LWS ส่องที่อยู่อาศัยปีเถาะ บ้านยังมาแรง-คอนโดฯขานรับจีนเปิดประเทศ

เปิดศักราชปีเถาะ 2566 “ลุมพินี วิสดอม” คาดการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่เติบโตในแดนบวก 2-12%

ปัจจัยที่ทำให้ชุ่มชื่นคึกคักมาจากจีนเปิดประเทศ 8 มกราคม 2566 ที่คาดว่าจะเป็นตัวช่วยทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

จบปี 2565 คาดเติบโตเท่าตัว

“ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ” กรรมการผู้จัดการบริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด หรือ LWS บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ LPN คาดการณ์จำนวนหน่วยเปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2565 มีแนวโน้มเติบโตเกือบเท่าตัว

Advertisement

หลังจากที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เร่งลงทุนใหม่ในช่วง 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน 2565) โดยพบว่ามีทั้งสิ้น 99,338 หน่วย เพิ่มขึ้น 90% มูลค่าเปิดตัวใหม่ 432,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ
ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

แบ่งเป็น การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 90 โครงการ จำนวน 90,797 หน่วย เพิ่มขึ้น 151% มูลค่ารวม 133,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 และมีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ 29%

คอนโดฯคึกรับจีนเปิดประเทศ

สำหรับนโยบายการเปิดประเทศของจีน 8 มกราคม 2566 จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นตลาดคอนโดฯในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ข้อมูลการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของลูกค้าต่างชาติปี 2561-ครึ่งปีแรก 2565 “ลูกค้าจีน” เป็นผู้ซื้อและโอนห้องชุดสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

Advertisement

โดยครึ่งปีแรก 2565 ลูกค้าต่างชาติโอนห้องชุดทั่วประเทศ 4,433 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.4% มูลค่า 22,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564

ในด้านราคาพบว่า กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีการโอน 52.6%, ราคา 3-5 ล้านบาท 23.9%

และไซซ์ห้องพบว่า พื้นที่ใช้สอย 31-60 ตร.ม. แบบ 1-2 ห้องนอน มีการโอนมากที่สุด 46%, พื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. แบบสตูดิโอและ 1 ห้องนอน 37.8%

Advertisement

“ยุคโควิดปี 2563-2565 จีนปิดประเทศแต่ยังมีลูกค้าจีนเข้ามาซื้อห้องชุดในไทยต่อเนื่อง ทั้งซื้อเพื่อลงทุนและเป็นบ้านพักหลังที่ 2 จุดขายคอนโดฯ ไทยมีราคาถูกกว่าโครงการในเมืองใหญ่ของจีน 50% จีนเปิดประเทศเร็วขึ้นจึงเป็นโอกาสสำหรับดีเวลอปเปอร์ในปี’66 โดยตรง”

บ้านแนวราบ “ฟู” ทุกเซ็กเมนต์

สำหรับการเปิดตัวบ้านแนวราบมี 280 โครงการ 48,379 หน่วย เพิ่มขึ้น 52% มูลค่ารวม 299,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% และมีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ 12%

โดยสินค้าทาวน์เฮาส์ราคา 2-3 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยเปิดตัวสูงสุด อัตราขายได้เฉลี่ย 10% ทำเลการแข่งขันรอบกรุงเทพฯ เช่น รังสิต บางบัวทอง และบางนา

สินค้าบ้านแฝดราคา 3-6 ล้านบาท มีหน่วยเปิดตัวสูงสุด อัตราขายได้เฉลี่ย 10% เปิดตัวชุกชุมในทำเลบางนา บางพลี รังสิต และบางบัวทอง-นนทบุรี

และบ้านเดี่ยวราคา 6-10 ล้านบาทเปิดขายมากสุด มีอัตราขายได้เฉลี่ย 10% เปิดตัวสะสมในทำเลรังสิต-ลำลูกกา บางพลี-สมุทรปราการ และบางบัวทอง-นนทบุรี

สำหรับโครงการบ้านระดับพรีเมี่ยมมี 85 โครงการ มูลค่ารวม 129,026 ล้านบาท เน้นรูปแบบบ้านเดี่ยวคิดเป็นสัดส่วน 80%

บ้านพักอาศัย

กราฟฟิกอาคารชุด

เทรนด์ปี 2566 โตตามจีดีพี

LWS ประเมินแนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2566 ทั้งคอนโดฯ และบ้านแนวราบ คาดว่ามีอัตราเติบโต 2-12% เทียบกับปี 2565

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีย้อนหลัง (2555-2565) เปรียบเทียบอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ 10 ปีในช่วงดังกล่าว การลงทุนคอนโดฯ และบ้านแนวราบยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามจีดีพีประเทศ ซึ่งคาดการณ์ปี 2566 อยู่ที่ 3.5-4.5%

ในขณะที่ 11 เดือนแรก (มกราคม-พฤศจิกายน 2565) ประมาณการจีดีพีเติบโต 3.2%

ส่วนประมาณการจีดีพีปี 2566 เติบโตที่ 3.7%

ในด้านดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ณ เดือนพฤศจิกายน 2565 เพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเฉลี่ย 11 เดือนแรกของปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้น 6.0%

โดยหมวดของ “ไม้และซีเมนต์” มีการปรับราคาสูงขึ้น 8.1% และ 4.9% ตามลำดับ

นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย มีประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในการประชุมเดือนพฤศจิกายน 2565 จาก 1% เป็น 1.25% เพื่อลดความเสี่ยงจากการไหลออกของเงินทุน ที่จะกระทบกับค่าเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจปี 2566 ยังคงต้องจับตาดูเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากผลกระทบสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น ระบบ supply chain ของโลก การส่งออกรวมถึงการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ

รวมถึงการปรับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เป็น 3.5% และมีแนวโน้มเป็น 4% ในครึ่งปีแรกของปี 2566