“ศานิต อรรถญาณสกุล” แมวเก้าชีวิต ขอ 3 ปีพา “เพอร์เฟค” ฝ่าวิกฤตหนี้
ท่ามกลางความไม่แน่นอน แรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระ ทำให้บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF องค์กร 40 ปี ต้องพลิก 360 องศา หาทางรักษาสภาพคล่อง ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดจากมรสุมลูกใหญ่ แม้วิกฤตครั้งนี้จะไม่หนักหนาเท่า “ต้มยำกุ้ง” ก็ตาม
การขายทรัพย์สินอาคารสำนักงาน 6 ชั้นริมถนนสีลม มูลค่า 150 ล้านบาท และที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา 8 ไร่ ใกล้ไอคอนสยาม มูลค่า 2,000 ล้านบาท และการเดินหน้ารัดเข็มขัด ปรับลดขนาดองค์กรลงกว่า 100 คนในครึ่งปีหลัง จึงเป็นหนึ่งยุทธวิธีที่ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝ่าพายุหนี้
นักธุรกิจเจ้าของฉายาแมวเก้าชีวิต “ศานิต อรรถญาณสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดใจว่า ปี 2569 เป็นปีที่บริษัทเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะหุ้นกู้ จนสามารถยืดระยะเวลาและชำระดอกเบี้ยได้ แต่ยอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมแย่ ต่ำสุดในรอบ 40 ปี ผมเลยต้องแก้ปัญหาด้วยการขายทรัพย์สินและที่ดิน เพื่อนำเงินจากการขายตึกสีลม 150 ล้านบาทและที่ดินร่วมทุนใกล้ไอคอนสยามที่บริษัทถือหุ้น 9% อีกกว่า 100 ล้านบาท จ่ายเงินเดือนพนักงานให้ครบถ้วน ควบคู่ไปกับควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยครึ่งปีหลังจะปรับลดคนอีก 100 คน จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 500 คน
ขณะเดียวกันจะปรับกลยุทธ์สร้างบ้านมาตรฐานใหม่ เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน โดยจะพัฒนาโครงการเป็นบ้านติดโซลาร์และมีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เป็นแบรนด์เพอร์เฟคพาร์ค และเพอร์เฟค เพลส ราคาระดับกลางตั้งแต่ 4-5 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
“เศรษฐกิจไม่ดี ตลาดบ้านแพงก็ไม่ค่อยดี ทำให้ยอดขายเราลดลงรอบ 40 ปี สะท้อนว่ากำลังซื้อไม่ดีจริง ๆ ต้องแก้ให้ผ่านไปให้ได้ เรากำลังพลิกเกมให้ลูกค้าสามารถซื้อบ้านในราคาย่อมลง เพื่อจะได้ผ่อนน้อยลง”
ถามว่าวิกฤตครั้งนี้หนักแค่ไหน “หัวเรือใหญ่” พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บอกว่า วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 หนักกว่านี้อีก ครั้งนั้นค่าเงินบาทลอยตัว ทำให้หนี้เพิ่มเร็ว จากหนี้ 10,000 ล้านบาท เป็น 20,000 ล้านบาทภายในคืนเดียว คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 เราต้องปรับโครงสร้างหนี้ ใช้เวลา 5 ปีกว่าจะแก้เสร็จและกลับมาแข็งแกร่ง
“วิกฤตต้มยำกุ้ง หนี้เพิ่มเท่าตัว แต่สินทรัพย์เท่าเดิม แต่วิกฤตครั้งนี้เหมือนเป็นต้มหมูตุ๋น ที่ตุ๋นให้เปื่อยไปเรื่อย ๆ หนี้ไม่ขยับเร็ว แต่ขายได้ช้า ประกอบกับเศรษฐกิจโดยทั่วไปไม่ดี ลูกค้าแย่ เพราะหนี้ครัวเรือนสูง แบงก์ไม่ปล่อยกู้”
วิกฤตที่เกิดเป็นปัจจัยภายนอก ตั้งแต่วิกฤตโควิด 3 ปี ถือว่าหนักหนา แต่เรายังแบกคนไว้ เพราะคิดว่ายอดขายจะฟื้น แต่ก็ไม่ฟื้น มาเจอสงครามยิ่งทำให้แย่ไปกันใหญ่ จากการสู้รบที่ยาวนาน ต่อเนื่องมาถึงวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ที่นำไปสู่ราคาพลังงานและน้ำมันแพง ซึ่ง 3 เดือนแล้วยังไม่เห็นแสงสว่าง
ปัจจุบันเรามีภาระหนี้กว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่า 3 ปีนับจากปี 2569 ถึงปี 2571 จะเคลียร์หนี้ให้ตัวเบาลง และมั่นใจว่าจะสามารถผ่านวิกฤตไปได้ เพราะทุกวิกฤตย่อมมีทางออก เรามีที่ดินในทำเลที่ดี ติดรถไฟฟ้า อยู่หลายแปลงที่จะสามารถนำมาแก้ปัญหาได้ ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ทั่วโลก ไม่มีใครดี เป็นยุคที่มีความไม่แน่นอนสูง
“ยุคบูมของเราเป็นช่วงปี 2537-2538 มียอดขายติด 1 ใน 3 ของวงการ ตอนที่เราผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งมาได้ ก็มีคนตั้งฉายาให้ผมว่าเป็นแมวเก้าชีวิต และครั้งนี้ก็มั่นใจว่าทำได้” ศานิตทิ้งท้าย