เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตธนาคาร ประกาศปิดสาขาชั่วคราว 26 ก.ย. 69 จากสถานการณ์น้ำท่วม
Finance อัพเดตธนาคาร ประกาศปิดสาขาชั่วคราว 26 ก.ย. 69 จากสถานการณ์น้ำท่วม
เอกนิติ ชี้เจ้าภาพ IMF–World Bank เปิดประตูสินค้าไทย พากลับเวทีโลก
Finance เอกนิติ ชี้เจ้าภาพ IMF–World Bank เปิดประตูสินค้าไทย พากลับเวทีโลก
ปู่สุเมธ – ดัง ณัฎฐ์ฐชัย ปรุงเมนูทรงโปรดจาก “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย”
Biz Movement ปู่สุเมธ – ดัง ณัฎฐ์ฐชัย ปรุงเมนูทรงโปรดจาก “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย”
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 : จุลพันธ์ สั่งประเมินน้ำท่วม พิจารณาย้ายหน่วย-เลื่อนวัน
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 : จุลพันธ์ สั่งประเมินน้ำท่วม พิจารณาย้ายหน่วย-เลื่อนวัน
‘ออมสิน – กรุงไทย’ งดให้บริการชั่วคราวบางพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล
Finance ‘ออมสิน – กรุงไทย’ งดให้บริการชั่วคราวบางพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล
‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
Finance ‘เอกนิติ’ เปิดใจรับบทเดอะแบก มั่นใจคนไทยร่วมมือหวนผงาดเวทีโลกได้
The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
Business The Mall งามวงศ์วาน – บางกะปิ วันที่ 26 ก.ย. เปิดเที่ยง
เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ ยันไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ไม่ใช่ประชานิยม ย้ำยึดวินัยการคลัง
‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Politics ‘ชัชชาติ’ ประกาศขยายพื้นที่ประสบสาธารณภัย 50 เขต
Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
Economic Rain Bomb ดันน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ชป.หน่วงน้ำเต็มที่ คาดฝนเบาลง 27 ก.ย.
ดูทั้งหมด

ศิริกัญญา : Next Step ก้าวไกล ปฏิรูปพรรค พร้อมเป็นรัฐบาล ล้างพิษประยุทธ์

07 ส.ค. 2565 | 08:29น.
ศิริกัญญา ตันสกุล
สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

พรรคก้าวไกล เป็นพรรคการเมือง (ภาคต่อ) จากพรรคอนาคตใหม่

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกสร้างเซอร์ไพรส์ ได้ ส.ส. 80 ที่นั่ง

แต่ถูกพิษการเมืองเล่นงานจนถูก “ยุบพรรค” กรรมการบริหารพรรคผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ถูกตัดสิทธิการเมืองกว่า 16 ชีวิต

ทว่า “ศิริกัญญา ตันสกุล” มันสมอง-มือนโยบาย ถูกกันตัวออกจากโซนอันตราย เธอและแกนนำคนอื่น ๆ ได้ทำพรรคก้าวไกล เพื่อสานต่อเจตนารมณ์-อุดมการณ์เดิม

เวลาผ่านไปเกือบ 4 ปี พรรคก้าวไกล สร้างผลงาน-วีรกรรมมากมายบนถนนการเมือง บัดนี้ เตรียมความพร้อมเพื่อกลับสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง

chapter ต่อไปของพรรคก้าวไกล จะเป็นอย่างไร “ศิริกัญญา” เล่าผ่าน “ประชาชาติธุรกิจ” ดังนี้

ปักธง ก้าวไกล Next

“ศิริกัญญา” เปิดฉากฉายภาพพรรคก้าวไกลจากนี้ว่า 4 ปีที่แล้วเป็นเรื่องพรรคการเมืองใหม่ หน้าใหม่ในวงการ ปักธงเรื่องการเมืองแบบใหม่ แต่วันนี้เราเป็นพรรคก้าวไกล เราก็ยังคงสืบสานจิตวิญญาณของพรรคอนาคตใหม่ แม้เราไม่ได้เป็นพรรคการเมืองหน้าใหม่อีกต่อไป แต่ความสดใหม่ของพรรคก้าวไกลก็ยังต้องดำเนินต่อไป ภายในรูปแบบที่ภาพลักษณ์อาจเปลี่ยนไป

จากเดิมที่คนมองว่าเราเป็นคนหนุ่ม หัวร้อน แต่เราจะปรับภาพลักษณ์ให้สุขุมมากขึ้น มีวุฒิภาวะ นำเสนอตัวเลือกให้สังคมได้มีตัวเลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ในช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลมีโครงการที่เรียกว่า “ก้าวไกล NEXT” ที่จะเป็น chapter ของการปฏิรูปพรรค จะเรียกร้องให้ประชาชนทุกคน ไม่ว่าเป็นสมาชิกหรือไม่ เป็นโหวตเตอร์ แฟนคลับ เข้ามามีส่วนร่วมให้ความเห็น ในการปฏิรูป เปลี่ยนแปลง

สิ่งใดที่เราทำได้ไม่ดี หรืออดีตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เชิญชวนให้ประชาชนมาให้ความเห็น เพื่อนำความเห็นที่มีค่าไปปรับ ปฏิรูปการทำงานเพื่อดำเนินการต่อไป เข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว

คาดว่าเดือนกันยายน จะเป็นการคิกออฟ ปักธง เข้าสู่การเลือกตั้ง จะเริ่มปล่อยแคมเปญออกมาเรื่อย ๆ จนถึงวันเลือกตั้ง

ทีมพิธา พร้อมเป็นรัฐบาล

นอกจาก พิธา (ลิ้มเจริญรัตน์) ที่เป็นหัวหน้าพรรค ที่เราจะชูให้เห็นความแตกต่าง ทั้งเรื่องแนวคิด อุดมการณ์ นโยบาย จะมีการเปิดตัว “ทีมพิธา” ที่เป็นหน่วยสนับสนุน เพื่อที่จะแสดงศักยภาพว่า เราสามารถทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเต็มที่ ก็จะมาเสนอตัวอีกครั้งในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหารว่าจะมีความพร้อมที่จะพาประเทศไปข้างหน้าได้

“แน่นอนว่าความใหม่ ความว้าวสมัยพรรคอนาคตใหม่ อาจจะไม่ได้ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนเดิมแล้ว แต่การที่เราเป็นพรรคก้าวไกล ไม่จำเป็นที่เราต้องตอบอีกหลาย ๆ คำถาม เช่น ตกลงเราเป็นพรรคการเมือง เราเอาจริงไหม หรือเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งในสภาที่ไม่มีบทบาท”

“วันนี้สิ่งที่เราพิสูจน์ในสภาแล้ว เราก็จะมาเสนอตัวเป็นฝ่ายบริหารบ้าง ประชาชนอาจไม่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่จะรู้สึกไว้วางใจมากขึ้นจากผลงานที่เกิดขึ้นในสภา”

ศิริกัญญา เป็น รมว.คลัง

เมื่อพรรคก้าวไกล ตั้งเป้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ชื่อ “ศิริกัญญา” ก็ถูกเข็นขึ้นมาให้รับภาระที่กระทรวงการคลัง ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีคลัง” ของพรรค

ถ้าเธอต้องมาสวมบทเป็นรัฐมนตรีคลังจริง ๆ ในวันนี้ จะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่มีทั้งเงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่ง รวยกระจุก-จนกระจาย อย่างไร

ศิริกัญญากล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจทุกวันนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก เศรษฐกิจโลกก็ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 พอพ้นได้แป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงวิกฤตสงคราม ยูเครน-รัสเซีย และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนจะเป็นอย่างไรด้วยซ้ำไป

ยอมรับว่ารัฐบาลต้องเจอศึกหนักพร้อม ๆ กัน แต่สิ่งที่เราอยากทำให้ดีกว่านี้ คือดูแลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างเท่าเทียมมากขึ้น ตอนนี้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคทุกตัว เราเห็นสัญญาณฟื้นตัวเริ่มมา การจับจ่ายใช้สอยเริ่มดีขึ้น การจ้างงานต่าง ๆ เริ่มกลับมา แต่กลับมาในสภาวะที่เปราะบางมากและไม่เท่าเทียม

การฟื้นตัวจะเป็นแบบ K shape บาง sector จะไปได้ดีและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกหลาย sector ยังคงย่ำแย่และตกอยู่ในภาวะยากลำบากต่อไป ทำให้การวางนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเป็นไปอย่างยากลำบากมาก ตัวอย่างเช่น เราเจอกับภาวะเงินเฟ้อ การออกนโยบายต่าง ๆ ต้องชั่งน้ำหนักเป็นอย่างมาก

เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังจะขึ้นดอกเบี้ย ถามว่าขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนมีรายได้น้อยก็จะสูงมาก เนื่องจากภาระหนี้ที่จะสูงขึ้น ดังนั้นการขึ้นดอกเบี้ยแต่ละครั้ง จำเป็นต้องมีมาตรการที่มารองรับ

แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายการคลัง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพน้อยไป คิดว่ารัฐบาลคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และรอกระทั่งเดือนกันยายนถึงเริ่มมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ทั้งที่สินค้ามีราคาแพงมากขึ้น โดยที่รัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาสินค้าได้ครบทุกตัว จึงเป็นปัญหาหนัก อาจทำให้การฟื้นตัวอาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิดไว้

“สิ่งที่เราเสนอคือ แทนที่เราจะทุ่มงบประมาณทั้งหมดไปตรึงกับราคาน้ำมันดีเซลอย่างเดียว ควรจะดึงเงินบางส่วนจากเงินกู้ 5 แสนล้านที่ยังเหลืออยู่มาเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชนโดยเฉพาะคนมีรายได้น้อย และกำลังที่จะเริ่มตั้งไข่อีกครั้งให้ช่วยลืมตาอ้าปากได้”

“สเต็ปต่อไป จะต้องมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชน SMEs รายเล็กรายน้อยสามารถลุกขึ้นมาตั้งตัวได้อีกครั้ง เพราะการที่จะกลับมาตั้งกิจการได้ใหม่ เพื่อทำให้ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังในช่วงประเทศฟื้นตัว ดังนั้น เราจำเป็นต้องดูกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ ด้วยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้”

แก้ทุนผูกขาด รื้อเกณฑ์ลงทุน

เมื่อพรรคก้าวไกลเคยวิจารณ์โครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เอื้อนายทุนผูกขาด-พึ่งพาแต่การลงทุนจากต่างประเทศ แล้วโครงสร้างเศรษฐกิจฉบับ “ก้าวไกล” จะเป็นอย่างไร “ศิริกัญญา” ตอบว่า 8 ปีที่ผ่านมา เราเห็นแล้วว่า การที่เราพยายามไปอุดหนุนจุนเจือกลุ่มเศรษฐกิจที่อยู่บนที่สุด แล้วหวังว่าเศรษฐกิจข้างล่างเจริญเติบโตไปด้วยได้ มันไม่เป็นจริง

เราจึงจะต้องแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างต่าง ๆ ทั้งเรื่องทุนใหญ่ ที่พยายามแผ่ขยายอำนาจและกินรวบไปเรื่อย ๆ

เช่น ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการควบรวมกิจการต่าง ๆ เช่น การควบรวมกิจการค้าปลีก ตอนนี้ก็จ่อที่จะมีการควบรวมค่ายมือถือ จากนั้นก็จะมีค่ายอินเทอร์เน็ตอีก

เราต้องการความชัดเจนในระดับนโยบายของรัฐบาลด้วยเช่นกัน ว่าไม่ต้องการให้ประเทศถูกปกครองด้วยเศรษฐกิจที่ผูกขาด เพื่อให้องค์กรอิสระตัดสินใจได้อย่างตรงไปตรงมา และไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทุนใหญ่

ส่วนการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศมาลงทุน เป็นนโยบายที่รัฐบาลที่ผ่านมาชูเป็นตัวหลักอยู่ตลอดเวลา แต่เราไม่ต้องการเม็ดเงินอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเอกชนไทยก็มีเงินสดจำนวนมาก แต่การลงทุนในประเทศเองก็ยังไม่ไปไหน ดังนั้นจะทำอย่างไรให้การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาทำให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในประเทศด้วย

สมมติเราดึงเงินทุนกระจุกเดียวอยู่ในโครงการอีอีซี แต่ไม่ทำอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศ หรือไม่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการในประเทศ หรือสถานศึกษาภายในประเทศ เม็ดเงินลงทุนต่างชาติเหล่านั้นไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรที่จะตอบโจทย์เศรษฐกิจที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้แม้แต่นิดเดียว

ดังนั้น เราจำเป็นที่จะต้องออกแบบการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน สร้างเงื่อนไขต่าง ๆ เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการลดหย่อนภาษี คือ เมื่อได้รับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในประเทศไทยแล้ว จำเป็นต้องให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศด้วย ต้องมีเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับสถานศึกษา ผู้ประกอบการในประเทศ

แบบนี้เม็ดเงินลงทุนถึงจะมีคุณค่ากับเศรษฐกิจไทยจริง และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เราให้ไปจึงจะตอบโจทย์ให้กับประเทศจริง และคุ้มค่ากับเงินภาษีที่หายไป

โจทย์ยากทำงานต่อจาก “ประยุทธ์”

8 ปีที่ผ่านมามีส่วนดีและส่วนไม่ดี ที่สำคัญที่เป็นเรื่องง่าย quick win พล.อ.ประยุทธ์ เข้าไปแตะไว้เกือบทุกเรื่องแล้ว แต่โจทย์ใหญ่ ๆ ในเรื่องโครงสร้างที่ยังไม่เข้าไปทำอะไรมากนัก และบางทีเรื่องความเหลื่อมล้ำในเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจถูกทำให้แย่ลงด้วยซ้ำไป

เช่น ความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้และทรัพย์สิน มีการออกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่หลังจากประกาศใช้เต็ม ๆ มา 3 ปี เราเห็นว่าไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำเลย ยังมีความพยายามหลีกเลี่ยงในการเสียภาษีที่ดินมากมายและไม่ได้เข้าไปจัดการ

ในเรื่องด้านการคลัง มีปัญหาเช่นกัน ย้อนหลังกลับไปช่วง คสช. ได้มีการออกกฎหมายใหม่ ๆ ประหนึ่งว่าจะช่วยทำให้ประเทศเกิดวินัยการเงินการคลังมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นี่แหละ ไม่สามารถประคองวินัยการเงินการคลังให้ต่อไปได้

ทุกกรอบแทบจะเต็มเพดานไปทั้งหมด หนี้สาธารณะจากเดิม 60% เมื่อเต็มกรอบเดิมก็ขยายไปเป็น 70% ทำให้พื้นที่ว่างทางการคลังของรัฐบาลต่อมาก็มีค่อนข้างจำกัด

รวมถึงหนี้อื่น ๆ ที่รัฐบาลได้กู้ยืมจากทางภาครัฐ ตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เช่น กู้ยืมจากธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินนโยบาย ตอนนี้กรอบอยู่ที่ 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตอนนี้ก็ต้องมาตามใช้ ซึ่งขณะนี้ขยายไปเป็น 35% แล้ว

เรื่องกองทุนน้ำมันฯก็มีกรอบที่ออกเป็นกฎหมาย วันนี้ก็เต็มกรอบและอยู่ในภาวะหลังพิงฝา ยังไม่มีทางออกที่จะให้กองทุนน้ำมันฯกู้ยืมได้

รัฐบาลไหนที่จะเข้ามาบริหารจัดการต่อ ต้องเจอกับสภาวะหลังพิงฝาตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากเราสามารถแก้แต่ละปม แต่ละเปลาะ ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้วางยารัฐบาลต่อไปได้ก่อน จากนั้นเราจึงสามารถจัดการในเรื่องอื่น ๆ ได้ต่อไป

มีอำนาจรัฐจะทำให้ดู

เมื่อยาแต่ละอย่างแรงทั้งนั้น ทำไมพรรคก้าวไกลถึงยังอยากเสนอตัวเป็นรัฐบาล “ศิริกัญญา” ตอบว่า เป็นความตั้งใจตั้งต้นตั้งแต่เดิม ที่เราต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองให้เป็นการเมืองรูปแบบใหม่ เราต้องมีอำนาจรัฐ เราถึงจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถ้าทำงานในสภาอย่างเดียวยังไม่สามารถไปถึงจุดเป้าหมายที่เรามีตั้งแต่ต้นได้ การมีอำนาจรัฐเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลาย ๆ เรื่องที่เราเชื่อเป็นจริงได้

ทั้งรัฐสวัสดิการ สมรสเท่าเทียม การยกเลิกเกณฑ์ทหาร สุราก้าวหน้า การทำงานในสภาทำงานได้อย่างเชื่องช้าและยากลำบาก ถ้ามีอำนาจเมื่อไหร่ บอกได้เลยว่าปัญหาเหล่านี้ นโยบายที่เราเสนอไว้จะทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

พิธา นายกฯ ควบต่างประเทศ

ให้ “ศิริกัญญา” ฟอร์มคณะรัฐมนตรีจากคนในพรรค เธอเลือก “พิธา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ควบ รมว.ต่างประเทศ เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ อาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็มีความเชี่ยวชาญด้านคมนาคมเป็นอย่างมาก เราอยากเห็นเหลือเกินว่าถ้าวันหนึ่งเทคโนแครตตัวจี๊ดอย่างอาจารย์สุรเชษฐ์ เป็น รมว.คมนาคม บริการขนส่งสาธารณะในประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ส่วนตัวเธอเองนั้น มีความเชี่ยวชาญด้านการคลัง แต่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ไม่สำคัญ แต่เราสามารถใช้ความเชี่ยวชาญให้ความเห็น ให้ข้อเท็จจริงให้รัฐมนตรีที่จะเข้ามาเป็นได้ตัดสินใจบนฐานของข้อมูล สามารถบริหารองค์กรไปข้างหน้าได้ ดังนั้น ความรู้ ความเชี่ยวชาญไม่ได้จำเป็นต้องใช้ในฐานะรัฐมนตรีเสมอไป

ปรับตัวได้ทุกสูตรการเมือง

สูตรระบบเลือกตั้ง เราพร้อมที่จะสู้ในทุกสูตรคำนวณอยู่แล้ว พรรคก้าวไกลจะต้องเติบโตเป็นพรรคขนาดใหญ่ พรรคหนึ่งเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคขนาดกลางตลอดไป ดังนั้น เราต้องปรับกลยุทธ์ สู้ในทุก ๆ รูปแบบของกติกาการเลือกตั้ง

แต่ถามว่าระบบแบบไหนที่พรรคก้าวไกลต้องการ คือ เราชูระบบ MMP มาโดยตลอด การคำนวณ ส.ส.พึงมี สะท้อนคะแนนเสียงของพรรคการเมือง คล้าย ๆ กับระบบเลือกตั้งแบบเยอรมนี ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสเต็ปต่อไป โดยให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้ง

แต่ไม่ว่าหาร 100 หรือหาร 500 เราพร้อมทุกสูตร แต่ระบบการเลือกตั้งไม่ควรเปลี่ยนบ่อย เพราะประชาชนสับสน สร้างภาระให้กับประชาชน