ICEPADIE-ไอซ์พาดี้
การแข่งขันในอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ที่มีแต่จะรุนแรงขึ้นทุกวัน กลายเป็นบททดสอบฝีมือของครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องการโลดแล่นในสายงานนี้ เพราะทุกคนถูกแทนที่ได้เสมอ หากไม่สามารถรักษาฐานความนิยมของตนเองไว้ได้
ช่วงที่ผ่านมาวงการครีเอเตอร์เข้าสู่โหมดน่านน้ำสีเลือด (Red Ocean) ที่เชี่ยวกราก หลายคนเข้ามาทำได้สักพัก ก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะไม่สามารถต้านความท้าทาย และรับมือกับแรงกดดันที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์อีกหลายคน ที่สามารถยืนระยะในวงการได้นานกว่า 10 ปี หนึ่งในนั้นคือ “ไอซ์-ภาวิดา ชิตเดชะ” หรือ “ไอซ์พาดี้” (ICEPADIE) ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามช่องยูทูบ (YouTube) กว่า 8.55 แสนคน
“ไอซ์” เป็นที่รู้จักจากการเป็นบิวตี้ครีเอเตอร์รุ่นแรก ๆ ที่มาแชร์ทริกการแต่งหน้า และบอกต่อผลิตภัณฑ์ใช้ดีผ่านคอนเทนต์ “Empties” รีวิวสินค้าที่ใช้จริงจนหมด เธอโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์อันสดใส และสไตล์การแต่งตัวแบบ “คัลเลอร์ฟูล” สีสันจัดเต็ม
แม้ว่าปัจจุบันเธอจะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว แต่ก็ยังรักษาแคแร็กเตอร์ และความสดใสของตนเองได้ไม่มีเปลี่ยน

ในงาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ไอซ์” สั้น ๆ เกี่ยวกับเคล็ดลับที่ทำให้เธอยืนระยะในวงการอินฟลูเอนเซอร์มาจนถึงปัจจุบัน
“ไอซ์” เล่าว่า เคล็ดลับที่ทำให้ตนอยู่ในวงการได้นานกว่า 10 ปี คือการมี “จุดยืน” ที่ชัดเจน ไม่ไหลตามกระแสไปเรื่อย ๆ แต่ขณะเดียวกันก็รู้ว่าจังหวะไหนควรปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงที่ติ๊กต๊อกเป็นกระแสหนัก ๆ ก็เริ่มหันมาทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นด้วย ซึ่งวิธีการทำสคริปต์ เล่าเรื่อง และตัดต่อไม่เหมือนกับวิดีโอยาวที่ทำอยู่เลย แม้ช่วงแรกจะรู้สึกยาก แต่พยายามเรียนรู้และปรับแนวทางมาเรื่อย ๆ จนทำได้
“จุดยืนที่ทำให้คนเข้ามาติดตามไอซ์ คือการเป็นเพื่อนสาวที่มาเล่าเรื่อง หรือแชร์ทริกต่าง ๆ ให้ฟัง ถ้าเราเปลี่ยนตนเองไปเรื่อย ๆ จนมี 10 กว่าเวอร์ชั่น คนก็ไม่เชื่อเราแล้ว สิ่งสำคัญของการเป็นครีเอเตอร์ คือต้องบาลานซ์จุดยืนกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ดี”
อย่างไรก็ตาม “ไอซ์” ยังมีหมวกอีกใบเป็นนักธุรกิจ เธอคือเจ้าของแบรนด์ “Happy Sunday” ที่ขายสินค้าในกลุ่มของใช้และเครื่องสำอาง ภาพจำที่โดดเด่นของแบรนด์ คือความสดใส และดีไซน์สุดคัลเลอร์ฟูล ซึ่งถอดแบบมาจากแคแร็กเตอร์ของเจ้าของแบรนด์อย่างชัดเจน
จากการค้นข้อมูลบน Creden Data เพิ่มเติม พบว่า บริษัท แฮปปี้ ซันเดย์ จำกัด มีรายได้ในปี 2565 ที่ 53 ล้านบาท กำไร 3.52 แสนบาท ปี 2566 รายได้ 56 ล้านบาท กำไร 1.28 ล้านบาท และปี 2567 รายได้ 79 ล้านบาท กำไร 1.19 ล้านบาท


“ไอซ์” พูดถึงจุดเริ่มต้นในการทำแบรนด์ “Happy Sunday” ว่า หลังทำช่องยูทูบมาสักระยะ ก็รู้สึกว่าต้องหารายได้ทางอื่นเพิ่มเติม เพื่อกระจายความเสี่ยงจากอาชีพครีเอเตอร์ที่ชื่อเสียงมีวันหมดไป ปัจจุบันแบรนด์มีอายุกว่า 7 ปีแล้ว สินค้าขายดีจะอยู่ในกลุ่มชุดนอน กระเป๋า และเครื่องสำอาง
“ยอมรับว่าชื่อเสียงที่มีช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในช่วงแรก แต่อายุของแบรนด์มาถึงจุดนี้เท่ากับว่าหมดฟีลแฟนคลับไปนานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด คือสินค้าต้องดีจริง แบรนด์ถึงจะยืนอยู่ได้ด้วยตนเองในระยะยาว”
เธอทิ้งท้ายด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็น “คน” หรือ “ของ” ก็ไม่ต่างกัน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าดีจริง ก็สามารถยืนระยะในวงการและโลกธุรกิจแบบสบาย ๆ