ดีเดย์ ต.ค. นี้ แอปเรียกรถ ต้องตรวจ “ไรเดอร์” เข้มทั้ง รถ-ใบขับขี่สาธารณะ
ประกาศใหม่ “Ride Sharing” แพลตฟอร์มกำกับดูแลและควบคุมดูการให้บริการเพิ่มเติมจากหน้าที่ทั่วไป เข้มตรวจสอบ-ยืนยันตัวตน “ไรเดอร์” รถต้องจดทะเบียนสาธารณะ ใบขับขี่สาธารณะ ห้ามสวมทะเบียน เพิ่มความยืดหยุ่นในการรับ-ปฏิเสธงานให้ไรเดอร์
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เผยแพร่บทความถึงประกาศเงื่อนไขใหม่ที่แพลตฟอร์มดิจิทัลต้องดำเนินงานตามเงื่อนไขเพิ่มเติม ตามกฎหมาย กฎหมาย DPS (Digital Platform Services) หรือพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ในส่วนที่เป็น “บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ” หรือ “Ride Sharing”
หรือ “แอปเรียกรถ” ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไม่อาจมองข้าม ตั้งแต่ความปลอดภัยของยานพาหนะและไรเดอร์, ความเป็นธรรมในการคิดค่าโดยสาร ไปจนถึง ความไม่ชัดเจนของช่องทางสำหรับร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา สิ่งเหล่านี้ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและสะท้อนว่าการเติบโตของตลาด Ride Sharing เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากปราศจากมาตรการดูแลที่เหมาะสม
โดยล่าสุดได้มีการออก ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้กฎหมาย DPS ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภท Ride Sharing ต้องมี “หน้าที่เพิ่มเติม” นอกเหนือจากหน้าที่ทั่วไป เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น ว่าแต่…ภายใต้ประกาศใหม่นี้ แพลตฟอร์ม ไรเดอร์ ผู้โดยสารใครมีหน้าที่ต้องทำอะไร และได้ประโยชน์อะไรจากประกาศนี้ บ้าง
‘แพลตฟอร์ม Ride Sharing’ มีหน้าที่เพิ่มเติม! มากกว่าตัวกลางบริการเรียกรถ
ก่อนหน้านี้ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภท Ride Sharing อาจถูกมองว่าเป็น “ตัวกลาง” ที่คอยให้บริการในการเชื่อมต่อระหว่าง “ไรเดอร์ และ ผู้โดยสาร” ให้มาเจอ แต่เมื่อประกาศฉบับใหม่เกิดขึ้น และกำลังจะมีผลบังคับใช้ ในเดือนตุลาคม 2568 นี้
แพลตฟอร์มนี้ จะไม่ได้เป็นเพียง “ตัวกลาง” อีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่ ในการ “กำกับดูแลและควบคุมดูการให้บริการ” เพิ่มเติมจากหน้าที่ทั่วไปตามที่กฎหมาย DPS กำหนด เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ เช่น
1. ต้องให้บริการโดยรถที่จดทะเบียนและคนขับต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ไรเดอร์ที่ลงทะเบียนเป็นคนขับในแพลตฟอร์ม
2.จะต้องใช้รถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก
3.จัดเก็บค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
4.แพลตฟอร์มต้องมีการตรวจสอบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทั้งไรเดอร์-ผู้โดยสาร เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ใบอนุญาตขับรถ เลขทะเบียนรถ หากสมัครแบบไม่เจอหน้า ต้องใช้ระบบ Digital ID ที่น่าเชื่อถือ เช่น ThaID มาช่วยในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน และมีการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เข้าใช้บริการ
5.ข้อมูลที่แสดงต่อผู้โดยสารเมื่อให้บริการต้องแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อและรูปถ่ายของไรเดอร์ เลขใบอนุญาต ข้อมูลรถ ตำแหน่ง GPS รวมถึงรายละเอียดจุดรับ-ส่ง ระยะทาง เส้นทาง เวลาเดินทางและค่าโดยสารอย่างโปร่งใส
6.ต้องให้สิทธิและความยืดหยุ่นแก่ไรเดอร์ ที่ไรเดอร์ต้องสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงาน หรือยอมรับการเปลี่ยนจุดหมายระหว่างทางได้ตามเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด
7.มีช่องทางช่วยเหลือและการระงับข้อพิพาท ต้องมีระบบให้ไรเดอร์และผู้โดยสารแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ หรือร้องเรียนได้ทันที พร้อมกลไกแก้ไขปัญหาและการระงับข้อพิพาทที่เป็นธรรม
8.มีมาตรการกำกับดูแลและความปลอดภัย ที่แพลตฟอร์มต้องควบคุมให้ไรเดอร์ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถสาธารณะ เช่น ให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่กำหนด ห้ามใช้บัญชีแทนกัน และต้องมีมาตรการตรวจสอบ ลงโทษผู้กระทำผิดและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และมีหน้าที่การรายงานต่อหน่วยงานรัฐ
9.แพลตฟอร์มต้องส่งรายงานการดำเนินงานตามมาตรา 22 ต่อกรมการขนส่งทางบก และ ETDA รวมถึงจัดทำรายงานประจำปีอย่างต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
“ไรเดอร์” ต้องพร้อม! ใบขับขี่สาธารณะ-ห้ามใช้บัญชีขับรถแทนกัน
แม้ประกาศฉบับใหม่จะไม่ได้เจาะจงบังคับใช้กับ “ไรเดอร์” โดยตรง แต่เมื่อแพลตฟอร์มมีการปรับรูปแบบการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ไรเดอร์ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวให้พร้อม เพื่อให้การขับรถเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
โดยสิ่งที่ไรเดอร์ต้องทำให้พร้อมและต้องทำความเข้าใจก่อนที่ประกาศจะมีผลบังคับใช้ มีประเด็นหลัก ๆ เช่น รถที่ใช้ขับให้บริการบนแพลตฟอร์มต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ตามเงื่อนไขกรมการขนส่งทางบก ไรเดอร์ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะอย่างถูกต้อง ต้องผ่านการพิสูจน์และยืนยันตัวตน
ทั้งตอนสมัครเป็นคนขับบนแพลตฟอร์มดิจิทัลและทุกครั้งก่อนเข้าใช้งาน สำคัญห้ามเด็ดขาด คือ ห้ามใช้รถผิดประเภท, ให้บริการนอกระบบหรือสวมรอยใช้บัญชีแทนกันและต้องปฏิบัติตามกฎจราจร รวมถึงข้อกำหนดอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงทั้งถูกระงับบัญชี และถูกลงโทษตามกฎหมาย
นอกจากข้อบังคับ ประกาศนี้ยังสร้างโอกาสให้ไรเดอร์ด้วย เช่น สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในการให้บริการผู้โดยสาร ทำให้การให้บริการของไรเดอร์ผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลถูกเลือกใช้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และภายใต้ประกาศ ไรเดอร์ยังสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงานที่ไม่เหมาะสมได้ พร้อมมีช่องทางในการแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือร้องขอความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มได้อีกด้วย

“ผู้โดยสาร” ได้ประโยชน์ ด้วยบริการ Ride Sharing ที่วางใจได้
แน่นอนว่าเมื่อบริการแพลตฟอร์ม Ride Sharing มีแนวทางในการกำกับดูแลบริการรวมถึงผู้ขับขี่ อย่าง ไรเดอร์ ตลอดจนส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดบริการที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นธรรม
อีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ผู้โดยสาร” ในฐานะผู้ใช้บริการ เพราะทุกมาตรการล้วนถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความโปร่งใสและความสะดวกในการใช้บริการ เมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ สิ่งที่ผู้โดยสารจะได้รับเลย คือ ความปลอดภัยที่มากขึ้น
เพราะไม่เพียงได้รู้จักตัวตนของไรเดอร์ชัดเจนขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ แต่ยังจะได้ใช้บริการคนขับที่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะและรถที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง ขณะที่ทุกการเดินทางสามารถติดตามเส้นทางแบบเรียลไทม์ (GPS Tracking) ได้
ทั้งยังได้รับความโปร่งใสและยุติธรรม ของค่าโดยสารที่จะแสดงให้เห็นล่วงหน้าว่า สุทธิราคาเท่าไหร่ ระยะทางเท่าไหร่ ถึงตอนกี่โมง ลดปัญหาการคิดราคาค่าโดยสารไม่เป็นธรรมหรือเรียกเก็บเพิ่มจากไรเดอร์ ทั้งยังมีแนวทางที่กำหนดให้แพลตฟอร์มควบคุมดูแลการให้บริการ ไม่ปล่อยให้ไรเดอร์ทำผิด เช่น รับงานนอกระบบหรือสวมรอยใช้บัญชีแทน และคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร มีช่องทางร้องเรียน แจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที
ทั้งยังมีกลไกระงับข้อพิพาท หากเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง ที่สำคัญข้อมูลการเดินทางจะถูกบันทึกไว้และสามารถใช้เป็นหลักฐานหากมีกรณีจำเป็น เป็นต้น
จากกติกาสู่ความเชื่อมั่น Ride Sharing ตลอดเส้นทาง
ประกาศฉบับใหม่นี้ ไม่ได้แค่กำหนดข้อปฏิบัติ หากแต่คือการยกระดับมาตรฐานและวางกลไกการกำกับดูแล แพลตฟอร์มประเภท Ride Sharing ให้มีความโปร่งใส ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในทุกมิติ
โดยสร้างสมดุลของประโยชน์ที่ทุกฝ่ายได้รับร่วมกันอย่างชัดเจน อย่าง ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ได้ร่วมกำหนดบทบาทจากตัวกลางสู่ผู้กำกับควบคุมมาตรฐานบริการ เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในระยะยาว ขณะที่ ไรเดอร์ ก็ได้รับการยกระดับอาชีพของตนเอง ภายใต้ระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ผู้โดยสาร ได้ใช้บริการที่ตรวจสอบได้ มีความปลอดภัย โปร่งใส และมีช่องทางคุ้มครองสิทธิ
นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังเป็นกลไกสร้างความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้บริโภค ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐาน พร้อมช่วยวางรากฐานความเชื่อมั่นที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนในอนาคตด้วย-ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand