เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Uncategorized ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

Salesforce เผย องค์กรควรใช้ประโยชน์จากเอไอทุกขั้นตอน

14 มี.ค. 2566 | 17:12น.

เซลส์ฟอร์ซ ชูกลยุทธ์ “Business Intimacy” ช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการเติบโตของธุรกิจ ชี้ ใช้ประโยชน์จากออโตเมชั่นและ AI ในทุกขั้นตอน และการปรับตัวขององค์กรยังไม่สิ้นสุด

วันที่ 14 มีนาคม 2566 นายอามิท ซักซีน่า รองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน เซลส์ฟอร์ซ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม CRM สำหรับการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ได้เผยแพร่บทความ “ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการเติบโตของธุรกิจด้วย Business Intimacy: กลยุทธที่ซีไอโอไม่ควรมองข้าม”

ผู้นำทางธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมต่างกำลังเผชิญกับโจทย์ที่ท้าท้าย นั่นคือ การพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของธุรกิจให้เพิ่มขึ้นท่ามกลางปัญหาด้านความไม่แน่นอนโดยเฉพาะ อย่างยิ่งทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้หากเหล่าซีไอโอ และผู้นำด้านไอทีของธุรกิจมีความรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจให้ทวีเพิ่มขึ้นก็จะสามารถช่วยให้องค์กรของพวกเขาก้าวผ่านช่วงเวลาอันแสนท้าทายนี้ไปได้

เมื่อมีเป้าหมายที่สูง เหล่าซีไอโอและทีมของพวกเขาจำเป็นต้องช่วยให้ทุกฝ่ายภายในองค์กรสามารถบริหารจัดการหน้าที่ต่าง ๆ ที่มากขึ้นได้โดยใช้เครื่องมือและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มที่ มากไปกว่านั้น การที่จะประสบความเร็จได้ ซีไอโอจำเป็นต้องปรับใช้กลยุทธ์ “Business Intimacy”หรือความใกล้ชิดทางธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจว่าระบบการทำงานของทุกฝ่ายภายในบริษัทให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อเข้าใจความต้องการของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ซีไอโอสามารถเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมและหน้าที่ของตนเพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับองค์กรโดยการนำเอาทัก
ษะและกระบวนการปฏิบัติงานชุดใหม่มาสู่บทบาทผู้บริหารในสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ชูกลยุทธ์ “Business Intimacy”

การทำความใกล้ชิดกับพันธมิตรหลักทางธุรกิจจะช่วยให้ซีไอโอสามารถจัดลำดับความสำคัญได้อย่างมีประสิ
ทธิภาพแม้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ

รวมถึงหน้าที่ในการส่งมอบเทคโนโลยีที่พันธมิตรเหล่านี้ต้องการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาผลลัพธ์
และลดต้นทุน

ดังนั้นการที่จะสามารถทำสิ่งดังกล่าวนี้ได้ สิ่งแรกที่ซีไอโอต้องทำความเข้าใจคือ ความต้องการทางธุรกิจในมุมกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดลำดับความสำคัญ ระบุปัญหา เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ไปจนถึงการลงทุน และสำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยีที่ฝ่ายต่าง ๆ กำลังใช้งานอยู่ ซึ่งทันทีที่ซีไอโอเข้าใจภาพรวมทั้งหมดก็จะสามารถสนับสนุนทีมต่าง ๆ ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

เมื่อใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจลำดับความสำคัญกลยุทธ์ของพันธมิตรทางธุรกิจทั่วทั้งทีมฝ่ายขาย ฝ่ายการบริการ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการพาณิชย์ รวมไปถึงฝ่ายไอที ทรัพยากรบุคคล ฝ่ายการเงิน เป็นต้น
ซีไอโอจะสามารถเข้าใจการดำเนินธุรกิจและเทคโนโลยีทั้งในมุมกว้างและเฉพาะด้าน

มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินงานและสร้างผลกำไร

การรักษาธุรกิจให้ยั่งยืนและยืดหยุ่น เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จในปัจจุบัน (Success Now) ไม่ใช่เรื่องง่าย และดูเหมือนจะท้าทายมากขึ้นเรื่อย ๆ

ยุคการทำงานรูปแบบ “doing more with less” หรือการทำงานที่เยอะขึ้นด้วยทรัพยากรที่จำกัดได้ผ่านไปแล้ว การทดลองและทดสอบที่ผ่านมาได้นำหลาย ๆ องค์กรมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ในปัจจุบัน แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่จะนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้อีกต่อไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์ที่ปั่นป่วนในปัจจุบัน เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดจากแบบ startup อย่าง “High-growth at high-cost” มาเป็นวิสัยทัศน์ที่จะส่งเสริมความเป็นเลิศในการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างผลกำไรจากการทำงานแบบ “More with more” หรือทำได้มากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับเหล่าซีไอโอ ความไม่ต่อเนื่องในกระบวนการทำงานของแต่ละภาคส่วนในองค์กรส่งผลต่อธุรกิจ
การทำงานที่ซ้ำซ้อนของคนในทีม ความไม่ชัดเจนในบทบาทความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละคนซึ่งสร้างความสับสนให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ การปรับขนาดทีมไอทีซัพพอร์ทและพัฒนาการดำเนินงานคือความหมายที่แท้จริงของการทำงานแบบ “more with more” นั่นก็คือการเพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติงาน เพิ่มออโตเมชั่นเข้ามา เพิ่มการอบรมเทรนนิ่ง ไปจนถึงการเพิ่มความชัดเจนในหน้าที่และความรับผิดชอบ
และเพิ่มการปรับตัวที่ยืดหยุ่นเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินงานนั่นเอง

ใช้ประโยชน์จากออโตเมชั่นและ AI ในทุกขั้นตอน

วันนี้ เหล่าซีไอโอและผู้นำทางธุรกิจต่างกำลังให้ความสำคัญกับการเติบโตที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด
และเพิ่มผลผลิต ดังนั้นระบบอัตโนมัติและ AI จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้
พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตผลที่ส่งเสริมการเติบโตในระยะสั้นและระยะยาวสำหรับแผนกเทคนิคและ
นอกเหนือจากด้านเทคนิคอย่าง ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายการตลาด และฝ่ายการพาณิชย์ เป็นต้น

รายงาน State of Commerce ฉบับล่าสุดของ Salesforce เผยว่า 45%ของบริษัทคอมเมิร์ซทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำงานด้วยออโตเมชั่นในช่วงเวลา 2 ปีนี้ สำหรับในประเทศไทยบริษัทคอมเมิร์ซเกินครึ่ง (60%) กำลังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้วยออโตเมชั่นในช่วงเวลาเดียวกัน

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยอย่าง แสนสิริ ใช้การสื่อสารแบบส่วนบุคคลกับลูกค้าเพื่อสื่อสารอย่างตรงความต้องการตลอดเส้นทาง Customer Journey ของลูกค้าแต่ละราย แสนสิริใช้ระบบการตลาดอัตโนมัติ(Marketing Automation) เพื่อทำการส่งอีเมลอัตโนมัติแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับวันนัดหมายเข้าชมสถานที่ รวมถึงส่งข้อความที่เกี่ยวข้องให้กับลูกค้าที่ได้ทำการลงทะเบียนออนไลน์ไว้

ซึ่งสิ่งดังกล่าวนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับแสนสิริว่าธุรกิจกำลังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดี
เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายด้านการตลาด

ในขณะเดียวกัน Salesforce ได้ทำการสำรวจลูกค้ากว่า 3,500 ราย โดยพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว
ธุรกิจมีการใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อดำเนินธุรกิจและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าถึง  1,000  แอป ซึ่งส่งผลในทางลบอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และค่าใช้จ่าย

ในทางกลับกัน ผลสำรวจพบว่าองค์กรที่ใช้ Salesforce โดยเฉลี่ยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอทีได้ประมาณ 25% และช่วยให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพขึ้น 26% ดังนั้นออโตเมชั่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดหน้าที่ “Work of work” ที่ทีมต่าง ๆ และแต่ละบุคคลต้องทำในแต่ละวัน ตัดการทำงานซ้ำ ๆ
ออกเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและรายได้ไปพร้อมกัน

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัว

ความใกล้ชิดทางธุรกิจหรือ “Business Intimacy” และการทำงานแบบ “More with more”
การใช้งานออโตเมชั่นและ AI รวมถึงการเน้นสร้างประสิทธิผล ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ซีไอโอจะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้าได้พร้อมกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สถานการณ์เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ซีไอโอจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ