กทม.เผยความคืบหน้าผังเมืองรวมใหม่ เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการปิดประกาศ 90 วัน มิ.ย.นี้ เปิดโอกาสประชาชนตรวจสอบและยื่นคำร้องรอบสุดท้าย เลิกโครงการถนนจาก 148 สาย เหลือ 96 สาย พับแผนสาย ช 2 หลังชาวบ้านต้านหนัก คาดผังใหม่ใช้ ต.ค. 2570
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการวางและจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ว่าคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

มิ.ย.ปิดประกาศ 90 วัน-ใช้ ต.ค. 70
ขั้นตอนต่อไป กทม.จะดำเนินการปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปลายเดือนมิถุนายน 2569 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบร่างผังเมืองรวมได้ และผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ด้วยตนเอง ในช่วงระยะเวลาการปิดประกาศ 90 วัน
”หลังปิดประกาศ 90 วัน จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมอีกครั้งหนึ่ง และดำเนินการตามขั้นตอนการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ภายในเดือนตุลาคม 2570“
ยกเลิกถนนเหลือ 96 สาย
นายวิศณุกล่าวว่า กทม.ได้นำข้อคิดเห็นจากการรับฟังเสียงประชาชนในรอบที่ผ่านมาปรับปรุงร่างผังเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นสำคัญที่ได้รับการแก้ไข ได้แก่ การยกเลิกแนวถนนโครงการตามร่างผังเมืองรวม ซึ่งในขั้นตอนการปิดประกาศ 15 วัน และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ได้กำหนดถนนโครงการไว้จำนวน 148 สาย หลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผ่านความเห็นของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว คงเหลือจำนวน 96 สายเท่านั้น
โดยได้มีการยกเลิกถนนสาย ก (เขตทาง 12 เมตร) ถนนสาย ข (เขตทาง 16 เมตร) ออกไปหลายสาย
โดยเฉพาะในเขตพญาไท ยกเลิก 3 สาย ได้แก่ สาย ก 14 ซอยศุภราข 1-ถนนวิภาวดีรังสิต สาย ข 18 ถนนพระรามที่ 6 ซอย 30-ซอยอารีย์ 1-พหลโยธิน 5 สาย ง 10 ซอยประดู่, เขตดินแดง จำนวน 2 สาย ได้แก่ สาย ก 11 ซอยวิภาวดีรังสิต 14/8-ซอยอินทามระ 37 สาย ก 18 ถนนประชาสงเคราะห์,
เขตจตุจักร จำนวน 4 สาย ได้แก่ สาย ก 6 ซอยวิภาวดีรังสิต 60 แยก 18-1-2 สาย ก 11 ซอยวิภาวดี 16/8-ซอยอินทามระ 37 สาย ง 5 ถนนประชาชื่น-ถนนลาดพร้าว สาย ง 8 สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์-ถนนพหลโยธิน และเขตวัฒนา จำนวน 5 สาย ได้แก่ สาย ก 22 ซอยสุขุมวิท 31-ซอยมีสุข สาย ก 29 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 สาย ก 30 ซอยปรีดีพนมยงค์ 26-ซอยพัฒนาการ 20 สาย ข 25 ซอยพร้อมศรี 1-ซอยอัครภัทร สาย ง 16 ถนนอโศกมนตรี เป็นต้น
สำหรับถนนโครงการบางสายทางที่กำหนดให้มีขนาดเขตทาง 20 เมตร และ 30 เมตร ก็ได้มีการปรับลดขนาดเขตทางให้เล็กลงเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด และบางสายทางยังจำเป็นก็ต้องคงไว้เพื่อให้การสัญจรของเมืองให้ยังคงมีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน
เลิกแน่สาย ช 2 ลดแรงต้าน
“ถนนขนาดใหญ่ที่ยกเลิก คือ สาย ช 2 จากถนนเกษตร-นวมินทร์ไปตัดถนนเสรีไทย รามคำแหง กรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า มอเตอร์เวย์สาย 7 อ่อนนุช เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ไปบรรจบบางนา-ตราด เพราะประชาชนไม่เห็นด้วย“
ปรับผังย่านบางซื่อ-มักกะสัน-นอร์ธปาร์ค
นายวิศณุกล่าวว่า นอกจากนี้มีการปรับเปลี่ยนแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางบริเวณ เช่น การกำหนดพื้นที่เว้นขาวในบริเวณที่ทับซ้อนกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย EEC เป็นการปรับระดับการพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.8 บริเวณรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และบริเวณรอบสถานีมักกะสัน เพื่อเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
และมีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ย.7 (บางส่วน) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.5 บริเวณโดยรอบโครงการนอร์ธปาร์คและสถานีทุ่งสองห้องตามศักยภาพของพื้นที่
ดาวน์โซนบางขุนเทียน-อโศก
นอกจากนี้มีการปรับลดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่ชายทะเลเขตบางขุนเทียนจากประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.2 เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.1 และการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) พ.7 เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ย.15 ย่านอโศกมนตรี เขตวัฒนา เป็นต้น
เลิกพื้นที่พักน้ำ 5 แห่ง-มาตรการ TDR
”มีการยกเลิกพื้นที่พักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5 บริเวณ ได้แก่ บึงหมู่บ้านชวนชื่น บางเขน บึงหมู่บ้านมณียา บึงสวนสยาม บึงหมู่บ้านชวนชื่นพาร์ควิลล์ และบึงหมู่บ้านเคซีเลควิว เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันแล้ว“
นายวิศณุกล่าวว่า ยังได้มีการยกเลิกมาตรการปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดิน หรือมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights : TDR) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ให้สามารถปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินภายในที่ดินประเภทเดียวกันและบริเวณเดียวกัน
และปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินโดยโอนจากแปลงที่ดินที่มีอาคารประวัติศาสตร์หรืออาคารอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ตามระเบียบที่กรุงเทพมหานครกำหนด ไปยังแปลงที่ดินที่อยู่ภายในระยะ 500 เมตร รอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองมีข้อห่วงใยถึงความชัดเจนในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ จึงเห็นควรหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เรียบร้อยก่อนนำมาตรการนี้มากำหนดในผังเมืองรวมต่อไป และให้ยกมาตรการนี้ออกจากร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ออกไปก่อน





