เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แกะกล่อง iPhone Air ไอโฟนที่ “บาง” สุด เท่าที่ Apple เคยทำมา

18 ก.ย. 2568 | 08:02น.

ค่ำคืนเข้าสู่วันใหม่ของวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา (เวลาไทย) “แอปเปิล” (Apple) จัดงาน Apple Event “Awe dropping.” เพื่อเปิดตัวไลน์อัพ “iPhone” รุ่นใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเดบิวต์ iPhone Air เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว iPhone อย่างเป็นทางการ

ความน่าสนใจของ iPhone Air คืออะไร ? มีสิ่งใดที่ต่างจาก iPhone รุ่นอื่นบ้าง ? “ประชาชาติธุรกิจ” ขอพาทุกคนไป “แกะกล่อง” สำรวจก่อนวางขายจริงวันที่ 19 ก.ย. 2568 พร้อม ๆ กัน

 iPhone Air

iPhone รุ่น “บาง” ที่สุด

iPhone Air คือ iPhone รุ่นที่ “บาง” ที่สุดเท่าที่ Apple เคยพัฒนามา มีความหนาเพียง 5.6 มม. ตัวกรอบทำมาจากไทเทเนียมเกรด 5 ผิวสัมผัสเงา ดีไซน์ด้านหลังมีส่วนที่ยกขึ้นเพื่อใส่กล้อง ลำโพง และ Apple Silicon ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะเอาไว้ใส่แบตเตอรี่ ทำให้มีความจุแบตเตอรี่เพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดวัน

ด้วยความที่ตัวเครื่องบางลงมาก ๆ จึงทำให้ดีไซน์ของ iPhone รุ่นนี้ไม่มีถาดใส่ซิมเหมือนรุ่นอื่น ๆ เท่ากับว่า iPhone Air รองรับเฉพาะการใช้งานกับ eSIM เท่านั้น ซึ่งในกล่องก็ไม่มีเข็มถอดซิมแถมมาให้แล้ว

iPhone Air

สำหรับชิปประมวลผล iPhone Air ใช้ชิป A19 Pro ที่มี CPU 6-core และ GPU 5-core โดยมีตัวเร่งความเร็วนิวรอลอยู่ใน GPU แต่ละคอร์ ทำให้ GPU มีพลังการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุด 3 เท่า ช่วยให้การใช้งานฟีเจอร์ Gen AI บนอุปกรณ์ลื่นไหลมากขึ้น

หน้าจอเป็น Ceramic Shield 2 ใช้การเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ทำให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และป้องกันการสะท้อนแสงได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเป็นครั้งแรกที่มี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของ iPhone ช่วยให้ทนการแตกร้าวได้ดีขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับกระจกด้านหลังของรุ่นก่อน ๆ

ส่วนจอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.5 นิ้ว มาพร้อม ProMotion ที่ปรับอัตรารีเฟรชได้สูงสุด 120Hz ความสว่างสูงสุด (เมื่ออยู่กลางแจ้ง) 3,000 นิต ถือว่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone ทุกรุ่น และมีคอนทราสต์กลางแจ้งดีขึ้น 2 เท่า

iPhone Air

iPhone Air

กล้องหลังเป็น Fusion 48MP ทำหน้าที่เสมือนเลนส์ 4 ตัว เริ่มจากเลนส์หลักแบบเฉพาะสำหรับทางยาว ระยะโฟกัส 28 มม.​ และ 35 มม. ขณะที่เซ็นเซอร์แบบ Quad-pixel ขนาด 2.0µm พร้อม OIS จะช่วยเรื่องการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย และสามารถเข้าใกล้ตัวแบบได้มากขึ้นด้วยเทเลโฟโต้ 2 เท่า ที่สำคัญมีการอัพเดต Photonic Engine ให้สามารถเก็บรายละเอียดและสีสันได้สมจริงยิ่งขึ้น

ฝั่งกล้องหน้าสามารถบันทึกภาพที่ความละเอียดสูงสุด 18MP และมีเทคโนโลยี Center Stage ที่ใช้เซ็นเซอร์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสช่วยเสริมมุมมองภาพกว้าง ทำให้ไม่ต้องหมุน iPhone เพื่อถ่ายเซลฟี่ในแนวนอน สามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอในแนวตั้งหรือแนวนอนขณะที่กำลังถือ iPhone ในแนวตั้งได้ ขณะเดียวกันยังทำให้การถ่ายภาพกลุ่มสะดวกขึ้น เพราะมี AI วิเคราะห์การขยายมุมมองภาพ เก็บคนให้ไม่หลุดเฟรมโดยอัตโนมัติ

iPhone Air
ฟีเจอร์ Dual Capture บน iPhone Air

นอกจากนี้ Apple ยังมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่าง Dual Capture หรือการถ่ายวิดีโอโดยใช้กล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันใน iPhone Air เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ต้องการแบ่งปันเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับการแสดงความรู้สึกแบบเรียลไทม์ เช่น การชมคอนเสิร์ตของศิลปินคนโปรด เป็นต้น

iPhone Air มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สกายบลู, ทองอ่อน, ขาวปุยเมฆ และดำสเปซแบล็ก ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 39,900 บาท สำหรับความจุ 256GB