยว่า วันนึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เจ้าเมือง มาเจอขุนศึกคนนี้ ซึ่งบาดแผลเพิ่งจะตกสะเก็ดจากการสู้รบ สืบทราบจากชาวบ้านว่าเป็นนักรบมีฝีมือ มีความซื่อสัตย์ สู้รบด้วยการไม่คิดถึงชีวิตตัวเองและครอบครัว จึงปูนบำเหน็จให้เป็นเสนาบดี เหตุนี้เอง ขุนศึกจึงทำงานตอบแทนเจ้าเมืองด้วยความซื่อสัตย์ ถวายหัว ผลงานเป็นที่ประจักษ์

ผมขอถามทุกท่านกลับไปว่า เป็นขุนศึกจะถวายหัวให้ เจ้าเมืองที่เห็นคุณค่าในตัวขุนศึก หรือแม่ทัพอัลไซเมอร์ ที่ไม่เห็นคุณค่า ??? และที่สำคัญ #ขุนศึกผู้นี้ปลูกข้าวกินเองมาตลอด #ไม่ได้กินข้าวของแม่ทัพ เหมือนขุนศึกคนอื่น ๆ

ส่วนการขยายอาณาจักร เอาตรง ๆ วันนี้แม่ทัพท่านนั้น ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะย้ายเมืองไปขึ้นตรงกับเจ้าเมืองไหน??? หรือจะสร้างเมืองขึ้นเอง ?? แล้วจะมาหาว่าผู้อื่นขยายอาณาจักรได้อย่างไร

เมื่อขุนศึกได้รับมอบหมายให้เตรียมการณ์จากเจ้าเมือง ก็ต้องเตรียมการณ์เพื่อให้พร้อม ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

สุดท้ายนี้ ที่มีการพาดพิง เรื่องหมา .. ขอออกตัวก่อน “ผมไม่ใช่หมา” แต่อาจจะเป็นเหมือน นักรบคนในนิทาน แต่ที่ผ่านมาผมก็เลี้ยงหมานะ นิสัยของหมา คือ รักเจ้าของ รักลูกเจ้าของ วันนึง เจ้าของได้จากไป ก็ดูแลลูกเจ้าของ แต่ลูกเจ้าของไม่สนใจ แกล้งทุบตี


นิสัยหมามันก็ไม่เคยทิ้งเจ้าของ หรือลูกเจ้าของ มีแต่เจ้าของหรือลูกเจ้าของ เอาหมาไปปล่อยวัด วันนึงมีคนเก็บหมาตัวนี้ไปเลี้ยงดูแลเห็นคุณค่า ในความซื่อสัตย์ของหมาตัวนี้ แล้วยังจะมีใครคิดว่า หมาถูกปล่อยวัดแล้ว จะยังเป็นหมาของคนคนนี้อยู่เหรอ ลองพิจารณาดูนะครับ ??

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ