เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

สันติธาร แชร์มุมมอง “AI ของจริง หรือ ฟองสบู่” จากคนวงการเอไอในอเมริกา

13 พ.ย. 2568 | 12:03น.
สันติธาร เสถียรไทย

สันติธาร เสถียรไทย

สันติธารเผยให้เห็นว่า AI ไม่ใช่ฟองสบู่หรือการปฏิวัติ แต่มันคือทั้งสองอย่าง AI ซึ่งอาจมี “ฟองสบู่ทางการเงิน” อยู่จริง อย่างน้อยในบางชั้นของห่วงโซ่ที่ไม่รู้ว่าจะแตกเมื่อไร-การมีฟองสบู่ หรือ Overhype ไม่ได้แปลว่า AI ทั้งหมดเป็นของปลอม และการปฏิวัติทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ที่ AI กำลังจุดขึ้น ก็น่าจะเป็นของจริง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานอย่างมหาศาล

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ เฟซบุ๊ก ประเด็น AI ของจริง หรีอฟองสบู่ มุมมองจากคนวงการเอไอในอเมริกา ว่าตั้งแต่กองทุนระดับโลกที่ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก, นักวิจัยระดับแนวหน้าจากมหาวิทยาลัยอย่าง MIT, Stanford, Carnegie Mellon, ผู้กำหนดนโยบายที่เขียนกฎหมาย AI ของสหรัฐ, ไปจนถึงผู้บริหารบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ ที่เราทุกคนใช้อยู่ทุกวัน เลยอยากมาแชร์ข้อคิดและมุมมองที่น่าจะเป็นประโยชน์ที่นี่ครับ

สิ่งแรกที่ผมประหลาดใจ คือเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นตรงกัน (ยกเว้นผู้บริหารบริษัท AI ขนาดใหญ่) ว่า AI ตอนนี้น่าจะอยู่ในภาวะ “ฟองสบู่” เพียงแต่… ทุกคน “เห็นต่างกัน” อยู่ที่ 3 คำถามใหญ่ ๆ ว่า

1.ฟองสบู่นั้นใหญ่แค่ไหน
2.ฟองสบู่อยู่ตรงไหนบ้าง
3.และหลังจากแตกแล้ว AI จะยังเปลี่ยนโลกจริงไหม

1.ฟองสบู่ใหญ่แค่ไหน ?

ฝั่งคนทำเทคโนโลยี-โดยเฉพาะบริษัท AI ชั้นนำ เชื่อว่าไม่กังวลเรื่องฟองสบู่ เพราะมองว่า AI จะกลายเป็นเหมือนไฟฟ้าในศตวรรษใหม่ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต้องใช้ ถ้ามองอย่างนั้นจริง กำลังการผลิต AI ที่มีอยู่ตอนนี้ “ยังไม่พอด้วยซ้ำ” “เรายังอยู่แค่ช่วงต้นของยุค AI-ต่อไปทุกบริษัทจะต้องใช้มันเหมือนใช้ไฟ” นักพัฒนา AI คนหนึ่งบอกผม

ดังนั้น ในมุมนี้การลงทุนมหาศาลใน Data Center, พลังงาน และโมเดลต่าง ๆ ยังถือว่า “ไปได้อีกไกล”-ไม่ใช่สัญญาณของฟองสบู่ แต่คือ “การปูรางรถไฟของโลกอนาคต”

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยกลับกังวลว่า ตอนนี้ตลาดมองความต้องการใช้ AI สูงเกินจริง และตั้งคำถามว่ามูลค่าตลาดสูงเกินไป

  • มูลค่าหุ้นกลุ่ม AI พุ่งกว่า +160% ในสองปี (ตามดัชนี Nasdaq AI ETF)
  • สำรวจของ JLL พบว่า กว่า 80 % ของโครงการ Data Center ใช้เงินกู้มากกว่าทุน
  • งานศึกษาของ MIT ชี้ว่า 95% ของ AI Projects ในองค์กรยังไม่เห็นผลตอบแทน (ROI) ชัดเจน

ถ้า “ดีมานด์ไม่มาตามฝัน” หรือสภาพคล่องเริ่มตึง ฟองสบู่โครงสร้างพื้นฐานอาจแตก และลุกลามเป็นปัญหาเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ ผมยังได้พูดคุยเรื่องนี้กับศาสตราจารย์ Jason Furman แห่งมหาวิทยาลัย Harvard อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดี Barack Obama ที่เตือนว่า “เศรษฐกิจอเมริกาตอนนี้พึ่งพาการลงทุนด้าน AI มากกว่าที่หลายคนคิด”

เขาชี้ว่า ถ้าตัดการลงทุนใน Data Center เหล่านี้ออกไป เศรษฐกิจสหรัฐจะโตเพียง 0.1% เท่านั้น-แทบเป็นศูนย์

AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่ได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจอเมริกาไปแล้ว และคำถามที่ตามมาคือ-ถ้าเครื่องยนต์นี้สะดุด เศรษฐกิจจะเหลือแรงขับเคลื่อนอะไรอีกบ้าง ?

2.ฟองสบู่ซ่อนอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่ ?

หลายคนเห็นตรงกันว่า ไม่ใช่ทุกส่วนของวงการ AI อยู่ในฟองสบู่ ตอนนี้ “Hot Spot” ที่จับตาดูกันอย่างใกล้ชิดอยู่ที่ต้นน้ำ-การลงทุนใน Foundational Model, ชิป, และ Infrastructure Layer ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาลและแข่งกันด้วยขนาด ซ้ำยังมีการแข่งกันระหว่างประเทศมหาอำนาจเพื่อเป็นเจ้าแห่งเอไออีกด้วย แต่นักลงทุนหลายรายมองว่าในระยะยาว คุณค่าที่แท้จริงอาจอยู่ที่ ปลายน้ำ คือ AI ที่ลงลึกเฉพาะด้าน (Fit-For-Purpose) เช่น กฎหมาย การแพทย์ การเงิน หรือบริการ Enterprise Softwareต่าง ๆ ที่ปัจจุบันก็ใช้ AI จนเริ่มสร้างรายได้และผลผลิตที่วัดได้จริง

แม้จะไม่เป็นข่าวใหญ่เท่าบริษัทโมเดลยักษ์ แต่พวกเขาอาจเป็น “ผู้รอด” ของยุคหลังฟองสบู่ “มันคล้ายยุค dot-com-ตอนนั้นบริษัทอินเทอร์เน็ตผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มูลค่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐานพุ่งทะลุฟ้า แต่หลังฟองสบู่แตก สิ่งที่เหลือและเติบโตต่อคือแพลตฟอร์มปลายน้ำที่อยู่ใกล้ผู้ใช้ที่สุด” (และเรารู้จักพวกเขาในชื่อ Google, Amazon, Facebook) เช่นเดียวกัน ถ้า AI เกิด Overbuild จริง ต้นทุน Compute จะลดลงอย่างแรง เปิดทางให้ธุรกิจ AI ปลายน้ำเข้าสู่สนามได้ง่ายขึ้น

3.หลังฟองสบู่แตก-จุดเริ่มต้นของ “การปฏิวัติอุตสาหกรรมจริง”

เกือบทุกคนที่ผมคุยด้วยที่เชื่อเรื่องฟองสบู่ กลับเห็นตรงกันว่า ผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และความเหลื่อมล้ำ ในระยะยาวเป็นของจริง และอิมแพ็กต์ที่ว่าอาจจะปรากฏให้เห็นชัดขึ้น หลังฟองสบู่แตกด้วยซ้ำ โมเดลจะเล็กลง เฉพาะทางมากขึ้น เน้นการใช้งานจริงในองค์กร ในแต่ละอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกับมนุษย์มากขึ้น ไม่ใช่แค่โชว์พลังคำนวณ

ผลกระทบต่อผลิตภาพ (Productivity) จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อองค์กรรู้จักการรีดีไซน์ “Workflow โครงสร้าง และปรับไมนด์เซตของคน ซึ่งตอนนี้หลายแห่งยังไม่เริ่มทำ เพราะโฟกัสอยู่ที่การเอาโมเดลที่ “ฉลาดที่สุด” มาใช้ทุกเรื่อง ราวกับ “ยาวิเศษ แก้ได้ทุกโรคในทุกคนไข้” และเมื่อวันนั้นมาถึง AI จะยิ่งขยาย

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแรงงานอย่างแท้จริง Productivity ของธุรกิจที่เตรียมพร้อมไว้แล้วจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะสั้น ความเหลื่อมล้ำอาจพุ่งสูงขึ้น เพราะองค์กรที่ใช้ AI ได้ดีกับใช้ไม่เป็น จะต่างกันราวฟ้ากับดิน และคนที่ปรับตัวไม่ทัน อาจถูกดิสรัปต์ รายได้ลด หรือตกงาน แต่ถ้าหากรีสกิล-อัพสกิลคนทัน ก็อาจสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่คนเดียวทำยอดขายได้เหมือนบริษัทมีพนักงานเป็นร้อย

คล้ายกับที่หลัง Dot-Com Bubble แตก → Internet 2.0 และ e-Commerce เฟื่องฟู นั่นคือช่วงเวลาที่นวัตกรรมเริ่มเปลี่ยนโลกได้จริง-และมักเป็นตอนที่หลายคนคิดว่า “เรื่องนี้จบแล้ว” ใครที่คิดว่า AI จบเพราะฟองสบู่แตก อาจเป็นฝ่ายถูก Disrupt หนักที่สุด ส่วนคนที่ “รอจังหวะ” และ “เตรียมพร้อม” จะเป็นผู้ชนะของยุคใหม่

สรุปไม่ใช่ฟองสบู่ หรือการปฏิวัติ-แต่มันคือทั้งสองอย่าง AI อาจมี “ฟองสบู่ทางการเงิน” อยู่จริงอย่างน้อยในบางชั้นของห่วงโซ่ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน และจะแตกเมื่อไร คงต้องติดตามกันดี ๆ แต่ที่พอจะรู้ก็คือ การมีฟองสบู่ หรือ Overhype ไม่ได้แปลว่า AI ทั้งหมดเป็นของปลอม “การปฏิวัติทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน” ที่ AI กำลังจุดขึ้น ก็น่าจะเป็นของจริงเช่นกันคำถามจึงไม่ใช่ว่า “AI อยู่ในฟองสบู่ไหม หรือนี่ของจริง ?” แต่คือเราจะเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมทั้งวันที่ฟองสบู่แตก และวันที่ของจริงมาถึง