มงคลกิตติ์ท้าต่อยประยุทธ์ คู่แค้นสิระ หนีสภาดู 4 king วีรกรรมก่อนสู้คดีแตงโม

ประยุทธ์ มงคลกิตติ์ สิระ
PHOTO : PRACHACHART

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก เต้ พระราม 7 – เต้ 007 คือ ฉายาของเขา

ผลงานล่าสุดนอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็น “ผู้แทนราษฎร” คือการรับช่วงต่อในการทำคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” นิดา พัชรวีระพงษ์

“มงคลกิตต์” กล่าวถึงเหตุผลที่เข้ามาทำคดีแตงโมในรายการโหนกระแส วันที่ 3 มิถุนายน ตอนหนึ่งว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ตัวคุณแม่แตงโม มาร้องให้พรรคช่วยในเรื่องคดี เป็นนโยบายของพรรคซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมีนโยบายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมปกป้องคนจนอยู่แล้ว

“ดังนั้น ก็เป็นนโยบายพรรคที่ผมต้องทำและเป็นนโยบายหาเสียงตั้งแต่การเลือกตั้ง และพรรคการเมืองตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งมีหน้าที่อย่างเดียวคือบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพี่น้องประชาชน ไม่ใช่วันๆ ก็มีหน้าที่แต่ในสภาอย่างเดียว ไม่ใช่..ครับ หน้าที่ ส.ส.มีหลายมิติ”

“ดังนั้น ถ้า ส.ส.ทำอะไรไม่ได้ นอกจากประชุมสภาอย่างเดียว เวลาไปแจกข้าว ไปช่วยเหลือน้ำท่วมเราก็แทรกแซงกระทรวงมหาดไทย เวลาไปแจกยาแก้โควิด -19 ก็ไปแทรกแซงกระทรวงสาธารณสุขสิครับ เพราะฉะนั้น ส.ส.คำว่าผู้แทนปวงชนไทยมันมีความหมายค่อนข้างลึกซึ้ง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน”

Advertisment

เรื่องราวที่บานปลายใหญ่โตอยู่ตอนนี้ เมื่อ “เต้พระราม 7” ถูกร้องให้ถอดออกจาการเป็น ส.ส.ทั้งยื่นในสภา และยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

กรณีแรก “ทนายเดชา” เดชา กิตติวิทยานันท์ อดีตทนายความแม่แตงโม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สอบจริยธรรมร้ายแรง “มงคลกิตติ์” กรณีโทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะกระทืบตนเอง
พร้อมแนบหลักฐานคลิปเสียงการพูดคุยระหว่าง “ส.ส.เต้” กับ “ทนายเดชา”

กรณีที่สอง “รัชพล ศิริสาคร” ทนายความ ร้องกับ ป.ป.ช. ให้เอาผิด “เต้ พระราม 7” เข้าข่ายขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2564 ข้อ 10 เนื่องจาก ถูก ส.ส.เต้ข่มขู่

นึ่คือ “วีรกรรม” ล่าสุดในตอนนี้ของ เต้ พระราม 7 หรือ เต้ 007

Advertisment

ทว่า ตลอด 3 ปีที่ในสภาผู้แทนราษฎร เขาก็มีวีรกรรมอันเป็นที่กล่าวขานทั่วทั้งสภา ก้องไปถึงทำเนียบรัฐบาล นี่คือไฮไลท์วีรกรรมของเขา

เต้ ไม่ ติ๋ม

นับตั้งแต่ขาทั้ง 2 ข้าง ก้าวเข้าสู่สภาอันทรงเกียรติในวันแรก 16 พฤษภาคม 2562 เขาก็ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บอกให้โลกรู้ว่า “ไม่ใช่คนติ๋ม”

“สมัยพี่หนุ่ม ๆ พี่ไม่ใช้ลูกน้อง พี่ลงมือเอง เพราะลูกน้องโหดไม่เท่าพี่ สมัยเทคนิคไทยเยอรมัน มีเรื่องชกต่อยทุกวันสมัยเรียน พี่ชนะห้องนี้ไปชนะห้องอื่นต่อ พี่จะนัดต่อยกันทุกวัน สมัยร.ด. ปีหนึ่งมีเรื่องที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พี่มี 30 ฝ่ายโน้นมี 60 พี่เป็นคนเปิด”

“ปกติใครมีเรื่องที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือก็จะมาหาพี่ก่อน เพราะพี่จะรู้หมดว่าใครอยู่ซุ้มไหน ตอนนั้นพี่เป็นประธานชมรมเพาะกาย มีพวกห่ามๆเป็นสมาชิกชมรม 5 พันคน”

“พี่ไม่ใช่คนติ๋ม ถามเพื่อนพี่ที่จบวิศวะรุ่นเดียวกันได้ พี่โหดขนาดไหนนะครับ นักการเมืองไม่กล้ายุ่งกับพี่ละกัน เมื่อก่อนพี่ต่อยกับนักมวย นักมวยแพ้พี่นะครับ ตอนอายุ 16 พี่ไม่ฆ่ามันก็ดีแล้ว”

ท้าต่อยนายกฯ

20 สิงหาคม 2564 “มงคลกิตต์” โพสต์เฟซบุ๊ก ท้าต่อย “พล.อ.ประยุทธ์” ระบุว่า.. “เพื่อทางออกของบ้านเมืองแบบสันติไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนประชาชน ขอท้าชก กับ นายกรัฐมนตรี ส.ส.เต้ หัวใจเป็นของประชาชน

1. มวยไทยคาดเชือกมือเปล่า เท้าเปล่า พันผ้าก๊อซ 2. นายกฯ อายุ 67 ปี ผม 40 ปี ท่านแก่กว่าผม อายุห่างกัน 27 ปี น้ำหนักเท่าๆ กัน 79-80 kg. สูงพอๆ กัน ผมจึงต่อให้ท่าน ผมขอใช้ มือขวาข้างเดียว ไม่ใช้มือซ้ายและเท้าเตะทั้ง 2 ข้าง ส่วนนายกฯ ใช้ได้ทั้งมือและเท้า3. สู้กัน 3 ยก ยกละ 3 นาที

4. ถ้านายกรัฐมนตรีชนะ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ส่วนผม ลาออกจาก ส.ส. แต่ถ้าผมชนะ นายกฯ ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี ทันที เปิดทางสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่ 5. ถ้านายกรัฐมนตรี ไม่รับคำท้าผม แสดงว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไม่เหมาะสมเพราะเป็นถึงอดีตผู้นำเหล่าทัพ ใจไม่สู้ ใจปลาซิว ผมขอให้ท่าน ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ทันที

6. ชกกันที่ สนามมวยลุมพินี กติกา มวยคาดเชือก 7. ผมให้เวลาท่านตัดสินใจ 10 วัน8. ห้ามส่งคนชกแทน ถือว่าผิดกติกา

แต่กลายเป็นว่า “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ได้ขออาสาท้าชกกับ “เต้ มงคลกิตติ์” แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมกับโชว์คลิปตอนซ้อมชกมวย และยังบอกอีกว่าผมเป็นอดีตนักมวยเก่านะ “พี่หนักนะ น้องไหวเหรอ”

คู่แค้น “สิระ”

ไม่รู้แค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน ระหว่าง “มงคลกิตติ์” กับ “สิระ เจนจาคะ” ซึ่งบัดนี้เป็นอดีต ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ทั้งคู่เปิดวิวาทะ ปะ-ฉะ-ดะ กันมาหลายครั้งหลายหน เหมือน น้ำ กับ ไฟที่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้
21 สิงหาคม 2563 “สิระ”แจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง เอาผิด นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในข้อหาข่มขู่คุกคาม กรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กถึงตนเองทำนองว่า หากเจอตัวจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก

ขณะที่ “เต้” ได้ร้องให้สภาฯ ตรวจสอบจริยธรรม “สิระ ในข้อหากล่าวหาดูหมิ่นด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่ขอถอนเรื่อง หลังจาก “สิระ” พ้นเก้าอี้ ส.ส. โดย ระบุว่า สิระ ไม่ได้มีคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ตั้งแต่ต้นแล้ว และตนเอง เป็นลูกผู้ชายพอ ที่จะไม่ข้ามคนล้ม จึงขอถอนเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ทั้งหมด

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมีปากเสียง ถึงขั้นเรื่องฟ้องร้องกันอีกหลายครั้ง กระทั่ง ล่าสุดหลัง “เต้” รับทำคดีแตงโม กระทั่งถูกร้องให้สอบจริยธรรม “สิระ” ก็โผล่จากเงามืดอีกครั้ง โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า นายมงคลกิตติ์ แท้จริงแล้วเป็นคนที่ใจไม่ถึง ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง เช่น ตอนที่ขู่จะต่อยเขา ก็โพสต์เฟซบุ๊กให้เรื่องราวใหญ่โต แต่พอลับหลังก็มากราบอกขอว่าอย่าเอาเรื่อง

หากอยากรู้ว่า นิสัยที่แท้จริงของนายมงคลกิตติ์ เป็นอย่างไรให้ถามตนเพราะรู้ดีที่สุด

ลาประชุม ดู 4 King

15 ธันวาคม 2564 เขาลาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้เหตุผลว่า เนื่องจากติดภารกิจกับประชาชน ด้วยการพานักศึกษาไปดูภาพยนตร์ 4 Kings

นอกจากนี้ ส.ส.เต้ ยังระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “ผมทำตามระเบียบสภาแล้วนะครับ พี่ศรีสุวรรณ กับ สิระ หลักสี่ อย่าไปร้องผมผิดจริยธรรมอีกนะครับ ว่างมาดูด้วยกัน แต่อย่าลืมใส่ช๊อปมานะ กติกา”

นี่เป็นเพียงวีรกรรมโดยย่อตลอด 3 ปี ของเต้ 007 ในสภา