เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

เจาะ 3 ปมชุลมุน “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” KT ถก BTS นัดแรก

17 ก.ค. 2565 | 08:25น.
รถไฟฟ้า

กว่า 1 เดือนเศษหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การบ้านข้อใหญ่ที่ถูกจับตาไม่พ้นปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่มีหลายเงื่อนปมทั้งสัญญาสัมปทาน การแก้ปัญหาส่วนต่อขยายส่วนที่ 1 และส่วนต่อขยายส่วนที่ 2 รวมไปถึงหนี้ที่กรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบจากการรับโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ระบุว่า ภายในเดือน ก.ค.นี้ กรุงเทพธนาคมจะเปิดเจรจาร่วมกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC นัดแรก เพื่อเจรจาเรื่องค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายส่วนที่ 1 และส่วนต่อขยายส่วนที่ 2

เจาะสัญญาจ้างเดินรถ 1.9 แสนล้าน

กรุงเทพมหานครในยุค หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช-แบริ่งแล้วเสร็จ จึงเกิดเมกะโปรเจ็กต์ “โครงการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร” หรือจ้างเดินรถไฟฟ้า 30 ปี

จากเอกสารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร “โครงการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร” ตั้งงบประมาณผูกพันไว้กว่า 31 ปีตั้งแต่ปี 2555-2585 วงเงินงบประมาณผูกพัน 190,054,800,000 บาท

โครงการนี้กรุงเทพมหานครว่าจ้าง “บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด” บริหารจัดการการเดินรถ ก่อนที่กรุงเทพธนาคมจะได้ไปว่าจ้างเอกชนต่อไป

ในรายละเอียดโครงการดังกล่าวได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ

ระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2555-2572 รวม 18 ปี ระยะทาง 12.75 โลเมตร มีจำนวนสถานีรวม 11 สถานี

1.ส่วนต่อขยายสายสีลมช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร มีสถานี 6 สถานี

2.ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิทช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร มีสถานี 5 สถานี

ในระยะที่ 1 ของการดำเนินงาน กรุงเทพมหานครตั้งวงเงินงบประมาณไว้ 40,279,470,000 บาท เฉลี่ยงบประมาณต่อปีคือ 2,237 ล้านบาท

ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2573-2585 รวม 13 ปี ระยะทางรวม 36.25 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีรวม 36 สถานี

1.ส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร มี 6 สถานี

2.ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร มี 5 สถานี

3.สายสีลม ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน มี 8 สถานี

4.สายสุขุมวิท ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช มี 17 สถานี

(ข้อ 3 และ 4 มีระยะทางรวม 23.5 กิโลเมตร)

ในระยะที่ 2 ของการดำเนินงาน กรุงเทพมหานครตั้งวงเงินงบประมาณไว้ 149,775,330,000 บาท เฉลี่ยงบประมาณต่อปี 11,521 ล้านบาท

สายสีเขียว

ปมส่วนต่อขยายไม่ผ่านสภา กทม.

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพมหานครกับกรุงเทพธนาคมนั้นสามารถมีได้ 2 รูปแบบ คือ

1.การทำสัญญา ยกตัวอย่าง การจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายส่วนที่ 1 (สะพานตากสิน-บางหว้า, อ่อนนุช-แบริ่ง)

และ 2.การมอบหมายงาน ยกตัวอย่าง การจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ, หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)

ศาสตราจารย์พิเศษธงทองกล่าวว่า มอบหมายงานนั้น ยกตัวอย่าง การจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ, หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) มีข้อพิจารณาอยู่ว่า จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครหรือไม่ หากขาดไปจะเกิดผลอย่างไร ซึ่งในประเด็นนี้ นายชัชชาติกำลังศึกษาอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ประเด็นเดียวกันนี้ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร ระบุว่า ไม่ว่ากรุงเทพมหานครจะมอบหมายงานหรือทำสัญญากับทางกรุงเทพธนาคม ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร

“หากเป็นการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายหรือจ้างงานจากกรุงเทพมหานคร โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร ย่อมต้องเกิดผลทางกฎหมายแน่นอน แต่อย่างไรต้องเป็นไปตามระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”

นายวิรัตน์กล่าวและว่า สำหรับการจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ, หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สภากรุงเทพมหานครกำลังศึกษาอยู่ ซึ่งขณะนี้รวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการประชุมของสภากรุงเทพมานคร หรือบันทึกการประชุมของคณะกรรมการทุกชุดในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา

หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนำเรื่องดังกล่าวมายังสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความเห็นชอบในการจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ, หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ซึ่งต้องมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่การเดินรถครั้งแรกนั้น ต้องดูว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ แต่โดยปกติแล้วยังไม่เคยพบเหตุการณ์ดังกล่าว

กทม.รับภาระเงินกู้ 5.1 หมื่นล้าน

อีกภาระของกรุงเทพมหานครที่มาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่พ้นเงินกู้จำนวน 51,785,370,000 บาท ที่ขอยืมมาจากกระทรวงการคลัง เพื่อใช้รับโอนทรัพย์สิน และหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

โดยดำเนินการผ่าน “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการกู้เงินเพื่อใช้ในการรับโอนทรัพย์สิน และหนี้สินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พ.ศ. 2561”

แหล่งข่าวกรุงเทพมหานครกล่าวว่า วงเงินจำนวนนี้กรุงเทพมหานครรับมาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่ายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการเจรจากับ รฟม. เพราะติดขัดเงื่อนไขบางอย่าง

จึงเท่ากับว่าเงินจำนวน 51,785,370,000 บาท ยังไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้

สิ่งที่ตามมาคือภาระดอกเบี้ย ที่กรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบมาตลอดหลายปี

ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2566 ในส่วนของสำนักการจราจรและขนส่ง ตั้งงบประมาณในชื่อรายการ “ค่าใช้จ่ายตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ” วงเงินงบประมาณ 473,700,000 บาท

และรายการ “ค่าใช้จ่ายตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” วงเงินงบประมาณ 571,000,000 บาท

วงเงินงบประมาณทั้ง 2 รายการ รวม 1,071,240,000 บาท

งบประมาณรายการดังกล่าวตั้งงบประมาณมาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

วงเงินงบประมาณรวมกว่า 3,039,280,000 บาท

นั่นคือภาระดอกเบี้ยที่กรุงเทพมหานคร ต้องจ่ายไปจากวงเงินกู้ 51,785,370,000 บาท ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ใด ๆ

จ่าย ดบ.ฟรีไปแล้ว 3 พันล้าน

หากเปรียบกับประชาชนทั่วไป ไม่ต่างจากการขอกู้เงินเพื่อซื้อรถยนต์ หรือที่อยู่อาศัย แต่แทนที่จะนำเงินไปชำระหนี้เพื่อได้รถมาใช้ หรือเข้าอยู่ในบ้าน กลับนำเงินกู้ดังกล่าวมากองไว้เฉย ๆ เพราะตัวเองยังไม่พร้อมขับรถ หรือเข้าไปอยู่ในบ้าน แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อเนื่องทุกเดือน ทุกปี

คำถามที่ตามมาคือ เมื่อไม่พร้อมใช้หนี้เพราะติดขัดเงื่อนไขที่ตกลงไม่ได้กับ รฟม. และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วกรุงเทพมหานครกู้เงินมาเก็บไว้ทำไมตั้งแต่แรก แม้ในทางบัญชีแล้ว ไม่ต่างจากกระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา เพราะเป็นหน่วยงานรัฐด้วยกัน

แต่สำหรับชาวกรุงเทพมหานครเท่ากับช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี เสียงบประมาณไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาท โดยไม่จำเป็น

ส่วนอีกคำถามคือ เมื่อยังไม่ได้ใช้วงเงินดังกล่าว กรุงเทพมหานครจักสามารถส่งคืนกระทรวงการคลัง เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้หรือไม่ แล้วค่อยทำเรื่องขอกู้อีกครั้งเมื่อเจรจากับ รฟม.แล้วเสร็จ

แหล่งข่าวกรุงเทพมหานครกล่าวว่า การนำเงินจำนวน 51,785,370,000 บาท คืนกระทรวงการคลัง ต้องผ่านข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีเสียก่อน

แม้นายชัชชาติกล่าวภายหลังการประชุมกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ว่า กรุงเทพมหานครยืนยันว่าจะจ่ายหนี้ทั้งหมดให้ รฟม. ที่เป็นค่าก่อสร้างโครงสร้าง พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมด

แต่เพราะตอนนี้ยังเจรจาไม่ลงตัว จึงเป็นที่น่าจับตาว่าจะมีแผนอย่างไรกับเงินกู้กว่า 5 หมื่นล้านบาท ก้อนนี้

ทั้งปัญหาการต่อสัญญาเดินรถระยะยาว การไม่ผ่านสภากรุงเทพมหานคร รวมถึงเงินกู้กว่า 5 หมื่นล้านบาท

ต้องตามดูกันต่อไปว่า กรุงเทพมหานครในยุค “นายชัชชาติ” จะดำเนินการอย่างไรและใช้เวลาขนาดไหน เพื่อสะสางปัญหาที่อีนุงตุงนังมานานหลายปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BTS รถไฟฟ้าสายสีเขียว